เว็บบอลออนไลน์ เล่นกับเราพร้อมทีมงานมืออาชีพแห่งแรกในไทย

เว็บบอลออนไลน์ คือ เว็บบอลที่มีให้ทั้งแบบขาวสะอาดคือดูบอลล้วนๆหรือจะเป็นสายเทาคือเปิดให้เล่นพนันตามแต่นักลงทุนจะเลือก หลังฟุตบอลแมทซ์นั้นจบ หากนักพนันทายผลถูกก็รับเงินเดิมพันไป

คำว่า “การพนัน” ใช้กับการพนัน คุณในฐานะผู้เล่นมีหน้าที่ในการทำนายการแข่งขัน และหากคุณประสบความสำเร็จในการทำให้ถูกต้อง คุณก็จะชนะ 

ฟังดูง่าย แต่สำหรับมือใหม่ มีหลายสิ่งให้เรียนรู้ไปพร้อมกัน

เว็บการพนันออนไลน์มีมากมายและก่อนที่คุณจะออกไปเดิมพันเงินที่เว็บไซต์เดิมพันที่มีอยู่อาจเป็นความคิดที่ดีที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวข้อเว็บบอลออนไลน์นี้ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือมีประสบการณ์ในการเดิมพันออนไลน์ มีสิ่งที่ต้องเรียนรู้

สารบัญ

เล่นพนันออนไลน์ ฝากถอนฉับไว ดูคลิปจบ20วินาที ทำเป็นทันที

เว็บบอลออนไลน์ 2022 เว็บดีๆที่คุณสามารถแทง บอลออนไลน์

เว็บไซต์เดิมพันฟุตบอล NAZA789 เป็นเว็บสำหรับนักพนันมาเดิมพัน การพนันฟุตบอลบน เว็บบอลออนไลน์ รวมไว้ในลีกทั้งหมดได้ไม่ว่าจะเป็นลีกใหญ่หรือไม่ก็ตาม 

คุณสามารถแทงบอลออนไลน์ได้ ขั้นตอนสามารถมีได้ตั้งแต่ 2 ถึง 12 คู่ ด้วยกัน เริ่มต้นด้วยการเดิมพัน แทงบอลขั้นต่ำ 10 บาท เท่านั้น

เว็บไซต์เดิมพันฟุตบอล NAZA789 หรือเว็บไซต์เดิมพันฟุตบอลออนไลน์พร้อมบริการให้คุณอย่างยิ่งด้วยราคาบอลที่ดีที่สุด ไม่ต่างกับเว็บ ยูฟ่าเบท พนันบอล

เดิมพันออนไลน์กับทางเราสิ อยากเล่น เว็บพนันบอล ดีที่สุด ต้องเราเพราะ เราคือผู้ให้บริการเว็บไซต์เดิมพันฟุตบอลออนไลน์ เปิดให้บริการสำหรับนักพนันออนไลน์ที่รู้จักมาอย่างยาวนานและบริการเกมที่ครอบคลุม 

เราอยู่ในระดับแนวหน้าในการให้บริการที่ดีที่สุด ขณะนี้เรามีระบบคอมพิวเตอร์ ด้วยความปลอดภัยสูงและทีมงานที่มีประสบการณ์มากกว่า เล่นกับเรา ผ่านเน็ต ยอดนิยมอันดับ 1

10 ปีในเครือข่ายเกมเอเชีย รวมไว้ในเว็บไซต์เดียว พร้อมให้บริการในทุกรูปแบบ แม้แต่ในราคาประหยัด เป็นกันเองและส่งเสริมการขายด้วยทางเลือกต่างๆ มากมาย เรียกได้ว่าคุ้มจริงๆ 

วางใจได้กับการเดิมพันฟุตบอลและพร้อมรับของรางวัลมากมาย บางทีคุณอาจจะมีความสุขเหมือนกัน รับรางวัลมากมายจากการเดิมพันฟุตบอลข้ามคืน สนุกกับกลุ่มที่คุณชื่นชอบรับผลกำไรเต็มจำนวนในกระเป๋าของคุณ

แทงบอลมือถือออนไลน์ผ่านเว็บพนันบอลที่ดีที่สุดอย่าง NAZA เว็บดี จ่ายจริง จ่ายไม่จำกัด เราสามารถวางแผนเกมอย่างแข็งขันด้วยเงื่อนไขที่ยืดหยุ่น 

นอกจากนี้ NAZA789 ยังมีโปรแกรมการถอนที่ยืดหยุ่นมากขึ้นโดยไม่ต้องฝากเงินสำหรับผู้เข้าร่วมในกลุ่มการลงทุนที่มีทุนต่ำทั้งหมด การเดิมพันที่มีทุนสูงจะมีโอกาสชนะมากขึ้นภายใต้เงื่อนไขการเดิมพันประเภทนี้ ใช้เฉพาะกับเว็บไซต์ขนาดใหญ่เช่น เรา ที่กล้าให้โอกาสนักเล่นเกมมีส่วนร่วมในเกม เขาจะสามารถกำหนดเงื่อนไขทั้งหมดได้ด้วยตัวเอง

เว็บไซต์การพนันออนไลน์หรือเว็บไซต์การพนันฟุตบอลที่ให้บริการการพนันออนไลน์ที่ครอบคลุมมากขึ้น เราคือเว็บพนันบอลชั้นนำของประเทศไทยและเอเชีย เปิดให้บริการพนันบอลทุกประเภท 

ทุกแมตช์ รวมถึง แทงบอลยูโร 2020 แทงบอลพรีเมียร์ลีก และบริการลูกค้าทุกระดับ และคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าที่เคยใช้บริการด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี บนเว็บไซต์ของเรา เรามีระบบคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย และปลอดภัย 100% ซึ่งเป็นหลักประกัน เมื่อลูกค้ามาใช้บริการแล้วไม่โกง

เว็บพนันบอลไทย. นี่คือเว็บไซต์เดิมพันฟุตบอลที่ดีที่สุด NAZA789 เครือข่ายฟุตบอลที่ขายดีที่สุด ใช้ระบบเอนจิ้นเดียวกับ ufabet เว็บแม่

คุณก็สามารถเริ่มเล่นการพนันได้ เดิมพันขั้นต่ำ 10 บาท และรองรับการเข้าถึงทุกอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ แทงบอลมือถือ ง่าย รวดเร็ว คุณจะไม่พลาดการแข่งขันฟุตบอลแน่นอน ชนะฟุตบอลที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้เว็บไซต์ของเรามีทีมงานมากประสบการณ์ เพื่อให้บริการและคำแนะนำ คุณสามารถขอคำอธิบายของแอปพลิเคชันสำหรับเว็บไซต์หรือโฆษณาการพนันฟุตบอลที่ดีที่สุด จากทีมงานเราโดยตรง ผ่านระบบ Call Center 

เว็บบอล789

ขั้นตอนการวางเดิมพันเว็บพนันบอล ถูกกฎหมาย ได้เงินจริง

 แทงบอล แทงวอลเลย์บอล แทงบอล เว็บพนันบอล ถูกกฎหมาย ทำอย่างไรให้รวย เมื่อคุณลงทะเบียนเป็นสมาชิกแล้ว คุณจะได้รับ USER ที่จะปรากฏในรายการฟุตบอล 

วิธีแทงก็ง่ายๆ ถ้าเล่นเว็บ สีแดงคือฝั่งต่อ  จะขออธิบายสั้นดังนี้

0 หมายถึงเราเดิมพันว่าใครชนะทีม เราจะสมบูรณ์แบบ ถ้าผลออกเสมอคือไม่มีใครได้เสีย เจ้าจะคืนเงินให้นักพนัน

0.25 ถ้าทีมที่ชนะได้ 1 ประตูได้เต็มจำนวน แสดงว่าเล่นเกมต่อ เสมอเสียครึ่งหนึ่ง เช่นแทง100 ถ้าออกเสมอ เสียให้เว็บ50

0.5 หมายความว่าฝั่งต่อต้องชนะเท่านั้น จะกี่เม็ดก็ได้ 

0.75 หมายถึง ฝั่งต่อต้องชนะ1ลูกขึ้นไปถึงจะกินเต็ม หากชนะเพียงลูกเดียวเท่ากับเสียครึ่งหนึ่งของเงินทุนที่แทง

1 ฝั่งต่อต้องชนะด้วยผลต่าง2ประตูขึ้นไปถึงจะกินเต็ม ถ้าชนะผลต่าง1ลูก คืนเงินทุนให้กับนักพนันไม่มีใครได้เสีย

1.25 ฝั่งต่อต้องชนะด้วยผลต่าง2ประตูขึ้นไปถึงจะกินเต็ม ถ้าชนะผลต่าง1ลูก เสียเงินเดิมพันครึ่งหนึ่งให้แก่เว็บ

1.5 ฝั่งต่อต้องชนะด้วยผลต่าง2ประตูขึ้นไปถึงจะกินเต็ม ถ้าชนะผลต่าง1ลูก เสียเงินเดิมพันเต็มจำนวนให้แก่เว็บ

1.75 ฝั่งต่อต้องชนะด้วยผลต่าง3ประตูขึ้นไปถึงจะกินเต็ม ถ้าชนะผลต่าง1ลูก  เสียเงินเดิมพันเต็มจำนวนให้แก่เว็บ ถ้าชนะผลต่าง2ประตู ได้ครึ่งหนึ่งจากเงินเดิมพัน

 

แน่นอนว่า การเดิมพันในเว็บเราคุ้มกว่าที่ใด  เพราะมันคือ บอล 4 ตังค์ หมายความว่า ค่าน้ำของเว็บเราจะมีดีมากกว่าเว็บทั่วไปอยู่ .4 เช่นหากคุณแทงบอลสดเว็บอื่นที่อัตราตอบแทนอยู่ที่  1.80  หากเล่นกับเว็บเรา อัตราตอบแทนที่คุณจะได้รับคือ 1.84

เล่นกับเรา คุ้มค่าที่สุดแล้ว เพราะเราคือ เว็บพนันบอล ไม่ผ่านเอเย่นต์ ฝากและแทงได้ไม่มีเบี้ยวแน่นอน

สำหรับผู้สนใจข้อมูลเพิ่ม ขอแนะนำให้คุณอ่านบทความนี้ต่อครับ: 5 เว็บดูบอลสด แนะนำ 2022 ไม่พลาดทุกนัดสำคัญ

สมัครเว็บบอลออนไลน์ ทำยังไง

ทำได้ไม่ยาก ขอแค่มีโทรศัพท์มือถือ มีอินเตอร์เน็ต มีไอดีไลน์ คุณกดลิ้งหรือภาพสมัครสมาชิกลงเบอร์โทรศัพท์ตัวเอง ที่เหลือก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากแล้ว

เพราะแอดมินจะให้บริการซัพพอร์ตคุณตลอด24ชั่วโมง หากหาคู่แทงไม่เจอ สามารถถามได้ เรายินดีช่วยหาให้ และเว็บเรารองรับทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

 หากท่านหาคู่แทงไม่เจอ ลองเซิชด้วยภาษาอังกฤษจะง่ายกว่ามากในการค้นหาทีม 

อีกทั้งหากท่านไม่อยากเล่นบอล สามารถเล่นเกมอื่นได้ เพราะเรายังเป็นเว็บพนันออนไลน์อีกด้วย ซึ่งรองรับการเล่นเกมออนไลน์อย่างเต็มที่ 

ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบเกมคาสิโน เช่น บาคาร่าออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หวยออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ 

หรือจะเข้าไปดูระบบการพนันกีฬาอื่นๆ เช่น มวยออนไลน์ แข่งรถ บาสเก็ตบอล และรายการอื่นๆ อีกกว่า 100 รายการ

สมัครเพื่อรหัสผ่านเข้าสู่ระบบจากทีมงานของเรา เมื่อคุณสมัครเข้าร่วมกระบวนการเดิมพันฟุตบอลออนไลน์ หน้าเมนู จะปรากฏขึ้นเพื่อแสดงรายการเดิมพันทั้งหมดบนเว็บไซต์ของเรา เล่น 100 บาท ฝาก 100 บาทก็จบ

5 ข้อดีของการเล่นเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ 2021

  1. เว็บพนันของเราคือผู้ให้บริการโดดเด่นด้านความฉับไว  ฝากง่ายถอนง่ายใน 30 วินาที
  2. เว็บพนันของเราคือผู้ให้บริการ เดิมพัน ฝาก ถอน ไม่มีขั้นต่ำ ผ่านทางธนาคารทุกที่ หรือ ทรูวอลเลท
  3. เว็บพนันของเราคือผู้ให้บริการ ที่นักแทงบอลสามารถเดิมพันเกมอื่นๆได้หมด เช่น  สล็อต บาคาร่า sa gaming sexy baccarat น้ำเต้าปูปลา สามารถเล่นทุกที่ ตลอด 24  ชั่วโมง
  4. เว็บพนันของเราคือเป็นเว็บพนันที่มีโปรโมชั่นเครดิตเพิ่มฟรีและกิจกรรมดีๆมากมาย รองรับทุกระบบโทรศัพท์ ios และ android
  5. นักแทงบอลหลายหมื่นเล่นได้จริงกับเว็บของเรา เล่นหมื่นคนถอนได้หมด ถอนได้จริงไม่มีตุกติก
เว็บบอลออนไลน์

เล่นกับเว็บไซต์ของเราสิครับ เราเป็นเว็บพนันออนไลน์ เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

เว็บพนันออนไลน์เว็บพนันบอลของเราคือผู้ให้บริการและได้รับเงินทุนช่วยเหลือเกื้อหนุนจากรองกรรมการซีอีโอของ naza798.COM  

นักแทงบอลจึงเชื่อมั่นได้เพราะเว็บพนันบอลของเราคือผู้ให้บริการเว็บพนันออนไลน์แห่งแรก ที่เหล่านักแทงบอลนิยมใช้บริการมากที่สุด ที่เป็นที่นิยมใช้บริการ มากที่สุดในประเทศไทย รับเดิมพันกีฬาออนไลน์และคาสิโนทุกประเภท สามารถเล่น การพนันออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ หรือ บนมือถือ iphone หรือ android ได้ตลอด 24 ชม 

รองกรรมการซีอีโอของเว็บเรา มีเงินและทุนหนามากพอจะรับเดิมพันคาสิโนทุกเกม และ กีฬาออนไลน์ทุกอย่างที่เดิมพันได้

นักแทงบอลไม่ว่าจะเป็นใคร หน้าใหม่ หรือเป็น นักแทงบอลหน้าเก่า ล้วนแต่ชอบเว็บเรา

 เพราะเว็บพนันของเราคำนึงถึงรูปแบบการเล่นเข้าใจได้ง่าย นักแทงบอลสามารถเล่นผ่านมือถือ ได้ทุกระบบทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะ IOS หรือ android  และมีเกมอื่นให้บริการ เช่น joker gaming slotxo slot roma slot pg

เล่นกับเว็บพนันของเราเราคุ้มกว่าเล่นข้างนอก เพราะโปรโมชั่นของเว็บพนันเราเหนือกว่าการแทงบอลข้างนอกแน่นอน

**แหล่งข้อมูลอ้างอิงต่างชาติ gool.co

***แหล่งข้อมูลอ้างอิงไทย  behance.net

อ่าน Otonari Asobi 迷子になっていた幼女を助けたら、お隣に住む美少女留学生が家に遊びに来るようになった件について แปลไทย ch5-5 ใช้ชีวิตร่วมกับเด็กสาวตัวน้อยข้างห้อง

วันรุ่งขึ้น พระอาทิตย์เริ่มตกดิน ผมเดินไปเรียกชาร์ล็อต

“ขอโทษจริงๆนะคะที่วันนี้ก็ต้องดูแลเอมม่าด้วยไม่ใช่แค่เมื่อวาน..”

” ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องขอโทษหรอกครับ คนที่บอกว่าวันนี้จะดูแลเอมม่าก็คือผมเองด้วย”

วันนี้ช่วงเช้า ผมเป็นคนติดต่อบอกคุณชาร์ล็อตเองว่าจะขอดูแลเอมม่าต่ออีกหน่อย 

แน่นอนว่าที่ขอดูแลเพราะว่าผมกำลังดำเนินแผนการอยู่ และมันต้องใช้เวลา แต่แน่นอนว่าชาร์ล็อตยังไม่รู้แผนการผม

“แล้วเอมม่าเป็นไงบ้างคะ”

“ตอนนี้นั่งเล่นอยู่ในห้องผมคนเดียวครับ”

“ไม่ได้ก่อความเดือดร้อนอะไรให้ใช่มั้ยคะ”

“ไม่หรอกครับ น้องก็ทำตัวน่ารักเหมือนเดิมไม่ได้เปลี่ยนครับ”

เอาจริงๆนะ เดือดร้อนเอาเรื่องเลยล่ะครับ  บางช่วงวันนี้น้องร้องไห้อาละวาดก็มีเหมือนกัน  เพราะงั้นกำหนดการของผมที่วางแผนไว้เลยต้องเลื่อนเวลามานิดหน่อย

แต่ก็นะ ถึงจะเวลาจะผิดแผนไปนิด แต่ก็สนุกดี อีกอย่างน้องเอมม่าน่ารักด้วย จะทำตัวดื้อบ้างผมก็ไม่ว่าอะไร

“ดีแล้วค่ะที่น้องไม่ดื้อ”

“อืม”

ผมคุยกับเธออยู่ตรงทางเดินแมนชั่น จากสภาพของเธอตอนนี้ ดูเหมือนว่าความกระทบกระเทือนจิตใจจากเรื่องเมื่อวานยังหลงเหลืออยู่ ท่าทางเธอไม่ค่อยแจ่มใสเท่าไร

“เอมม่าจะยกให้ชั้นมั้ยคะ”

“….ไม่ต้องห่วงหรอกครับ”

“ถึงตอนนี้น้องยังไม่ออกมาคุยกับชั้นเลย? น้องคงจะเกลียดชั้นไปแล้วสินะ”

“ม…ไม่หรอกครับ เรื่องเอมม่าเกลียดคุณชาร์ล็อตคุณลืมไปได้เลย”

ผมทิ้งช่วงตอนตอบเธอว่าไม่ต้องห่วง ตอนนั้นคุณชาร์ล็อตพูดขัดจังหวะผม เล่นเอาผมตกใจต้องรีบแก้ความเข้าใจผิดเธอ 

ผมคาดไม่ถึงว่าคุณชาร์ล็อตจะคิดแบบเดียวกับเอมม่าเลยว่า อีกฝั่งจะเกลียดตัวเองแน่

แต่ถ้ามองจากมุมมองเธอก็พอจะเข้าใจได้ เพราะปฏิกริยาของเอมม่าถึงตอนนี้ เธอคงไม่เคยเจอมาก่อนจะคิดมากก็ไม่แปลก

ด้วยความที่คุณชาร์ล็อตใส่ใจเอมม่ามากๆ แต่เอมม่ายังไม่ตอบสนองในแง่ดี เธอจะคิดว่าน้องเกลียดมันก็ฟังขึ้น

แต่ก็นะ  ต้องบอกว่า เรื่องคิดเองเออเองเข้าใจผิดเองนี่ พอกันทั้งพี่น้องเลย สำเนาเดียวกันเป๊ะ

“แต่ว่า..น้องยังโกรธชั้นอยู่นี่คะ”

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ถ้ายังไง ลองคุยกับเอมม่าโดยตรงเลยดีมั้ยครับ”

ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ เดี๋ยวเธอคิดมากเกิน สู้ให้เผชิญหน้าตรงๆไปเลยน่าจะดีกว่า และผมเองก็คิดว่าได้เวลาดำเนินแผนการแล้ว ควรรีบลงมือเลย ถ้าปล่อยเวลาล่วงเลยต่อ ผมไม่รู้ว่าเอมม่าจะทำแผนพังก่อนรึเปล่า

จะว่าไป เอมม่าค้างคืนที่ห้องผม แต่ทำไมพ่อแม่ของเอมม่าไม่เห็นว่าอะไรสักคำ ไม่สิ นี่ยังไม่เห็นหน้าพ่อแม่เธอเลยด้วยซ้ำ เท่าที่สังเกตมา ดูเหมือนว่าเธอจะอยู่กันแค่สองพี่น้องด้วย

“อาโอยางิคุง มีอะไรรึเปล่าคะ”

“อ๊ะ? เปล่าครับ แค่คิดเพลินๆว่าเอมม่านอนไปแล้วจะทำอะไรต่อดี”

“อ้อ เด็กคนนั้นถ้าง่วงแล้วหลับตาเมื่อไร คือติดเครื่องไหลยาวปลุกไม่ตื่นแน่ … ยิ่งไปกว่านั้น เอาจริงชั้นแปลกใจมากที่น้องหลับคนเดียวในห้องได้ คิดแล้วเชียวว่าเอมม่าไม่อยากเจอหน้าชั้นแล้วแน่เลย”

ชาร์ล็อตเริ่มกังวล มองโลกในแง่ร้ายอีกแล้ว

เฮ้อ สองพี่น้องคู่นี้ต่างคนต่างก็ให้ความสำคัญกับอีกฝ่ายแท้ๆแต่ชอบเข้าใจอีกฝั่งผิดๆในแง่ลบเหลือเกิน 

“ผมบอกแล้วครับว่าไม่ต้องห่วง เอาเป็นว่า เข้าไปในห้องสิครับ” 

ผมเปิดประตู ชวนชาร์ล็อตที่ตอนนี้อยู่ในโหมดโลกมืด เข้าห้องผม

เธอลากขาเดินแบบเนือยๆเหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบ  

แต่ว่าหลังจากเข้าห้องผม วันนี้ผมพาเธอไปที่อีกห้องหนึ่ง ไม่ใช่ห้องประจำที่เคยนั่งเล่นตลอด

“เอ๋ วันนี้ไม่นั่งคุยที่ห้องน้ันเหรอ”

“ใช่ครับ ผมอยากชวนคุณคุยที่ห้องนี้มากกว่า”

“ในห้องมีฟูกนอนปูบนพื้นด้วยใช่มั้ย?”

“หา?”

“อ..อย่างนี้นี่เอง อาโอยางิคุงเป็นเด็กผู้ชาย เมื่อวานเธอเห็นชั้นในสภาพนั้น จะคิดเรื่องอย่างว่าก็ไม่แปลก… แต่ว่า พวกเราสองคนยังไม่คบกันเป็นทางการเลยนะ  แล้วนี่ก็ยังไม่มืดสนิทเลย แถมเอมม่ายังอยู่ห้องข้างๆ …. แล้วเดิมที ที่เห็นชั้นในสภาพนั้นมันคืออุบัติเหตุ จะให้ทำอย่างว่าตอนนี้ ชั้นกับเขายังไม่รู้แน่ชัดถึงความรู้สึกอีกฝั่งด้วย…”

อะไรของคุณชาร์ล็อตหว่า อยู่ๆก็พูดรัวเป็นแร็พเปอร์เลย ฟังไม่ออกเลยว่าพูดอะไร แต่ที่แน่ๆคือหน้าคุณชาร์ล็อตแดงแป๊ด แถมไม่กล้าสบตาผม เป็นแอบเหล่ผมนิดๆแทน

ไม่สิ  บางทีเธอเข้าใจผิดผม ชนิดคนละโลกเลย 

“เอ่อ คือว่า ที่ผมชวนเข้ามาอีกห้อง จุดประสงค์ผมมีแค่คุยกับคุณล้วนๆนะครับ”

“เอ๊ะ? อย่าบอกนะว่าเธอได้ยินที่ชั้นพูดทั้งหมด”

“ไม่หรอกครับ ฟังจับใจความไม่รู้เรื่องเลย  แต่เห็นอยู่ๆท่าทีคุณผิดไปจากเดิม ผมเลยบอกเผื่อไว้เฉยๆ”

“………”

ผมกล่าวจบ หัวเราะแห้งๆให้เธอ ส่วนคุณชาร์ล็อตตอนนี้เธอยกสองมือปิดหน้าตัวเอง เขินบิดตัวไปมา

สรุปว่าเธอจินตนการเรื่องอะไรไปบ้างนะ…..

“ได้โปรดลืมเรื่องเมื่อสักครู่ด้วยนะคะ”

“อ..อืม.. ถึงผมจะฟังคำพูดที่คุณรัวตะกี้ไม่ออก ก็เพื่อความสบายใจ ผมจะลืมนะครับ คุณก็อย่าคิดมากนะครับ”

เห็นท่าทางอายม้วน เขินบิดไปมาแบบนั้น ใจหนึ่งก็อยากจะถามเธอว่า สรุปที่เธอรัวตะกี้ เธอพูดว่าอะไรบ้าง แต่ดูสภาพแล้ว ถึงไปคะยั้นคะยอ เธอคงไม่บอกผมแน่ เลยเลิกความคิดที่จะถามเธอ

หลังจากนั้น ผมพาเธอไปยังห้อง เปิดประตูพาเข้าไป

“ล็อตตี้…”

ที่ห้องมีเอมม่ารอเธออยู่

“เอมม่า?…์แล้วก็นี่มัน…โดมิโน่..?”

ชาร์ล็อตที่คาดไม่ถึงว่าจะเจอเอมม่าที่ห้องนี้ และบนพื้นมีโดมิโน่เป็นจำนวนมากเรียงรายอยู่  

หลายคนคงเดาแผนการของผมออกได้ ถูกต้องนะครับ แผนคืนดีที่ผมคิดให้เอมม่าคือ โดมิโน่

“เอมม่าจัง จัดไปครับ”

“อืม..”

เมื่อเอมม่าได้ยินคำพูดผม เธอล้มโดมิโน่ตัวแรก โดมิโน่ล้มเรียงรายเป็นทอดๆ

เมื่อโดมิโน่ตัวสุดท้ายล้มลง ภาพที่ปรากฏขึ้นมาคือตัวอักษรปรากฏเป็นคำว่า

“I’m sorry…”

ชาร์ล็อตเห็นตัวอักษร เธอหลุดปากพูดคำพูดออกมาตามภาพตัวอักษรโดมิโน่ 

ผมคิดว่า ถ้าทำตามแผนการของผมเรื่องเรียงโดมิโน่  ความรู้สึกของเอมม่าน่าจะส่งต่อถึงเธอได้

สรุปง่ายๆว่า ภาพมือถือที่ผมให้เอมม่าดู คือโดมิโน่สีขาวกับสีดำ เรียงสลับกันให้เป็นตัวอักษรนั่นเอง

ในเมื่อเอมม่าไม่กล้าเผชิญหน้าโดยตรง งั้นก็ต้องใช้สิ่งอื่นเป็นตัวแทนในการส่งความรู้สึก เท่านี้เอมม่าก็น่าจะขอโทษแทนเอ่ยปากตรงๆได้

“โดมิโน่พวกนี้…อาโอยางิเป็นคนเรียงรึคะ”

“ผมแค่ออกไอเดียเฉยๆ คนเรียงทั้งหมดคือเอมม่าคนเดียวครับ”

“ทั้งที่เอมม่าเกลียดการเรียงโดมิโน่รึคะ..”

“ใช่ครับ แต่ถึงอย่างนั้น เอมม่าก็ตัดสินใจเรียงคนเดียว ผมคิดว่าคุณชาร์ล็อตน่าจะเข้าใจความรู้สึกของน้องนะครับ”

“….”

ชาร์ล็อตที่ตะลึงกับโดมิโน่ หันไปมองเอมม่า

เอมม่าที่เห็นคุณชาร์ล็อตมองมา รีบเดินมาหลบข้างหลังผม ก่อนโผล่หน้ามาให้เห็นนิดหน่อย เงยหน้ามองคุณชาร์ล็อต

สิ่งที่ควรทำก็ทำไปหมดแล้ว เหลือลุ้นแค่ว่าคุณชาร์ล็อตจะยกโทษให้เอมม่าหรือไม่ 

อ่าน Zuttomo This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend 『ずっと友達でいてね』と言っていた女友達が友達じゃなくなるまで CH9-1 ค้างคืน

“….ค้างคืนเหรอ?์”

ไม่ใช่ผมโง่ที่ไม่เข้าใจความหมายคำนี้เลยถามนะ แต่คือเพื่อความชัวร์เลยขอคำยืนยันอีกที

(จะบอกว่ายุยขอร้องให้ผมค้างคืนที่บ้านเธอเหรอ ไม่หรอกมั้ง นิสัยเธอไม่น่าจะพูดแบบนั้นหรอก)

 

“เอ่อชายหญิงอายุพอๆกันค้างคืนนี่มันดูไม่ดีในสายตาคนอื่นหากรู้เรื่องนี้น่าจะพอทราบใช่มั้ยครับ”

“ม..ไม่เกี่ยวกันซะหน่อย ชั้นไม่สนสายตาคนอื่น …ก็..ชั้นพึ่งพายูมะหลายเรื่องแต่ไม่เคยตอบแทนบุญคุณได้สักที  วันนี้มีโอกาสเลยอยากตอบแทนน่ะ”

“เคยบอกไปแล้วไม่ใช่รึครับว่าไม่ต้องใส่ใจเรื่องตอบแทนบุญคุณ”

“..ก..ก็ชั้นอยากทำนี่นา ชั้นไม่อยากเป็นฝ่ายรับอยู่ฝั่งเดียวเลยอยากทำอะไรสักอย่างตอบแทนให้ได้”

ยูมะพึ่งจะเคยเห็นยุยมีท่าทียืนกรานดื้อดึงแบบนี้ครั้งแรก

“ก็นะ..แต่ว่า..”

สมมติว่าค้างจริงแต่เขาจะอธิบายเนเน่ยังไงล่ะ ทว่าสักพัก ยูมะนึกออกว่า เมื่อเช้าเนเน่บอกว่า “วันนี้ไปทำงานนอกสถานที่ กลับพรุ่งนี้มืดเลย”

 

นั่นแปลว่า ต่อให้วันนี้ยูมะค้างบ้านยุย เนเน่ก็ไม่รู้เรื่องนี้

(…เฮ้ยไม่ดีมั้ง.. นั่นไม่ใช่ปัญหาซะหน่อย)

ยูมะรีบดึงสติตัวเอง แต่ดูจะต้านทานเหตุผลไม่ไหว

(ถามตัวเองว่าอยากค้างบ้านยุยมั้้ย ตอบเลยว่าใช่ เห็นท่าทีของยุยอ้อนวอนผมให้ค้างแล้วผมสงสาร…แต่ว่าไอ้การค้างคืนนี่มันเลเวลอัพข้ามขั้นตอนพุ่งพรวดเลยนะ”)

ยูมะมองยุยอีกรอบ เธอทำท่าสลดยินหงอยอยู่

“ย…ยุย?”

“ขอโทษนะ ชั้นไม่ได้ตั้งใจฝืนใจยูมะเลย”

“เอาน่า ไม่เป็นไรครับ  ผมดีใจกับคำพูดที่บอกว่าอยากตอบแทนครับ”

ยุยส่ายหัวกับคำพูดยูมะ

 

“ขอโทษนะ ที่ชั้นบอกอยากตอบแทนมันคือข้ออ้างน่ะ”

 “ข้ออ้าง?”

“อืม…จริงๆแล้ว…จริงๆแล้ว”

ยุยเอามือแตะอก กำเสื้อแน่น ตั้งมั่นแน่วหน้า เงยหน้ามองยูมะ

“ชั้น…อยากอยู่ด้วยกันกับ…ยูมะ…ให้นานกว่านี้”

***

 

(แล้วนี่กุหลุดปากตอบโอเคไปทำบ้าไรวะ)

สรุปตอนนี้ ยูมะตัดสินใจแล้วว่าจะค้างบ้านยุย

(งานหยาบ…งานหยาบของจริง ปกติอยู่ใกล้สาวที่ชอบก็ใจเต้นระรัวแล้ว แต่คราวนี้เข้ามาอยู่ในบ้านของสาวที่ชอบนี่มันข้ามขั้นเกินชัดๆ)

แต่ว่าให้ทำไงได้ล่ะ

 

ถ้าคุณเจอสาวที่ชอบบอกว่า “อยากอยู่ด้วยกันให้นานกว่านี้” คุณคิดว่าจะมีผู้ชายสักคนในโลกกล้าปฏิเสธคำขอล่ะครับ นี่ยังไม่รวมพลังทำลายล้างจากคำพูดของเธอเล่นเอาใจละลาย

 

ตั้งสติไว้ก่อนลูก 

(เอาน่า มองโลกในแง่ความเป็นจริง ยังไงครอบครัวเธอก็ต้องอยู่บ้าน อย่างยุยคงไม่กล้าชวนให้มาค้างคืนในบ้านสองต่อสองหรอก)

“วันนี้พ่อกับแม่ไม่อยู่บ้านนะ ท่านออกไปทำงานกว่าจะกลับก็พรุ่งนี้เลย”

(บ๊ะแหล่ววววววววววว)

ยุยไปกินยากล้าหาญมาจากไหน ทำไมเธอถึงได้มั่นขนาดนี้ ยูมะรู้สึกตาลายคล้ายจะเป็นลม

“เพราะงั้นถึงจะเสียงดังไปบ้างก็ไม่มีปัญหาอะไรนะ”

……ก็รู้นะว่าที่ยุยพูดถึงเสียงดัง หมายถึงเล่นเกมเสียงดัง  เล่นเกมนะโว้ย เล่นเกม ยูมะพยายามท่องในหัวว่าเล่นเกม แต่สมองแล่นไปถึงเรื่องบนเตียงแทนซะงั้น

ยกโทษให้ผมด้วยเถอะคร้าบบที่คิดแบบนี้ แต่โดนผู้หญิงที่ชอบบอกว่า “พ่อกับแม่ไม่อยู่” นี่มันแฟล็กปักธงชัดๆ ใครจะไปห้ามความคิดไหว

 

ระหว่างที่ยูมะใจเต้น ทั้งคู่ก็เดินเข้ามาในบ้านยุย

บ้านยุยดูสะอาดสะอ้านสวยงามบ่งบอกถึงความเอาใจใส่ของเจ้าของ

ปกติเวลาที่ส่งยุยจะส่งแค่หน้าบ้าน นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เข้ามาในบ้านเธอ หัวใจยูมะเต้นรัวยิ่งกว่าตีกลอง

 

“รบกวนด้วยนะครับ”

“แหะแหะ ดีใจจังเลย เพิ่งเคยชวยเพื่อนมาเที่ยวบ้านเป็นครั้งแรก♥”

“……”

ผู้ชายคนแรกที่ยุยพามาเที่ยวบ้านงั้นเหรอ ยิ่งฟังยูมะยิ่งใจเต้นหนักกว่าเก่า

 

ทั้งสองคนเดินเข้าในห้องรับแขก

สายตายูมะกวาดมองรอบๆสำรวจเฟอนิเจอร์ พบว่าเป็นของหรูทั้งนั้น

“นั่งโซฟาได้เลยนะ..อ้อ เอาชาด้วยมั้ย”

“อ..อืม..รบกวนด้วยครับ”

ยูมะนั่งโซฟา หัวใจเต้นตุ้มต่อม หาเรื่องคุยระหว่างยุยไปเตรียมชา

“ครอบครัวยุยทำงานอะไรเหรอ”

“พ่อเป็นหมอแม่เป็นนางพยาบาลน่ะ”

“เห..เจ๋งเลยนี่นา”

“อืม”

ดูจากน้ำเสียง เธอคงสนิทกับครอบครัวดี

“อึ๊บ เอาน้ำมาเสิร์ฟจ้า”

ยุยยกขนมกับน้ำชา วางไว้บนโต๊ะหน้าโซฟา ก่อนจะนั่งลงข้างๆยูมะ

ยูมะรับถ้วยชาจากยุย ดื่มไปอึกหนึ่ง

อร่อยจัง ถึงจะไม่ค่อยรู้เรื่องชาแต่สัมผัสรับรสได้ถึงความหรูได้เลย

 

“ชาอร่อยดีครับ”

“อืม แขกคนสำคัญมาเยี่ยมทั้งทีก็ต้องเสิร์ฟของที่ดีที่สุดให้สิ”

“เห ขอบคุณนะครับ”

“ไม่เป็นไรจ้า”

หลังจากนั้น ยูมะเงียบ ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ทั้งสองคนทานขนมกับน้ำชาเงียบๆ

ถึงแม้จะไม่ได้พูดอะไรก็ตาม แต่บรรยากาศไม่ได้แย่ กลับกัน รู้สึกถึงความอบอุ่นหัวใจด้วยซ้ำ นี่สินะรสชาติของความสุข

แค่ได้นั่งมองยุยจิบชาพลางเคี้ยวขนมแค่นี้ก็รู้สึกถึงความรักที่เอ่อล้นจากข้างในแล้ว

หลังจากนั้นสักพัก ยุยหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา

ยูมะเห็นก็รู้งานหยิบโทรศํพท์ขึ้นมาด้วย ทั้งสองคนเริ่มพิมพ์แชทหากัน

“ขอบคุณที่ตอบรับคำขอร้องชั้นนะ”

“ไม่หรอก ชั้นต่างหากที่ต้องขอบคุณที่ชวนมาค้างบ้าน”

“ก็ตามที่บอกว่าอยากตอบแทนบุญคุณ ยูมะมีอะไรที่อยากรีเควสเป็นพิเศษมั้ย”

“ยังจะตอบแทนให้ได้จริงเหรอ”

“ใช่ ความรู้สึกที่อยากตอบแทนยูมะให้ได้มันเป็นของจริงค่ะ เพราะซาบซึ้งในสิ่งที่ยูมะดูแลมาตลอดค่ะ”

“จะว่าไปทำไมจู่ๆดูพูดจาสุภาพล่ะ”

“ก็มันเขินเลยไม่กล้าคุยแบบเดิมไง”

ยุยพิมพ์แชทจบ ส่งยิ้มให้ยูมะ

เอาเหอะ ถ้าอยากตอบแทนขนาดนี้ คงต้องคิดจริงจังสักนิดละ แตามันยังคิดไม่ออกนี่สิ

“ตอนนี้ยังนึกเรื่องรีเควสเป็นพิเศษไม่ออกเลย”

“งั้นเหรอ ถ้างั้นชั้นขอเสนอตัว เป็นคนที่ทำอะไรก็ได้ให้ยูมะรู้สึกดีใจ คิดว่าไง  ง่ายๆว่า ให้ชั้นเป็นเมดของยูมะก็ได้”

“..เมดเหรอ”

“ถูกต้องจ้า คิดซะว่าชั้นเป็นเมดที่ยูมะจ้างมาดูแลส่วนตัวเลย”

“พูดขนาดนั้นก็ไม่ปฏิเสธละ”

จะว่าไปการที่เธอบอกว่าเป็นเมด แปลว่าตอนนี้ยุยมองเราในฐานะผู้ชายนิดนึงละสินะ

(อ้ากกก เขินจนอยากจะตายตรงนี้เลย)

ระหว่างที่ยุมะยังหมกหมุ่นกับความคืดตัวเอง ยุยพิมพ์แชทหา

“ยูมะอยากจะใช้ชั้นเรื่องไหนก็เชิญตามสบายนะ”

ยุยยืนยันหนักแน่นซะขนาดนี้ ก็ตามนั้นแหละครับ

“รับทราบครับ วันนี้ก็ขอใช้บริการหน่อยนะครับ”

พออ่านแชทที่ยูมพิมพ์จบ รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าเธอทันที น่ารักจริงๆ

ยุยสูดลมหายใจเข้า ดึงเสื้อยูมะเล็กน้อย 

“เอ่อ..คือว่า..สนใจไป…ห้องชั้นมั้ย”

“ห้องเธอเหรอ.. คือว่าชั้นเป็นผุ้ชาย เข้าห้องเธอไม่มีปัญหาอะไรแน่นะ”

“อ..อืม.ไม่มีปัญหาหรอก ไม่ต้องเกรงใจนะ”

ยุยพายูมะไปที่ชั้นสอง มาที่ห้องที่ป้ายเล็กๆติดว่า ห้องยุย

ตื่นเต้นชิบหายเลยว้อยย ในชีวิตเพิ่งจะเคยเข้าห้องหญิงอื่นเป็นครั้งแรก (ไม่นับเนเน่นะ)  ยิ่งเป็นห้องเด็กที่ชอบ ยิ่งลุ้นหนักเข้าไปใหญ่

ดูเหมือนว่าคนที่ตื่นเต้นจะไม่ใช่ยูมะคนเดียว ยุยเองก็ออกอาการไม่น้อยเหมือนกัน

“ช..เชิญค่ะ”

ยุยพูดจบ เปิดประตู ทั้งคู่เข้ามาในห้อง ยูมะสูดได้กลิ่นหอมสไตล์ห้องผู้หญิง เพียงแค่ได้กลิ่น ยูมะก็เริ่มใจเต้นแล้ว

จะว่าไป ห้องยุยนี่…ก็ต้องบอกว่าสมเป็นห้องยุยแหละ

ห้องแบ่งสเปซออกเป็นสองส่วนชัดเจน ส่วนหนึ่งคือเตียงนอน หัวเตียงกับข้างเตียงมีตุ๊กตาหมีเรียงราย สมเป็นเด็กผู้หญิงจริงๆ

 

ส่วนอีกด้านหนึ่ง เป็นโต๊ะคอม มีคอมพิวเตอร์ตั้งอยู่ ด้านหน้ามีเก้าอี้เกมมิ่งตัวหรู ด้านข้างมีชั้นหนังสือมีมังงะกับไลท์โนเวลเรียงราย

เขร้ เธออ่านโจโจ้ล่าข้ามศตรวรรษแถมมีครบทุกเล่มด้วย จะมีผู้หญิงคนไหนในโลกมีการ์ตูนเรื่องนี้แบบเธอมั้ยฟะ

หลังเข้าห้องสักพัก ยุยกล่าว

“ตอนชั้นยังเด็ก ร่างกายอ่อนแอ  คุณพ่อกลัวชั้นเหงาเลยซื้อตุ๊กตาหมีให้ชั้นเยอะเลย”

“แต่ว่าที่เห็นนี่มีการ์ตูนผู้ชาย สไตล์เกมที่เล่นก็แนวผู้ชายชอบเล่นซธส่วนใหญ่ พ่อเธอไม่ว่าอะไรรึ”

“มันแปลกเหรอ”

“เปล่าซะหน่อย สมเป็นยุยต่างหาก”

“แหะแหะ ขอบคุณนะ”

“ขอดูชั้นหนังสือนิดหนึ่งนะ”

“อืม ตามสบายเลย”

พอได้รับคำอนุญาต ยูมะเดินไปค้นหนังสือ เป็นห้องที่จะว่าแปลกก็แปลกแหละ บนเตียงนี่ห้องผู้หญิงแน่ แต่บนโต๊ะเกมนี่ห้องผู้ชายชัดๆ

ยูมะดูหยังสืออยู่ โชคดีที่ยูมะกับยุยชอบอ่านการ์ตูน ความชอบที่ตรงกัน  ยูมะจึงสนใจหนังสือในชั้นพอสมควร

“เฮ้ เล่มนี้ดูน่าสนใจ เรื่องนี้สนุกมั้ย”

“สนุกนะ ถ้ายูมะสนใจจะยืมไปอ่านก็ได้นะ”

“แท้งกิ้ว เจอกันครั้งหน้าเดี๋ยวเอามาคืนนะ ครั้งหน้าเดี๋ยวชั้นเสนอการ์ตูนมันส์ๆมาแลกกันอ่านนะ”

พอคุยเรื่องงานอดิเรกสิ่งที่ชอบ ความตื่นเต้นของยูมะก็เริ่มหายไป

เมื่อคนสองคนที่มีความชอบใกล้เคียงกันอยู่ด้วยกัน บรรยากาศมันจะเริ่มเต็มไปด้วยความสนุกแบบนี้แหละ

 

“เน่ ยูมะ คิดเรื่องตอบแทน ออกรึยัง”

“โอ๊ะ โทษทีนะ”

“หือ มีเรื่องอะไรต้องขอโทษเหรอ”

“เปล่า ไม่มีอะไร”

 

จริงๆก็ไม่มีอะไรแหละ แค่ไม่เคยเห็นยุยที่นั่งบนเตียง กอดตุ๊กตาหมี ส่งสายตาถาม 

 

ถึงแม้ว่าตอนคุยเรื่องการ์ตูน จะให้ความรู้่สึกเหมือนผู้ชายคุยกัน แต่จริงๆแล้วนี่คือห้องผู้หญิง เห็นยุยกอดตุ๊กตาหมีบนเตียง ยิ่งยืนยันชัดเจนไม่ผิดเพี้ยน

ห้องนี้คือห้องที่ยุยใช้นอนหรือทำธุระส่วนตัว  หรือใช้เปลี่ยนเสื้อ และตอนนี้ชั้นกำลังยืนอยู่ในห้องจริงๆไม่ได้ฝันซะด้วย

 

พอคิดแบบนี้ ยูมะกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่

ทางด้านยุยที่ยังคงทำหน้าสงสัยว่ายูะเป็นอะไรไป ก็ต้องขอบคุณความไร้เดียงสายุยที่นึกไม่ออกว่าตอนนี้เขาคิดอะไรอยู่บ้าง

“จะว่าไป ที่บอกว่าตอบแทน ตอนนี้ก็อยู่ห้องเธอแล้ว จะทำอะไรรึ”

ยูมะลองถามดู ยุยเจอคำถามยูมะแล้วหน้าแดงมีท่าทีขวยเขิน

  “คือว่านะ..ชั้นลองค้นคว้าข้อมูลดูก่อนหน้าเกี่ยวกับเรื่องความปรารถนาของเด็กผู้ชายหรือเรื่องที่ทำแล้วผู้ชายจะดีใจ ชั้นอยากจะทำเรื่องนั้นให้ยูมะ”

“……”

 ผู้หญิงที่หลงรักจะทำอะไรให้ผู้ชายดีใจ….มันก็เรื่องอย่างว่า…รึเปล่าวะ

ยูมะแอบลุ้นนิดๆแต่ก็เดาว่าเธอคงไม่ทำขนาดนั้นหรอก รอดูว่าเธอจะทำอะไรดีกว่า

“เอ่อ…ยูมะ..ขึ้นมาบนเตียงสิ”

“ห๊ะ..ขึ้นเตียง?”

“ชั้นคิดว่าอยากจะทำให้ยุมะรู้สึกดี..”

บ๊ะแหล่ว ยูมะตัวแข็งทื่อ ภาพในหัวนึกถึงความฝันเมื่อเช้า

“ไม่ดีมั้ง ไม่ดีมั้ง ไม่ดีแน่ๆ ถึงจะเป็นความปรารถนาของผู้ชายแต่เรื่องนี้มันยังไม่ควรนะ”

ความหมายที่เธอคิดกับที่ผมคิดมันต้องคนละเรื่องแน่ ชัวร์ เธอต้องเข้าใจผิด…มั้ง หรือจะทำจริงเหรอวะ

“ม..ไม่ดีตรงไหนเหรอ ชั้นอ่านในการ์ตูน เห็นแม่ตัวเอกทำให้พระเอกนะ”

“อย่าเอาสองมิติมาปะปนกับสามมิติสิฟะ  จะว่าไปนี่นายไปอ่านการ์ตูนเรื่เองอะไรมานิไ

“ไม่อยากให้ทำจริงๆเหรอ”

“ก็มันยังไม่ควรทำอะ เรื่องแบบนั้นมันต้องใช้เวลาทำความรู้จักกันอีกหน่อย…หือ โทษทีนะ ในมือเธอถืออะไรอยู่น่ะ”

“นี่เหรอ? ไม้แคะหูไง”

“ไม้แคะหู”

“อืม ใช่ ไม้แคะหู”

“แล้วถือไม้แคะหูมาทำไมล่ะ”

“ถือไม้แคะหูมาก็ต้องใช้แคะหูสิ หรือมันเอาไปใช้ทำอย่างอื่นได้เหรอ”

“….เชี่ยเอ้ยยยยยยยยย”

สรุปมีกูคนเดียวเลอะเทอะเข้าใจผิดไปเองสินะ โอ้ยย อายชิบหายเลยโว้ย ถ้ามีหลุมอยู่ตอนนี้จะโดดลงไปไม่โผล่หน้าให้ใครเห็นแน่

“เอ่อ..ยูมะ..ไม่ชอบแคะหูเหรอ ชั้นน่ะนะ นานๆทีแม่จะแคะหูให้ชั้น มันรู้สึกดีมากเลย ชั้นเลยอยากทำให้ยูมะบ้าง”

คำพูดยุยใสซื่อบริสุทธิ์มาก ไม่มีเจตนาร้ายใดๆยิ่งทำให้ยูมะคอตกรู้สึกผิดหนักกว่าเดิมอีก

“ยูมะ..เป็นอะไรรึเปล่าไ

“เอ่ออ..อืม..งั้นแคะหูเลยก็ได้ครับ”

“อืม งั้นยูมะมานอนหนุนตักชั้นนะ  เพิ่งจะเคยทำเรื่องแบบนี้ครั้งแรกรู้สึกตื่นเต้นจัง”

ยูมะเดินหงอยๆ ไปนอนบนเตียง  ฟีลลิ่งหมดไฟผิดกับเมื่อครู่

 

ทว่าพอได้นอนจริงๆ ยูมะเริ่มรู้แล้วว่าตัวเองคิดผิด

ไอ้การนอนแคะหูนี่มัน ทำแดเมจใส่ยูมะได้เยอะกว่าที่คิดซะงั้น

 

 

อ่าน Zuttomo This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend 『ずっと友達でいてね』と言っていた女友達が友達じゃなくなるまで CH10-1 (เล่ม2) เกริ่นนำ prologue

“ยุย ไม่เป็นไรใช่มั้ย”

“อืม…”

ยุยพยักหน้าตอบกลับ

ชั่วโมงเร่งด่วนวันนี้มีคนเดินทางจำนวนมาก และเนื่องจากเปิดเทอมเลยเห็นเด็กรุ่นราวคราวเดียวกับยุมะเดินผ่านบ้างประปราย

แน่นอนว่าผมสีขาวของยุยในชุดเครื่องแบบก็เป็นจุดเด่นดึงดูดสายตาคน บางคนก็มองด้วยความชื่นชม แต่บางคนก็มองว่าขยะแขยงด้วย

ทว่าดูเหมือนเขาอาจจะกังวลเกินไปนิด เพราะสายตาของยุยตอนนี้ดูจะกังวลและเขินที่เธอกุมมือยูมะมากกว่า

เอาจริงๆว่าตามตรงยูมะอายมั้ย อายสิ แต่ให้ปล่อยมือยุยมั้ย ขอปฏิเสธเด็ดขาดว่าไม่ปล่อย

รสชาติความสุขที่สัมผัสผ่านความอบอุ่นและอ่อนนุ่มจากมือยุย มือที่กุมนั้นบ่งบอกถึงความเชื่อใจยูมะ มันทำให้เขาดีใจมาก

(…เอาจริงๆที่เราควรกังวลไม่ใช่เรื่องกุมมือ แต่เป็นสถานการณ์ผู้คนตอนนี้มากกว่า)

ดูเหมือนว่ายุยเพิ่งจะเคยออกมาข้างนอกและพบปะผู้คนจำนวนมากขนาดนี้เป็นครั้งแรก เขาคิดถึงตอนที่ยุยบาดเจ็บเพราะสายตาคนรอบข้าง ก็กังวลว่าถ้าเธอเดินทางมาคนเดียว บางทีเธออาจจะเกิดอาการแบบนั้นอีก

แน่นอนว่า ยูมะตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าจะปกป้องยุยให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นในฐานะเพื่อนหรือในฐานะผุ้ชายคนหนึ่ง

“ซู้ด…ฮ่า…”

ยูมะได้ยินเสียงยุยสูดลมหายใจเข้าลึก

“ไม่เป็นไรจริงๆใช่มั้ย ไม่ไหวอย่าฝืน บอกชั้นได้ทุกเวลานะ”

“อืม ไม่เป็นไร”

ถึงแม้ว่ายุยจะกดดันและเกร็งจากสายตาผุ้คน แต่เธอยังคงส่งยิ้มให้ยูมะ

“ถ้าเป็นตัวชั้นเมื่อก่อน ชั้นคงจะตัดสินใจหนีจากตรงนี้ไปแล้ว แต่ว่าตอนนี้ชั้นมียูมะอยู่ข้างๆเลยไม่เป็นไร”

ท่าทางและน้ำเสียงเธอบอกชัดเจนถึงความไว้เนื้อเชื่อใจยูมะ

ยูมะตอบสนองความเชื่อใจนั้นด้วยการกุมมือเธอแน่นกว่าเดิม  ยุยเองก็เขินเลยออกแรงกุมมือยูมะเพิ่มด้วยเช่นกัน

ในที่สุดทั้งคู่ก็เดินทางมาถึงสถานี มีคนพอสมควร รอบข้างมีนักเรียนรุ่นราวคราวเดียวกันแต่งชุดเครื่องแบบเหมือนพวกยูมะด้วย

“จากนี้ปล่อยมือก่อนดีมั้ย”

“เอ๋..”

“ไม่ได้รังเกียจนะ แต่ถ้ากุมมือเดินไปด้วยกันต่อ สายตาจากคนรอบข้างอาจจจะประเมินความสัมพันธ์เราไปในทางนั้น.. เธอรับได้เหรอ”

ยุยฟังยูมะพูดจบ หน้าเธอแดงแป้ด ทว่าไม่ได้ปล่อยมือ แต่กลับกุมมือแน่นกว่าเก่าเป็นภาษากายชัดเจนว่า “ยังไงชั้นก็ไม่ปล่อยมือเธอ”

“รับได้สิ..”

ยุยพึมพำกับตัวเอง รู้สึกได้ถึงเสียงหัวใจเต้นระรัว

“ยูมะล่ะ รับได้รึเปล่า”

“ชั้นรับได้อยู่แล้ว  ปะ งั้นกุมมือเดินไปด้วยกันต่อเนอะ”

“…อืม”

ทั้งคู่กุมมือรอรถไฟมาด้วยใบหน้าแดงเขินอาย

ยูมะก็แอบแปลกใจเล็กน้อย เพราะก่อนหน้านี้ตั้งแต่ไปค้างบ้านยุย เธอไม่สกินชิพใส่เขา ไม่อ้อนเขา แต่ตอนนี้เธอยอมเดินกุมมือเขาทั้งที่เขินอาย

อย่าบอกนะว่ายุยเริ่มรู้สึกเห็นเขาเป็นผู้ชายคนหนึ่งขึ้นมานิดนึงแล้ว?

ยูมะคิดจบรีบส่ายหัวตัดใจความคิดนั้น ไม่น่าจะเป็นไปได้หรอก เลอะเทอะน่า 

หลังจากรอได้ไม่นาน รถไฟก็เทียบท่าสถานี

“หวา..”

“คนอัดเป็นปลากระป๋องเลยเว้ย”

รถไฟมีคนอยู่ข้างในเป็นจำนวนมาก แม้ว่าจะมีคนออก แต่ก็มีคนเดินเข้าด้วยเช่นกัน 

ยุยตัวสั่นเทา ตาเบิกกว้าง ดุแล้วน่าจะเริ่มกังวลหนักกว่าเก่า

“ไปกันเถอะครับ”

ยูมะกุมมือแน่น ฝืนออกแรงดึงเธอเข้ามาในรถไฟ เลือกตัดสินใจเดินมา ให้ยุยยืนตรงข้างๆมุมประตูทางออกรถไฟ

ส่วนทางยูมะใช้มือข้างหนึ่งดันกำแพง ให้ยุยหลบในเงาตัวยูมะ เขาใช้ตัวเองเป็นเกราะกำบังยุยจากสายตาจากคนรอบข้าง

ใจยูมะเจตนาดี แต่พอนึกดูอีกที นี่มันฉากแบบที่เห็นในมังงะหวานแหวว กูกำลังทำท่าคาเบะด้ง ใส่สาวที่ชอบนี่หว่า

“อ๊ะ…”

ดูเหมือนว่ายุยก็นึกออกเช่นกันว่านี่เป็นสถานการณ์คาเบะด้ง หน้าเธอแดงกว่าเก่า เห็นสภาพยุยตอนนี้เล่นเอายูมะรู้สึกผิดเลย เขาน่าจะหาวิธีอะไรได้ดีกว่านี้แท้ๆ

 

『ずっと友達でいてね』と言っていた女友達が友達じゃなくなるまで2

“โทษทีนะ”

“อืม”

ยุยขยับตัวหยิบมือถือออกจากกระเป๋า พิมพ์แชทหายูมะ

“ไม่เป็นไร ขอบคุณนะที่ช่วยปกป้องชั้นจากคนรอบข้าง”

ตอนแรกยูมะก็รู้สึกผิดว่าทำไมนึกวิธีดีกว่านี้ไมไ่ด้ แต่พอเห็นข้อความแชทที่เด้งขึ้นมาก็ใจชื้นขึ้นเป็นกอง อ่านแล้วรู้สึกนุ่มฟู ดูเหมือนว่าเธอจะอายที่จะพูดขอบคูณตรงๆเลยเลือกที่จะพิมพ์แชทหาเขาแทน

ขณะที่คิดเรื่องยุยอยู่ รถไฟกระชากออกตัวจนสะเทือนทั้งคัน

“หวา”

“อ๊ะ”

ผู้โดยสารคนอื่นถูกแรงกระชากออกตัว จนเซชนดันหลังยูมะ ผลคือตัวยุยแนบชิดกับยูมะ

“อ๊ะ โทษทีนะ ไม่เป็นไรใช่มั้ย”

“อืม”

ยุยเงยหน้าขึ้นมองยูมะ หน้าเธอใกล้กับหน้ายูมะสุดๆ

ถ้าตอนนี้มีใครมาชนหลังสักนิดเดียว หรือยูมะขยับตัวเล็กน้อย ริมฝีปากยูมะกับยุยจะจุ๊บกัน ระยะห่างที่ประชิดซะขนาดนี้เล่นเอาทั้งคู่หน้าแดงก่ำเบนสายตาออกไปคนละทาง

“โทษทีนะครับ”

“ม..ไม่เป็นไร”

ยูมะอยากจะเขยิบห่างจากเธอสักนิด แต่เพราะรถไฟเต็มไปด้วยผู้โดยสาร จึงไม่สามารถทำได้

(ใครก็ได้ช่วยลูกช้างด้วยคร้าบบบ)

ในใจยูมะร่ำร้องลั่น ทำไมพระเจ้าชอบให้เขาเจอสถานการณ์หวาดเสียวกับยุยทุกทีเลยนะ

*****

ในอีกด้านหนึ่ง ทางยุย แม้ปากจะบอกไม่เป็นไร แต่ใจไม่ได้คิดแบบนั้น

ระยะห่างที่เฉียดไม่ถึงนิ้้ว  ริมฝีปากเธอกับยูมะแทบจะชนกันอีกครั้ง ทำให้เธอนึกถึงความฝันที่จูบยูมะ แถมยังโดนทำคาเบะด้งด้วย ยุยก็อายแทบแทรกแผ่นดิน อยากจะหนีจากสถานการณ์ตรงนี้ด้วยเช่นกันแต่ทำไม่ได้

สรุปว่า ยูมะทำคาเบะด้งใส่ยุยยาว

เมื่อก่อนตอนอ่านมังงะก็เคยคิดอยู่ว่า กะอีแค่คาเบะด้ง นางเอกมีอะไรให้ตื่นเต้นขนาดนั้น แต่ตอนนี้เธอเข้าใจความรู้สึกนางเอกในมังงะกระจ่างแจ้ง

หากคุณโดนผู้ชายที่ชอบทำคาเบะด้งใส่ หัวใจคุณจะเต้นตึกตักด้วยความเขิน

“งือ…”

รู้สึกได้ถึงความร้อนที่หน้าและเสียงหัวใจที่เต้นแรงจนกังวลว่ายูมะจะได้ยินเสียงหัวใจเธอ

พอยุยเงยหน้ามองยูมะ ใบหน้าเขาแดงยิ่งกว่าที่เคยเห็นมาตั้งแต่อดีต

(…บางทียูมะเองก็คงเขิน..แบบที่ชั้นคิดอยู่ตอนนี้รึเปล่านะ)

แค่คิดเท่านี้ ยุยก็เขินจนหัวใจเต้นแรง ถ้าเขาเขินจริงล่ะก็ชั้นจะดีใจมาก ยิ่งถ้าเขาคิดว่าตอนที่ริมฝีปากเราแทบจะชนตะกี้ ถ้าเขาเกิดอยากจูบขึ้นมาล่ะก็…

(ตายแล้ว นี่ชั้นคิดอะไรพร่ำเพ้อไปไกลอยู่เนี่ย)

อยู่ในรถไฟแท้ๆยังพาลไปคิดเรื่องแบบนั้นได้ ยุยยิ่งหน้าแดงหนักกว่าเก่า

(ไม่ใช่นะ ไม่จริงนะคะ ตะกี้หนูไม่ได้คิดแบบนั้นจริงๆ)

ไม่รู้ว่าในใจยุยตอนนี้พูดแก้ตัวให้ใครฟัง แต่เสียงตะโกนในใจเธอตอนนี้คือแก้ตัวพัลวันเรื่องจูบ

ใจหนึ่งอยากให้ถึงสถานีปลายทางให้เร็วกว่านี้สักวินาทีเดียวก็ยังดี ทว่า อีกใจหนึ่ง ส่วนลึกของหัวใจก็ปรารถนาอยากให้รถไฟขบวนนี้วิ่งอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆให้นานเท่านาน

ถ้าให้อธิบาย คงเป็นความรู้สึกผิดและความรู้สึกยินดีผสมผสานปนเปจนแยกไม่ออก

อยากบอกความรู้สึกนี้ให้ยูมะรู้ อยากป่าวประกาศให้เขาฟัง แต่ว่าชั้นก็กลัวและอาย เลยไม่กล้าจะบอกให้รู้ 

ความรู้สึกยุยตอนนี้จึงตีกันยุ่งเหยิง อึดอัดใจแต่ก็มีความสุข ถ้าให้เลือกได้ ก็อยากอึดอัดแบบนี้ต่อไปนะ

“….”

ยุยตัดสินใจรวบรวมความกล้าเล็กๆ เอาตัวเองซบอกยูมะ

ถึงแม้จะไม่รู้สึกถึงความอบอุ่นจากร่างกายเขา แต่..ขอเพียงแค่นี้ ชั้นก็มีความสุขแล้ว รู้สึกได้ถึงความรักและความสุขจากข้างในใจ

“…รักเธอที่สุดเลย”

ยุยพึมพำกับตัวเองเบาๆโดยที่ไม่มีใครคนอื่นได้ยิน

สรุปว่า ทั้งคู่ต่างก็ใจเต้นตึกตัก ขวยเขินไม่ต่างกัน แต่ก็น่าเสียดายที่ต่างฝ่ายก็ไม่ได้รับรู้ในใจของอีกคน

และแล้วรถไฟก็มาถึงสถานีจุดหมายปลายทาง

**

อ่าน Zuttomo This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend 『ずっと友達でいてね』と言っていた女友達が友達じゃなくなるまで CH12-2 ความคาดหวังที่ชวนใจเต้นตึกตัก

คุณแม่ยูมะกล่าวด้วยท่าทีอ่อนโยนว่า

“อืม ฝากดูแลลูกสาวแม่ด้วยนะ”

“ค.ครับ..ห๊ะ?”

ยูมะตอบรับงงๆ ก่อนอุทานตกใจ ไม่นึกว่าแม่ยุยจะตอบรับง่ายจนคาดไม่ถึง

คุณแม่ยุยหัวเราะกล่าว

“เรื่องยกลูกสาว แม่เคยคุยกับพ่อมาแล้วและได้ข้อสรุปว่า หากยุยอยากอยู่ด้วยกันกับยูมะ ทั้งพ่อและแม่จะไม่เอ่ยปากห้ามแน่นอน”

คุณแม่ยุยกล่าวต่ออีก

“เด็กคนนั้นน่ะนะ ตั้งแต่ได้พบกับยูมะก็ร่าเริง หัวเราะบ่อยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เอาแค่เรื่องกินข้าวนอกบ้านพร้อมหน้าทั้งครอบครัว แม่ยังไม่กล้าจะฝันถึงด้วยซ้ำว่ายุยจะเป็นคนออกปากอยากทานด้วยตัวเอง เพราะงั้นเลยคิดว่าพ่อกับแม่คงไม่สามารถทำให้ยุยมีความสุขได้แบบที่ยูมะคุงทำได้หรอก “

(ความสุขของแม่ยุยคิดกับที่เราคิดน่าจะคนละความหมายละมั้ง) ยูมะพึมพัมกับตัวเองในใจ ก่อนกล่าวออกมาว่า

“คนที่เอ่ยปากเองว่าอยากจะมาพบกับผม อยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง ทุกอย่างเกิดจากเจ้าตัวพูดทั้งหมดนะครับ ผมแค่คนช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆเท่านั้นเองครับ”

เพราะยุยเป็นคนที่เดินหน้า พยายามอย่างเต็มที่จะแก้ไขจุดบกพร่องของตัวเอง เราเป็นคนที่อยู่ด้วยกันกับยุย และได้เห็นทุกช่วงเวลานั้น จึงเริ่มรู้สึกตกหลุมรักยุย  อยากเห็นยุยมีความสุข

 แม่ของยุยส่งยิ้มตอบรับคำพูดยูมะ ค้อมศีรษะลงเล็กน้อย

“ขอบคุณนะ ต่อจากนี้แม่ฝากดูแลยุยจังด้วยนะ”

“ทางนี้ก็ขอความกรุณาด้วยเช่นกันครับ”

ยูมะก้มศีรษะตอบรับคำพูดแม่ของยุย ดูเหมือนว่าครอบครัวของยุยจะยอมรับในตัวยูมะแล้ว  

ทั้งที่เวลาเพิ่งจะผ่านไปแค่แปบเดียว แต่ยูมะรู้สึกเหมือนว่าวันนี้ผ่านอะไรๆมากมายนับไม่ถ้วนจริงๆ รู้สึกได้ว่าแก้มตัวเองร้อนผ่าว ยังไม่อยากให้ยุยเห็นสภาพเราตอนนี้

แต่พระเจ้าเล่นตลกอีกแหละ ยุยทะลึ่งกลับมาตอนนี้ซะงั้น

“กลับมาแล้วค่ะ”

“…อือ”

ยุยขยับเก้าอี้นั่งลงข้างๆยูมะ 

ไม่ไหวแล้วโว้ย ใจมันไม่สงบ สรุปว่าไอ้ที่พูดกับแม่ยุย และที่แม่ยุยตอบรับ มันไม่ต่างกับเราบอกว่า ยกลูกสาวของแม่ให้ผมเหอะ 

ยูมะแอบมองยุยด้วยความเขินสุดขีด

ยูมะจำความน่ารักของยุยตอนเป็นตุ๊กตาเปลี่ยนชุดที่ร้านเนเน่ได้ แต่ว่าตอนนี้มันแตกต่างกัน  ยูมะเริ่มรู้สึกได้ว่า ช่วงหลังยุยน่ารักขึ้นเป็นกองมากกว่าในอดีตทั้งที่ไม่ได้แต่งตัวสวยๆด้วยซ้ำ เป็นความน่ารักที่ไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกยังไงให้ชัดเจน

โอ้ย ทำไมเธอน่ารักขนาดนี้วะ กุนั่งต่อไปไม่ไหวละโว้ย

“ยูมะ เป็นอะไรไปเหรอ”

“ไม่มีอะไรครับ ขอตัวไปเข้าห้องน้ำแปบนะ”

ยูมะทนความเขินตัวเองไม่ไหว ตัดสินใจแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเผ่นแน่บเข้าห้องน้ำซะเลย

***

(ยูมะท่าทางแปลกจัง ปวดท้องขนาดนั้นเลยเหรอ)

ยุยทำหน้างงด้วยความใสซื่อ เธอดูดน้ำส้มที่บริกรเสิร์ฟให้

(….จะว่าไป ทำไมคุณแม่กับคุณเนเน่ถึงอมยิ้มมีลับลมคมนัย เกิดอะไรขึ้นตอนชั้นไม่อยู่นะ)

“ยุย แม่ขอถามอะไรอย่างหนึ่ง ถ้าตอบได้ก็ตอบนะ”

“เอ๋ ค่ะ แม่จะถามอะไรรึคะ”

“ยุยเคยคิดว่าในอนาคตอยากเป็นเจ้าสาวยูมะมั้ย”

คำถามแม่เล่นเอาน้ำส้มแทบพุ่งออกจากปากยุย

****

ทางด้านยูมะ เข้าห้องน้ำ ยืนสงบจิตใจอยุ่ 

เอาวะ ถึงใจยังเต้นตึกตักไม่หยุด แต่ถือว่าน้อยกว่าก่อนหน้านี้ละกัน

(รู้สึกเหมือนเราเพื่งทำอะไรสักอย่างที่ยิ่งใหญ่สุดๆไปไม่มีผิด)

ทางแม่ยุยไม่ปฏิเสธ และยังดูมีท่าทีเอ็นดูเรา  แต่ว่าไอ้ที่เราพูดกับแม่ยุย มันเร็วไปรึเปล่านะ

ยูมะหัวเราะขื่นๆ เอาเหอะ เร็วไม่เร็วก็พูดไปแล้ว หลังจากนี้ก็ต้องเก๊กเนียน ตีหน้านิ่งโป๊กเกอร์เฟซ กลับไปนั่งเก้าอี้ดีกว่า

เมื่อยูมะกลับมานั่งที่ เขารู้สึกว่ามันมีอะไรแปลกๆ

“กลับมาแล้วครับ”

“……..งือ”

เพียงแค่ได้ยินเสียงยูมะ ยุยก็ส่งเสียงประหลาดๆ สะดุ้งเฮือกไหล่สั่นอยู่ข้างๆเขา

“..ป…เป็นอะไรรึเปล่าครับ”

“ป..เปล่า ไม่มีอะไร”

“ใช่ละจ้า ไม่มีอะไรเลยจ้า ไม่มีอะไรจริงจริ๊งงงงง∼”

“ถูกต้องเลยล่ะ♥ ยูมะคุงไม่ต้องใส่ใจนะ”

….อะไรวะ ทำไมแม่ยุยกับเนเน่ถึงหัวเราะคิกคักมีเลศนัยแบบนั้น 

“อ้อ คุณเนเน่ เดี๋ยวค่าอาหารมื้อนี้ชั้นเป็นคนออกเองนะคะ”

“รบกวนด้วยนะค้า∼”

“ไม่หรอกค่า∼ ขอให้ทางนี้เป็นคนจ่ายเถอะค่ะ ถือว่าเป็นค่ายูมะคุงดูแลเด็กคนนี้ไปตลอดชีวิตละกันค่ะ♥”

“ขอบคุณนะคะ ฟังแล้วชื่นใจจัง ว่าไปกาแฟดำร้านนี้ทำไมมันว้านหวาน∼จังเลยนะคะ♥”

“….นี่มันเรื่องอะไรเนี่ย ยุย ตอนชั้นไม่อยู่มันเกิดอะไรขึ้นเหรอ”

“ม..ไม่มีอะไรทั้งนั้น….”

**

หลังจากนั้นทุกคนก็ทานอาหารและเริ่มพูดคุยกันต่อ

“จะว่าไปคุณแม่ยุยสวยจังนะคะ มีเคล็ดลับดูแลอะไรบ้างคะ”

“ความรักทำให้ผู้หญิงสวยขึ้นค่ะ ชั้นกับสามีเป็นเพื่อนสมัยเด็กและคบกันมาตลอดค่ะ”

“อย่างนี้นี่เอง เฮ้ออออ อย่างชั้นจะมีคนดีๆที่ไหนมาจับจองบ้างน้า”

“คุณเนเน่เองก็เป็นคนสวยนะคะ เดี๋ยวก็มีหนุ่มเข้ามาจีบหัวกระไดไม่แห้งอยู่แล้วค่ะ”

“อืมมม ถึงจะบอกแบบนั้น แต่สเป็คชั้นก็ตั้งความหวังไว้สูงซะด้วย เฮ้อจะมีผู้ชายในฝันมารับชั้นลงจากคานมั้ยน้า”

แม่ยุยกับเนเน่คุยกันอย่างออกรส ส่วนยูมะกับยุยกินข้าวเงียบๆไม่พูดไม่จา ยูมะอยากจะเอ่ยปากถามยุยว่ามันต้องมีอะไรแล้วล่ะ แต่ท่าทางยุยก็ผิดแผกไปจากเดิมเลยไม่กล้าถาม

ปกติยูมะเป็นคนที่ชินกับอาการตื่นเต้นหรืออาการเกร็งของยุยอยู่แล้ว ระหว่างกินข้าวเลยตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแชทหาแทน

อ่าน Zuttomo This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend 『ずっと友達でいてね』と言っていた女友達が友達じゃなくなるまで CH12-3 ความคาดหวังที่ชวนใจเต้นตึกตัก

“แม่นายหน้าเด็กจัง อายุเท่าไรรึ”

เสียงแจ้งแชทเข้าโทรศัพท์ดังขึ้นบนโทรศัพท์ยุย  ยุยหันหน้าไปอีกทางไม่สบตายูมะ พิมพ์แชทตอบ

“ยูมะ ถามเรื่องอายุผู้หญิงมันเสียมารยาทนะ”

“อ๊ะ โทษที ลืมคิดเอง”

“แต่คิดว่าแม่คงไม่ว่าอะไรถ้าจะบอกความจรืงนะ แม่ชั้นอายุ30”

“โคตรสาว  มิน่าหน้าเด็กสุดๆ”

“อืม ตอนแม่ชั้นอายุ16 ก็แต่งงานกับคุณพ่อน่ะ”

“โห เจ๋งไปเลย”

ยูมะกับยุยเองอีกแค่ปีเดียวก็ครบ16ทั้งคู่เหมือนกัน  แต่ว่ายังไม่เคยนึกภาพออกว่าพออายุ16จะแต่งงานทันที

“แม่กับพ่อมีสัญญากันตั้งแต่ยังเป็นเพื่อนสมัยเด็ก พอครบรอบวันเกิดปุ๊บ ก็ถูกขอแต่งงานเลย”

“โห พล็อตแม่มนึกว่ามีแต่ในการ์ตูนรัก แต่ชีวิตจริงก็มีคนทำได้ด้วยรึนี่”

“อืม ยอดไปเลยเนอะ”

“ยุยเคยคิดว่าสักวันตัวเองจะเป็นแบบเดียวกับพ่อแม่มั้ย”

“อืม แต่ว่าคนจะแต่งงานได้ก็ต้องอายุ18ปีขึ้นไป ก็เหลืออีก2ปี…..”

ยูมะกำลังจะอ่านข้อความส่วนท้าย ปรากฏว่ายุยลบทิ้งก่อนที่จะอ่านทัน  พอหันไปดูยุย ยังคงหันหน้าไปอีกทางไม่ได้สบตาผม

“เป็นอะไรไปนิ”

“เปล่า ไม่มีอะไร  ว่าไปสั่งของหวานมาทานดีกว่าเนอะ”

“อ..อืม์”

จู่ๆก็โดนเปลี่ยนเรื่องคุยซะงั้น แต่ไหนๆก็ถูกชวน เลยหยิบเมนูขึ้นมาดู แต่ว่าเมนูของหวานก็มีหลากหลายชนิด เลยยังนึกไม่ออกว่าจะสั่งอะไรดี

ยูมะหันไปดูยุยกำลังอ่านเมนู เห็นจ้องตาไม่กระพริบ แสดงว่า น่าจะติดใจเมนูในนั้นสักอย่างหนึ่ง ยูมะเลยถาม

“มีอะไรที่อยากทานเหรอ”

“อืม..เมนูนี้มันดูน่าอร่อยแต่กลัวว่าถ้าสั่งมาทานมันจะเยอะเกินจนกินไม่หมดน่ะ”

ยุยเปิดหน้าเมนู ชี้ให้ดูตัวที่อยากสั่ง มันคือ “ไจแอน์พาร์เฟร์ไซส์อิ่มจุกๆ”

“สั่งมาสิ เดี๋ยวทานด้วยกัน”

“จริงเหรอ ขอบคุณนะ”

ยุยผุดรอยยิ้มดีใจ เห็นแล้วเล่นเอาอยากเอามือไปลูบหัวเธอ แต่ติดว่ามีเนเน่กับแม่เธออยู่เลยต้องระงับความคิดนั้น

หลังเวลาผ่านไปสักพัก เมนูก็ถูกบริกรยกมาเสิร์ฟ

“หวา♥”

“โห เยอะกว่าที่คิดอีกนะเนี่ย”

“ไม่เป็นไรหรอก ทานด้วยกันเดี๋ยวก็หมด ลงมือเลยเนอะ”

ดูเหมือนว่ายุยอยากจะทานมากจริงๆ

ยูมะกะจะตักไอติมแบ่งใส่ถ้วยเล็กของใครของมัน ทว่า…

ยุยตักไอติมกินจากในถ้วยโดยไม่รอยูมะตักแบ่งใส่ถ้วยแล้ว

“งืมมมมม♥”

ยุยยกมือหนึ่งแตะแก้ม ท่าทีของเธอบ่งบอกชัดถึงความอร่อยของไอติม

“แฮะแฮะ เพิ่งจะเคยทานพาเฟร์เป็นครั้งแรกอร่อยจัง”

“ง..งั้นเหรอ”

“อืม ปกติไม่ค่อยได้ออกมาทานข้าวบอกบ้านตั้งแต่เมื่อก่อนแล้วน่ะ”

“อ้อ..”

นี่ถ้าเราไปตักไอติมกินจากถ้วยเดียวกับยุย มันจะเป็นจูบทางอ้อมเลยนะ 

แต่ดูจากยุยที่กำลังกินเพลิดเพลิน เขาคิดว่าไม่จำเป็นต้องเอ่ยสิ่งที่คิดในใจให้มันการขัดคอ แต่ก็นะ ขนาดแค่คิดเฉยๆ ยังไม่พูด ยังรู้สึกอายเลย

“….”

สรุปยูมะก็ไม่พูดอะไร ใช้ช้อนตักไอติมอีกด้านหนึ่ง รสก็อร่อยดี

ยุยทานอย่างมีความสุข ส่วนยูมะทานเงียบๆ และแล้ว..

“….อ๊ะ”

ยุยส่งเสียงตกใจเล็กน้อย มือหยุดชะงัก

ไอติมถูกตักทานไปเป็นจำนวนมาก จนในที่สุดช้อนของทั้งคู่แทบจะสัมผัสโดนแล้ว

พอเห็นช้อนยูมะ ดูเหมือนว่ายุยจะนึกออกแล้วนี่คือจูบทางอ้อม หน้าเธอแดงแป้ด

“….”

แต่ว่าทั้งคู่ก็ตัดสินใจพร้อมกันว่า ทานไอติมต่อ  ตัวครีมไอติมค่อยๆหมดไปเรื่อยๆ  ไอติมว่าหวานแล้วนะ แต่รู้สึกบรรยากาศมันหวานกว่าอีก เล่นเอารู้สึกอายม้วนต้วน 

ทันทีที่ช้อนทั้งคู่สัมผัสโดนกันและกัน ต่างฝ่ายต่างชะงักกึก หน้าแดงด้วยความเขิน

ยุย คามิชิโร่ กินไอติม

“ท..โทษทีนะ”

“อืม ทางนี้ก็ด้วย”

“ส่วนที่เหลือเธอกินเลยมั้ย”

“อืม..”

ยุยลงมือทานพาเฟร์ต่อด้วยท่าทีน่ารักและเขิน

ยูมะแค่มองเธอเท่านั้นก็รู้สึกใจเต้น จนต้องเบนสายตาไปทางอื่น พบว่า แม่ยุยกับเนเน่กำลังมองมาทางพวกยุยกับยูมะ ดูเหมือนว่าจะมองเงียบๆมานานแล้วด้วย

“ดีจังเลยเนอะ”

“รู้ๆกันนะคะ”

ยูมะยิ่งอายหนักอีกเมื่อรู้ว่าผู้ใหญ่สองคนดูตะกี้ ระหว่างรอให้ยุยกินไอติมหมด ยูมะหยิบสมาร์ทโฟนมากดเล่นเรื่อยเปื่อยข่มความเขิน

เนเน่กล่าวถามแม่ยุยทำลายบรรยากาศ

“จะว่าไปขากลับ คุณคามิชิโร่จะกลับยังไงคะ”

“ชั้นกะว่าจะไปชอปปิ้งสักแปบแล้วค่อยขึ้นรถไฟกลับบ้านค่ะ”

“อ้อ ถ้างั้นสนใจไปซื้อของด้วยกันกับชั้นมั้ยคะ เดี๋ยวชั้นขับรถไปส่งให้ค่ะ”

“จะดีเหรอคะ งั้นรบกวนด้วยนะคะ”

แม่ยุยกับเนเน่ประสานสายตา อายคอนแท็คแว่บเดียว ไม่ต้องกล่าวด้วยคำพูดก็รู้ใจกันดี

เนเน่กล่าวต่อทันที

“โทษทีนะคะ เดี๋ยวพี่จะไปกับแม่ยุย ยูคุงกับยุยจังก็กลับด้วยกันสองคนนะ”

“ยูมะคุง ฝากดูแลลูกสาวแม่ด้วยนะ♥”

เชี่ยไรเนี่ย สองสาวที่เพิ่งจะรู้จักกันไม่ถึงวัน ทำไมการประสานงานคอมบิเนชั่นของเจ๊แกมันโหดจังวะ ไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธเลยเว้ย พูดจบปุ๊บทั้งคู่ลุกออกจากที่นั่งไปจ่ายเงิน ทิ้งยูมะกับยุยให้อยู่ด้วยกันสองคน

หลังจากนั้นอีกแปบหนึ่ง ยุยุกับยูมะ เดินทางกลับด้วยกัน ขึ้นรถไฟกลับพร้อมกัน แต่ระหว่างทาง ด้วยความเขินอาย ทั้งคู่ต่างไม่ได้พูดอะไรจนกระทั้งรถไฟถึงสถานีปลายทาง  จากสถานี ระหว่างยูมะพายุยไปส่งบ้าน เขสถึงเริ่มเปิดปาก

“ขอโทษทีนะ”

“เอ๊ะ?์”

“อืม จะว่าไงดีล่ะ วันนี้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหลายอย่าง เช่น พบเจอพ่อแม่เธอ หรือคุยเรี่องความสัมพันธ์ของพวกเรา”

“ม..ไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องขอโทษเลย แล้วก็…”

ยุยที่หลบสายตามาตลอดตั้งแต่อยู่ร้านอาหาร ตอนนี้เธอหันหน้ามาสบตายูมะ

“ถ้าเป็นยูมะล่ะก็…ชั้น…ไม่รังเกียจนะ”

โอ้ยยย พูดแบบนี้อีกแล้ว เธอนี่ ชอบพูดอะไรให้ชั้นมโนเข้าข้างตัวทุกที

“ท…ทางชั้นเองก็ต้องขอโทษด้วย…ที่คุณแม่เค้า..เข้าใจอะไรหลายๆอย่างผิดน่ะ”

“…เหมือนกัน..”

“เอ๋?”

“ชั้นก็ไม่รังเกียจหากเป็นเธอเหมือนกัน”

“………”

ยุยหน้าแดงแป้ด หันหน้าไปอีกทางด้วยความเขิน แต่ว่า คราวนี้มือเธอ ยื่นไปกุมแขนเสื้อยูมะ ก่อนจะดึงเข้ามาอยู่ในท่าควงแขนเคียงคู่กัน

เพียงแค่เห็นท่าทางของยุย หัวใจยูมะก็เต้นรัว รู้สึกได้ถึงความรักเธอจากข้างใน

“…นี่…ยุย”

“หือ…มีอะไรเหรอ”

“สัญญากันแล้วนี่เนอะ ขากลับเดี๋ยวเราเดินจับมือด้วยกันไง”

ยุยตะลึงนิ่ง ไม่พูดตอบยูมะ

“เอ่อ ถ้าไม่ชอบล่ะก็ พูดออกมาตรงๆผมก็ไม่ว่าอะไรนะครับ”

“ไม่นะ ไม่ได้รังเกียจเลย ไม่มีทางแน่นอน กุมมือ เดินด้วยกันเนอะ”

คำพูดของยุยชัดเจนว่าที่ตะลึงเพราะดีใจจัด น้ำเสียงที่ตอบรับและท่าทีของเธอบอกมันเป็นอย่างนั้น เมื่อยูมะมั่นใจแล้ว เขาค่อยๆยื่นมือ ออกแรงกุมมือเธออย่างอ่อนโยนราวกับประคองของที่เปราะบาง 

แม้ว่าจะเขินที่กุมมือเดินด้วยกัน แต่ก็ดีใจมากที่ได้เดินกุมมือ  รู้สึกได้ถึงความสุขและเสียงหัวใจที่เต้นตึกตัก แม้ว่าจะลองสูดลมหายใจเข้าลึก ก็ไม่อาจระงับความรู้สึกตื่นเต้นข้างในได้เลย

ทั้งคู่เดินกุมมือกันกลับบ้าน ไม่พูดอะไรทั้งนั้น ในหูได้ยินเสียงฝีเท้า กับ เสียงหัวใจเต้นของตัวเอง ราวกับว่าทั้งคู่กำลังเดินอยู่ในโลกส่วนตัวของกันและกัน 

และแล้วยูมะกับยุยก็เดินมาถึงที่หมายโดยไม่ได้พูดอะไร

และแล้วก็ถึงเวลาที่ต้องปล่อยมือเธอ ความรู้สึกเสียดายในความอบอุ่นที่ได้กุมมือ แต่จำเป็นต้องปล่อย มันช่างเหงาเหลือเกิน

“ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ”

“..อืม เจอกันพรุ่งนี้”

ยุยก็คงจะคิดแบบเดียวกับผม เธอคอตกก้มหน้าหงอยๆ

“…..ยุย”

“หือ มีอะไรเหรอ”

ยุยเงยหน้ามองยูมะ เพียงแค่สบตาเธอ ความรู้สึกดีๆก็พรั่งพรูอยู่ภายในใจยูมะ 

มันจะเรียกว่ารักรึเปล่า ผมก็ยังตอบได้ไม่ชัดเจน แต่มีความรู้สึกหนึ่งแน่ๆในตอนนี้คืออยากครอบครองเป็นเจ้าของเธอ

ถ้าตอนนี้ผมบอกออกไปว่า “ชอบเธอนะ” แล้วเธอตอบรับเป็นแฟน  แล้วได้กอดเธอแน่นๆตอนนี้ มันจะมีความสุขมากขนาดไหนกันนะ

ยูมะกะจะบอกความรู้สึกออกไป แต่สุดท้ายเขาเลือกจะกลืนน้ำลาย เก็บคำพูดที่คิดไว้ แล้วเปลี่ยนเป็นบอกว่า

“”…อืม ไม่มีอะไรหรอก งั้นชั้นขอตัวก่อนนะ”

“? อืม บ๊ายบาย”

ยุยโบกมือลายูมะ

….ความรู้สึกยูมะระหว่างเดินทางกลับบ้าน ในตอนนี้คือ ถ้าสารภาพรักไป ยุยต้องตอบรับรักเขาแน่ แต่ว่าภาพในหัวมันแว่บถึงตอนที่ยุยบอกว่า “ชั้นคบเพราะอยากตอบแทนบุญคุณยูมะ” 

สิ่งที่กังวลคือ ตัวเขาในความรู้สึกยุยมันเป็นแบบไหน คิดกับเขาเป็นคนรัก หรือยังไม่พร้อม คิดกับเขาเป็นแค่เพื่อน

นี่ยังไม่รวมว่า วันนี้เป็นวันไปโรงเรียนครั้งแรก ความรู้สึกของเธอยังไม่มั่นคง

หากสารภาพรักตอนนี้ เขามองว่ายังไม่เหมาะ ขอเก็บไว้เป็นตอนที่มั่นใจว่า ยุยมั่นใจในความรู้สึกตัวเองมากกว่านี้ ค่อยเอ่ยปากจะดีกว่า

****

ยุยเดินเข้าบ้าน  ปิดประตู ก่อนจะถอนหายใจยาว

เธอยกสองมือแตะแก้มตัวเอง รู้สึกถึงความร้อนผ่าว หัวใจเต้นตึกตัก รู้สึกมีความสุขมาก

ยุยเดินขึ้นชั้นสองกลับไปยังห้องตัวเอง ล้มตัวลงนอนบนเตียงทั้งในชุดเครื่องแบบ หยิบตุ๊กตาหมี1ตัวมากอด

(…ใวันที่ค้างคืน ยูมะนอนด้วยกันกับชั้นบนเตียงเดียวกันที่นี่..”)

ความทรงจำวันที่ค้างคืนและนอนด้วยกันหลั่งไหลในหัวยุย

นอนเตียงเดียวกัน ถูกกอดปลอบโยนจากความกลัวเสียงฟ้าลั่น และภาพในฝันที่ยูมะจูบ  เธอรู้แล้วว่าความรู้สึกตัวเองที่มีต่อยูมะคืออะไร

ความทรงจำหวานแหววที่ผุดขึ้นมา ทำเอาเธออายม้วน เอาหน้าซบกับตุ๊กตาหมี

อายจนแทบจะทนไม่ไหว..แต่ก็รู้สึกมีความสุข ใจเต้นตึกตักหุบยิ้มไม่ได้ มันคืออะไรนะ

(….ยูมะคิดยังไง…กับชั้นบ้างนะ)

ยูมถเป็นคนใจดี อ่อนโยน ให้ความสำคัญกับชั้นตลอด

แต่ในส่วนลึก ก็กังวลว่าเค้าอาจจะคิดกับชั้นแค่น้องสาวก็ได้ 

ถ้าความรู้สึก หัวใจของเราสองคนตรงกัน  มันจะมีความสุขมากขนาดไหนกันนะ

แต่ว่า….

ยิ่งคิดมากเท่าไร ก็ยิ่งกลัวมากขึ้นเท่านั้น

ชีวิตตอนนี้ดีเกินไป รู้สึกมีความสุขมากจนล้น หากต้องสูญเสียสิ่งเหล่านี้ แค่คิดก็กลัวจนตัวสั่น ยิ่งคาดหวังมากเท่าไร หากทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่คิดก็ยิ่งเจ็บมากเท่านั้น

ถึงชั้นจะชอบยูมะ อยากให้เขาคิดแบบเดียวกับที่ชั้นคิด แต่ว่า…ในตอนนี้….ความสัมพันธ์เท่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ดีพอแล้ว มีความสุขมากพอแล้ว หากหวังมากไปกว่านี้คงไม่ใช่เรื่องที่ดีหรอก 

ยุยส่ายหัว เก็บงำความรู้สึกในใจ จัดกระเป๋าเตรียมหนังสือเรียนเพื่อใช้ไปเรียนในวันพรุ่งนี้

จบ CH12

อ่าน Zuttomo This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend 『ずっと友達でいてね』と言っていた女友達が友達じゃなくなるまで CH13-1 ยุยและเพื่อนใหม่

เช้าวันถัดมา ยุในชุดเครื่องแบบ ตอนนี้กำลังส่องกระจกที่ห้อง

หากเป็นเมื่่อก่อน เธอไม่ชอบส่องกระจกแต่เดี๋ยวนี้เปลี่ยนไปแล้ว

ยุยตรวจผมเผ้า ดูชุดเครื่องแบบว่าไม่หลุดลุ่ย ดูความเรียบร้อยตัวเอง

(…เด็กผู้ชายเขาชอบผู้หญิงใส่กระโปรงสั้นใช้รึเปล่านะ)

ยุยคิดจบ ลองถกกระโปรงตัวเองเผยต้นขาเล็กน้อย แค่ทำเธอก็รู้สึกอายม้วน สุดท้ายรีบปล่อยกระโปรงให้กลับสู่สภาพเดิม

วันนี้ยูมะจะมารับเธอที่บ้าน

ปกติยูมะถ้ามาถึงบ้านจะกดอินเตอร์โฟนเรียก แต่วันนี้รู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษ

ยุยนั่งลงที่เตียง หยิบตุ๊กตาหมีมากอดวางบนตัก

(ยังมาไม่ถึงอีกเหรอ)

ถึงแม้ว่าเธอจะเจอยูมะทุกวันอยุ่แล้ว แต่วันนี้รู้สึกใจเต้นมากกว่าปกติ อยากเจอเขาไวๆ อยากจะสนทนากับยูมะเร็วๆ

(ถ้าสมมติว่า ยูมะเค้ารู้ว่าชั้นรักเขา เขาจะรุ้สึกยังไงบ้างนะ)

…ตอนนี้ความสัมพันธํ์เธอและเขาเป็นไปด้วยดี แต่ว่ายูมะเขารุ้สึกยังไงกับเธอบ้าง จะรักเธอเหมือนเพื่อนสนิทเหมือนเดิมรึเปล่า ใจก็อยากจะเขาอีกครั้ง แต่ก็นั่นแหละ ถ้าถามไปแล้ว ปรากฏว่า อาจจะเกินเพื่อนท แต่ก็ได้แค่น้องสาว มันจะเกิดอะไรขึ้น

(พอเข้าใจความรู้สึกตัวเอง ทำไมมันสงบจิตใจยากจังนะ)

ปกติยุยเป็นคนที่มองโลกในแง่ลบ และนี่เป็นรักแรก ฉะนั้นเรื่องที่เธอจะไม่กล้าคาดหวังก็เป็นเรื่องทีเ่ข้าใจได้

ยุยเคยสารภาพรักขอคบยูมะเป็นแฟนมาแล้วครั้งหนึ่ง  แต่จะให้สารภาพรักอีกรอบ ความรู้สึกตอนนี้มันแตกต่างกัน

ตอนนั้นเธอสารภาพรักเพราะอยากให้ยูมะดีใจ แต่หากสารภาพรักอีกครั้ง มันจะไม่ใช่เหตุผลเดิม

(สุดท้ายแล้ว ชั้นอยากให้ยูมะคิดกับชั้นยังไงบ้างนะ)

ช่วงนี้ยุยตกอยู่ในภาะสับสน

เธอมีความรู้สึก อยากจะจูบยูมะในฐานะคนรักกัน แต่อีกฟีลหนึ่งก็บอกตัวเองว่าความสัมพันธ์ตอนนี้มันดีอยู่แล้ว ไปโรงเรียน เล่นเกม ทำกิจกรรมด้วยกัน ในฐานะเพื่อนสนิท เท่านี้ก็สุขมากแล้ว

เธออยากจะรักษาความสัมพันธ์ตรงนี้ไว้  ไม่กล้าจะขยับเป็นความรักเพราะกลัวความผิดหวัง  ความสัมพันธ์ตอนนี้ถึงไม่เป็นคนรักกัน ก็ถือว่ามีความสุขดี แต่หากสารภาพรัก ทุกอย่างอาจจะพังทลายหมดก็เป็นได้

ปิ๊งป่อง

เสียงงอินเตอร์โฟน ปลุกยุยจากภวังค์ ยุยลุกจากเตียง สำรวจความเรียบร้อยอีกรอบ หยิบกระเป๋าเดินลงไปชั้นล่าง

“อาร่า อาร่า”

แม่ยุยส่งยิ้มรอเธออยู่ที่ชั้นล่างหน้าประตูทางออก

“แม่คะ หนูไปก่อนนะคะ”

“อืม พยายามเข้านะ”

ไม่รู้ทำไม แต่ยุยรู้สึกติดใจคำว่าพยายามที่แม่พูด เหมือนว่าจะมีความหมายแฝงมากกว่าพยายามทั่วไปนะ เธอหน้าแดงโดยไม่รู้ตัว

เมื่อเปิดประตูบ้านออกไป ยูมะรอเธออยุ่หน้าบ้าน

“อรุณสวัสดิ์

“อรุณสวัสดืิ์”

ตอนอยู่บนห้อง มีความรู้สึกอยากเจอมากแท้ๆ แต่พอได้เจอหน้าจริงกลับรู้สึกเขินจนไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี

“ไปดีมาดีนะ ยูมะคุง ฝากลูกสาวแม่ด้วยนะ”

คุณแม่ยุยกล่าวพลางยิ้ม ยูมะหน้าแดงกับคำพูดของแม่ยุย พยักหน้าเล็กน้อย ตอบรับสั้นๆว่า ครับ 

***

**หลังจากนี้จะแปลรวบรัดนิดนึงนะครับผม มันอืด 55

วันนี้ตอนโฮมรูม อาจารย์จะบอกว่าให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม ย้ายที่นั่งช่วงบ่ายหลังพักกลางวัน

แน่นอนว่า ยุยรู้สึกกังวล แม้เธอจะบอกกับยูมะว่าไม่เป็นไร แต่ก็ภาวนาต่อพระเจ้าว่าให้ช่วยเธอจับคู่กับยูมะเหมือนเดิม 

แต่โชคร้าย ครั้งนี้พระเจ้าไม่ตอบสนอง

ยูมะจะถูกจับกลุ่มเอ ส่วนยุยจะถูกจับไปกลุ่มเอฟ

ทีนี้ ยูมะจะขอร้องเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง 

“เฮ้ อาสุกะ มีเรื่องขอความช่วยเหลือหน่อย”

(ยูมะเรียกชื่อเด็กผู้หญิงเลยเหรอ) 

**หมายเหตุจากผู้แปล ใครอ่านมังงะญี่ปุ่นน่าจะรู้นะครับว่า การเรียกชื่อ สำหรับคนญี่ปุ่นมีความหมายมาก แปลว่าสนิทกันสุดๆ 

อาสึกะ เด็กผู้หญิงที่ยูมะเรียก เป็นเด็กผู้หญิงผมสั้น ท่าทางแจ่มใสร่าเริง เธอเดินยิ้มแฉ่งเข้ามาหายูมะ

“โอ้ สุงิซากิคุงนี่นา ขึ้นมอปลายก็ฝากตัวด้วยนะ  ส่วนคนข้างๆนั้นใชคุณคามิชิโร่รึเปล่า”

ดูจากคำพูดแล้ว คาดว่าอาสึกะน่าจะสนิทสนมกับยูมะมาก

“มีเรื่องจะขอร้องหน่อย  คือว่า ยุย ไม่สิ คามิชิโร่น่ะ…”

“ชั้นจำตอนแนะนำตัวได้ ตอนนั้นบอกว่าไม่ได้มาโรงเรียนนานแล้วใช่มะ”

“โอเค ถ้าจำได้ก็ไม่ต้องคุยเยอะ เธออยู่กลุ่มเอฟกลุ่มเดียวกับยุย ก็เลยอยากจะให้ช่วยดูแลคามิชิโร่หน่อย”

“อืม ได้สิ”

อาสึกะตอบรับคำขอร้องยูมะ หันมาหายุยที่มีท่าทีวิตกกังวล

“เออ โทษที ชั้นลืมแนะนำตัวให้รู้จัก  ยัยนี่ชื่ออาสึกะ  เรียนชั้นม.ต้นที่เดียวกับชั้นน่ะ”

“คุณคามิชิโร่ ฝากตัวด้วยนะ”

“อืม ขอความกรุณาด้วยค่ะ”

“โห พูดจาห่างเหินมาก ไม่ต้องสุภาพขนาดนั้นก็ได้ ชั้นกับเธอเป็นนักเรียนมอปลายเหมือนกันนะ พวกเรารีบไปรวมกลุ่มเอฟเถอะ ไม่งั้นเดี๋ยวอาจารย์เขาเห็นเราช้าแล้วอาละวาดนะ”

แม้ว่าจะเพิ่งเจอกันครั้งแรก แต่สกิลการพูด+ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสของเธอก็ช่วยลดความกังวลให้ยุยได้เล็กน้อย

ยุยกับอาสุกะมาที่โต๊ะตัวใหญ่ นั่งข้างๆกัน สรุปว่ากลุ่มเอ เป็นผู้หญิงทั้งหมด

“สวัสดีทุกคน”

“ขอความกรุณาด้วยค่ะ”

ด้วยสถานการณ์ที่ต้องมานั่งรวมกับคนหมู่มาก แถมยูมะไม่อยู่ทำให้เธอเกิดอาการตื่นเต้นจนเกร็ง  ในขณะที่อาสึกะลากเก้าอี้นั่งทำตัวตามสบายแล้ว แต่ยุยยังนั่งตัวแข็งอยู่เพราะความกลัวว่าจะทำอะไรผิดพลาดจนก้าวขาไม่ออก

ทว่า อาสุกะเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อนโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย

“จะว่าไปคุณคามิชิโร่ดูจะสนิทสนมกับสุงิซากิคุงดีนะ พวกเธอมีความสัมพันธ์ยังไงบ้างเหรอ”

“เอ๋?”

จู่าๆก็เจอคำถามโดยไม่ทันตั้งตัว ผู้หญิงคนอื่นในกลุ่มเริ่มถาม

“สุงิซากิคุงนี่คนไหนนะ”

“อ้อ เด็กผู้ชายที่นั่งตรงนั้นไง ที่เรียนมอต้นที่เดียวกับชั้นน่ะ นี่นี่ สรุปว่าไปรู้จักกับเขาที่ไหนเหรอ ตอนนี้มีความสัมพันธ์ยังไงกับสุงิซากิคุงนิ”

“เอ้อ…คือว่า …เป็นเพื่อนกันในเกมออนไลน์น่ะ”

“จะว่าไปตอนนั้นเธอก็บอกเนอะว่าชอบเล่นเกมนิ”

“แล้วไปรู้จักเกมไหนเหรอ ใช่เกมที่ไอดอลที่เห็นในทีวีเขาเล่นกัน เกมที่ให้ไปทำความรู้จักกับผู้ชายคนอื่นรึเปล่า”

“ป..เปล่าน่ะ ชื่อเกมส์แกรนด์เกทน่ะ”

“ไม่รู้จักอ่า”

“อ้อชั้นรู้ น้องชายชั้นบ้าเกมนี้มากเลย เห ไม่น่าเชื่อว่าคุณคามิชิโร่จะเล่นเกมนี้ คาดไม่ถึงจริงๆ”

“ง…งั้นเหรอคะ”

ด้วยสกิลช่างพูดของอาสุกะจะคอยกระตุ้นและชักนำกลุ่มสนทนา ให้ยุยได้มีโอกาสคุยกับคนอื่นเรื่อยๆ

“เฮ้อ เอาจริงนี่ถือว่าโชคดีนะ ตอนเข้าเรียนมานี่ชั้นกลุ้มมากเลยเพราะว่าเพื่อนเด็กผู้หญิงตอนมอต้นไม่มีใครเรียนที่นี่สักคนเลยเหงานิดนึง แต่ดีหน่อยที่ได้เพื่อนมาคนหนึ่ง สบายใจ”

“พ…เพื่อนเหรอ”

“เอ๊ะ หรือชั้นเข้าใจผิดเหรอ ชั้นคิดว่าเป็นเพื่อนกับเธอแล้วนะเนี่ย หรือว่ารังเกียจเหรอ”

“ป..เปล่าไม่ได้รังเกียจนะ”

จู่ๆก็โดนบังคับเป็นเพื่อนแบบไม่นึกฝันเลยตกใจ

(คนเราสามารถเป็นเพื่อนกันได้ง่ายแบบนี้เลยเหรอ)

เธอนึกถึงวันที่คุยกับยูมะว่า อยากเป็นเพื่อนกับเขา ตอนนั้นรู้สึกว่าการจะหาเพื่อนสักคนมันยากสุดๆเลย

หลังจากนี้กลุ่มสาวๆก็จะคุยกันโดยมีอาสุกะเป็นแกนนำเปิดบทสนทนา ส่วนยุยก็พนักหน้าเงียบๆเป็นครั้งคราว

หากเทียบกับเนเน่แล้ว เน่เน่แม้จะมีสกิลมนุษยสัมพันธ์ที่ดี แต่เธอก็ไม่ได้เก่งแค่พูด แต่เป็นผู้ฟังที่ดีด้วย ในขณะที่อาสึกะดูจะเป็นคนที่มาทางสายสนทนาล้วนๆ ชักนำให้คนอื่นพูดพร้อมตัวเองก็หาช่องคุยไปด้วย

ทว่าแม้เธอจะพยักหน้าเงียบๆ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดกับการอยู่ในวงล้อมผู้หญิงกลุ่มนี้ เพราะอาสึกะจะพยายามหาหัวข้อคุยที่ยุยสามารถฟังและรู้สึกสนุกไปกับมันได้ ที่สำคัญคือ อาสึกะไม่เคยพูดถึงเรื่องผมสีขาวของเธอเลย ทำให้เธอรู้สึกพึงพอใจในตัวอาสึกะไม่น้อย

ทว่า…

(ยูมะเรียกเธอด้วยชื่อนี่นา…)

ยุยรู้สึกอิจฉาที่ยูมะเรียกอาสึกะ แสดงว่าอาสึกะต้องเป็นคนที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับยูมะแน่

หากเป็นเมื่อก่อน เธอคงไม่ใส่ใจกับเรือ่งนี้ แต่ด้วยความรู้สึกของเธอที่มีต่อยูมะ ทำให้เธอกังวลและคุร่นคิดถึงเรื่องนี้ไม่หยุด

ยุยคิดว่าอาสึกะเป็นคนดี ยิ้มแย้มแจ่มใสร่าเริง เข้ากับคนง่ายไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือชายก็ต้องชอบ 

แล้วอาสึกะมีความสัมพันธ์แบบไหนกับยูมะกันนะ

“หือ?คุณคามิชิโร่มีอะไรรึเปล่า เห็นมองหน้าชั้นตั้งแต่เมื่อกี้ละ”

“อ๊ะ ..เอ่อ คือว่า”

หากเป็นยุยเมื่อก่อน คงปฏิเสธไปง่ายๆว่า ไม่มีอะไร แต่ว่าตอนนี้ ความอยากรู้อยากเห็นว่าอาสึกะคนนี้มีความสัมพันธ์ยังไงบ้างกับยูมะ เอาชนะความอายของเธอแล้ว

“อา…คุณอาสึกะ….สนิทกับยูมะเหรอคะ”

ยุยรู้สึกว่าตัวเองถามเสียงดังกว่าปกติ เด็กผู้หญิงคนอื่นในกลุ่มตาลุกโพลง เริ่มเดาออกว่าทำไมยุยถึงถามแบบนี้ แก้มแอบร้อนผ่าวกันหมด ดูน่าจะมีเรื่องหวานๆมันส์ๆเกิดขึ้น เล่นกระตุกต่อมอยากรู้ในกลุ่มซะแล้ว

อาสุกะเบิกตาเล็กน้อย ทำท่าครุ่นคิดพักหนึ่งก่อนตอบ

“อืม ม่า พวกเราเป็นเพื่อนกันปกติ เห็นว่าไหนๆก็ได้เรียนห้องเดียวกัน ก็แค่คิดว่าควรซี้กันให้มากกว่านี้น่าจะดีเท่านั้นเอง”

“ต…แต่ว่า..ยูมะเรียกเธอด้วยชื่อว่า อาสุกะ นี่นา”

“เอ๋?”

คราวนี้อาสึกะเบิกตากว้างกว่าเก่า ไตร่ตรองพักหนึ่ง ก่อนเป่าลมหายใจพรืดออกมา

“เดี๋ยวๆๆ ดูท่าว่าเธอจะเข้าใจผิดไปไกลละ อาสึกะเป็นนามสกุลชั้นนะ ชื่อนามสกุลเต็มของชั้นคือ อาสึกะ เมกุมิ”

“….เอ๋”

ยุยตัวแข็งทื่อไปซะแล้ว

“จะว่าไป ตอนแนะนำตัวในห้องเมื่อวาน ชั้นก็บอกชื่อนามสกุลเต็มๆไปแล้วนะ  จำไม่ได้เหรอ”

จำไม่ได้เลยจริงๆ

อย่าว่าแต่ตอนแนะนำตัวเลย ตอนได้ยินยูมะเรียกเธอด้วยชื่ออาสุกะ เธอก็แปลกใจจนหน้ามืดตามัว สมองแทบหยุดทำงานไปแล้ว

“ข..ข….ขอโทษด้วยค่ะ  เอ่อ…คือ..คือชั้น…”

“….คุณคามิชิโร่ชอบสุงิซากิคุงสินะ”

“……..งืม”

ยุยไม่ตอบปฏิเสธคำถาม ก็ชัดเจนแล้วว่าเธอชอบเขา ตอนนี้ยุยรู้สึกอายมากจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนีแล้ว  

ทางด้านอาสึกะทำท่านึกคิดนิดนึง ก่อนส่งยิ้มให้ยุย

“ชั้นน่ะนะ มีคนที่คบเป็นแฟนอยู่แล้ว เห็นผู้ชายที่นั่งตรงนั้นมั้ย  เขาชื่อ นาโกะ” 

“….เอ๋”

“นาโกะนี่คือเด็กผู้ชายใส่แว่นท่าทางจริงจังคนนั้นน่ะนะ”

“ว้าว ดูจากนิสัยอาสึกะ ไม่นึกว่าจะชอบผู้ชายสไตล์นั้นเลยนะ”

สำหรับกลุ่มเดกผู้หญิงแล้ว เรื่องรักใคร่นี่ล่ะ อาหารวัตถุดิบจานเด็ดในวงสนทนา คราวนี้แก๊งผู้หญิงคุยกันเสียงเจี๊ยวจ๊าวละ

“ก็นะ ตอนแรกชั้นเองก็ไม่ชอบผู้ชายสไตล์หลวงพี่ผู้ทรงศีลแบบนั้นหรอก   เผอิญว่า งานวัฒนธรรม ได้ไปจับคู่กับตานั่นเป็นกรรมการดูแลงาน  เลยได้เห็นความสามารถของเขาที่คอยแก้ปัญหาให้ทุกคนได้ราบรื่น แถมเขายังช่วยติวบทเรียนให้ชั้นด้วย ไปๆมาๆก็เลยชอบเขาโดยไม่รู้ตัวนี่แหละ”

“อืมอืม แล้วไง เหลาต่อซิ”

“พอชั้นเข้าใจความรู้สึกตัวเอง ก็เลยลองแย็บๆดู อีตานาโกะดันแผ่รังสีประมาณว่า “ชั้นไม่สนใจผู้หญิงหรอกนะ”  ชั้นเลยยื่นคำขาดบอกไปว่า ถ้าชั้นสอบเข้าเรียนที่นี่ได้ นายต้องมาคบกับชั้นนะ   สุดท้ายผ่านไปสองปี มานึกดูตอนนั้นชั้นก็บ้าจริงแหละ อยากสอบเข้าเพราะตามผู้ชายมา แต่ก็คุ้ม เพราะพอผลออกมาว่าชั้นสอบผ่าน   นาโกะบอกชั้นว่า “เอาจริงๆถึงผมจะไม่ค่อยชอบพวกสายไฮเปอร์ แต่ความไฮเปอร์แบบเธอชั้นก็คิดว่าไม่แย่ซะทีเดียว   ชั้นอยากให้เธออยู่เคียงข้างนะ ” ก็ประมานนี้แหละจ้า”

อาสึกะเล่าจบ สีหน้าแดงด้วยความเขิน

หลังจากเล่าประสบการณ์เธอแล้ว คราวนี้เป็นยุยที่โดนถามบ้าง

“แล้วคุณคามิชิโร่ล่ะ ชอบสุงิซากิตรงไหนเหรอ”

“………งืออออ”

คราวนี้ยุยเป็นฝ่ายถูกถามบ้าง แถมตกเป็นเป้าสายตาผู้หญิงคนอื่นในกลุ่มทีอ่ยากรู้อยากเห็นด้วย บางคนหัวเราะท่าทางของยุย แต่ไม่ใช่หัวเราะด้วยความเหยียด แต่เป็นฟีลหัวเราะด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“เรื่องอายอะ ทุกคนเข้าใจจ้า แต่ว่าคิ้ดดูนะ ขนาดเรื่องเล่าความรักชั้นน่าอายจะตาย ชั้นยังเล่าเลย คราวนี้ตาเธอบ้าง  ห้ามบอกว่าอ่อนโยนนะ ต้องหาข้อดีอื่นมาคุยนะ”

อาสึกะและผู้หญิงคนอื่นในกลุ่มตาเป็นประกายรอฟังยุยเล่าประสบการณ์ความรัก นี่เป็นประสบการณ์ครั้งแรกในชีวิตเธอเลย

แม้ว่าเธอจะรู้สึกอาย ไม่ใช่อายธรรมดานะ อายมากๆ แต่ความรู้สึกอยากจะเล่าก็มีไม่ต่างกัน ถ้าเล่าให้ฟังนิดหน่อย คงไม่เป็นไรมั้ง

อ่าน Zuttomo This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend 『ずっと友達でいてね』と言っていた女友達が友達じゃなくなるまで CH13-2 ยุยและเพื่อนใหม่

“เอ่อ…คือว่า…เขาให้ความสำคัญ…กับชั้นมากๆ…งานอดิเรกของเราเข้ากันได้ แล้วก็ …แล้วก็..เวลาที่อยู่ด้วยกันกับเขา…ชั้นรู้สึกใจเต้นเพราะมีความสุข แล้วก็….งือ.. อายจนเล่าต่อไม่ไหวแล้ว “

“ว้าย ไม่ไหวแล้ว ทำไมเธอน่ารักอย่างนี้”

อาสึกะพูดจบ กอดยุยแน่น  สัมผัสที่นุ่มนวลแตกต่างจากยูมะ อ้อมกอดที่เกิดจากเพศเดียวกันก็ทำให้ยุยใจเต้นได้เช่นกัน

ทางด้านอาสึกะดูจะพึงพอใจในตัวยุยมาก เธอเอามือลูบหัวยุยราวกับลูบหัวลูกสัตว์น่ารัก

“ยุยจังน่ารักที่สุดเลย เย้ ดีใจจังที่ได้เป็นเพื่อนกับเธอ”

“เอ๋..ตะกี้เรียกชื่อชั้นเหรอ”

“เอ๊ะ? อ๊ะ ขอโทษด้วยนะพอดีว่าเรียกยุยจังมันสะดวกปากมากกว่าเรียกคามิชิโรน่ะ ไม่ชอบสินะ”

“ป..เปล่าจริงๆเรียกยุยแล้วชั้นดีใจมากกว่าเรียกนามสกุลอีก”

“จริงเหรอ? งั้นต่อไปนี้ชั้นขอเรียกเธอว่ายุยนะ ยุยจังเองก็เรียกชั้นว่าเมงุจังได้นะ”

“เอ๊ะ..อืมมมม”

“รังเกียจเหรอ?”

“ไม่ได้รังเกียจ แค่มัน..รู้สึกอายน่ะ”

“เอ๋? ทีสุงิซากิคุง เธอยังเรียกเขาว่ายูมะได้เลย อย่าคิดมาก แค่ลองเรียกดูสักครั้งพอ เดี๋ยวก็ชินไปเเอง  แล้วก็ชั้นเองก็อยากให้เธอเรียกชั้นว่า เมงุจังด้วย”

“เอ่อ…เมงุจัง”

“ว่าไงยุยจัง เอ จะว่าไปตอนลูบหัวยุยจัง  เส้นผมเธอนุ่มสลวยมากเลยนะ”

อาสึกะกอดยุยพลางลูบหัวเธออย่างสนุกนานไปด้วย

ดูจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าโรคสื่อสารไม่เก่งของยุยทุเลาไปมาก  เพราะเธอสามารถคุยเรื่องราวคนที่่ชอบต่อหน้าคนหมู่มากได้ แถมมีเพื่อนอย่างอาสึกะที่เป็นคนร่าเริงด้วย

“…เน่เน่ คุณคามิชิโร่ ชั้นของสัมผัสผมเธอหน่อยได้มั้ย”

นักเรียนกหญิงคนอื่นฟังอาสึกะพูดเลยเกิดความสนใจบ้าง

“อ..อืม”

ยุยค้อมหัวลงอย่างตื่นเต้น

“ไหนลองแตะซิ โห อย่่างลื่น นุ่มสลวยมากๆ ใช้แชมพูตัวหรูยี่ห้อไหนนิ”

“ขอชั้นแตะบ้างซิ …. เออ โคตรนุ่มอะแก มีเคล็ดลับอะไรพิเศษรึเปล่า”

“เอ่อ คือว่า..มีพี่ร้านเสริมสวยที่รู้จักแนะนำให้ลองใช้แชมพูมาน่ะ”

“จริงเหรอ บอกยี่ห้อมาหน่อยได้มั้ย”

“อ..อืม เดี๋ยวชั้นขอเปิดเน็ตส่งรูปให้เธอดูแปบหนึ่งนะ”

***

(ดูแล้วไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแล้วล่ะ)

ยูมะสังเกตการณ์กลุ่มยุยอยู่ห่างๆ ได้เห็นเหตุการณ์อาสึกะกอดยุย และเด็กผู้หญิงคนอื่นลองลูบผมยุย ถึงยุยจะยังมีอาการตื่นเต้น แต่ก็ไม่ได้เกร็งจนเกินงามก็เบาใจเยอะ 

“สุงิซากิสนใจเด็กคนนั้นเหรอ”

คนที่ถามยูมะคือ เด็กหนุ่มใส่แว่น ท่าทางคงแก่เรียน นาโกะ เทรุฮิโกะ

เขาเป็นเพื่อนสมัยมอต้นกับยูมะ และเป็นแฟนกับอาสึกะ

“เด็กผมขาวคนนั้นใช่คุณคามิชิโร่สินะ  เห็นนายอยู่ด้วยกันกับครอบครัวเธอตั้งแต่เมื่อวานแล้วนิ”

“อืม จำได้มั้ยที่ชั้นเล่าให้ฟังนายว่าได้รู้จักเพื่อนเก่งๆที่ชั้นเล่นด้วยกันในเกมแกรนด์เกดที่ชื่อชวาร์ช  ยัยนั่นล่ะคือชวาร์ช”

“อ้อ บังเอิญสุดๆเลยนะ”

“ตอนรู้ว่าเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน ชั้นตกใจมาก  แล้วก็ช่วงปิดเทอมชั้นก็ไปเล่นด้วยกันบ่อย ก็เลยซี้กันดี   แต่ว่ายัยนั่นร่างกายอ่อนแอแต่เด็กแถมยังไม่มาโรงเรียนซะนาน เลยกังวลนิดหน่อย”

“อืม..แล้วนายกับเธอมีความสัมพันธ์เกินเพื่อนรึยังล่ะ”

นาโกะถามตรงประเด็นด้วยสีหน้านิ่งเฉย เจ้าหมอนี่เป็นคนประเภทนี้แหละ ไม่เสียเวลาคิดเยอะ ถามอะไรตรงไปตรงมาเข้าประเด็นตลอด

“ป..เปล่า ชั้นกับยัยนั่นไม่ได้มีความสัมพันธ์ถึงขั้นนั้น  จะว่าไปนายกับอาสึกะคบกันแล้วนิ ชีวิตช่วงนี้เป็นไงบ้างล่ะ”

“ก็ไม่ต่างจากที่แล้วมา”

“ไม่ต่าง? ตั้งแต่วันที่เจอกันจนคบเป็นแฟนเนี่ยนะ ไม่มีอะไรเพิ่มจากเดิมสักนิดรึ”

“ไม่ต่างจากที่แล้วมา”

“…ไม่ต่างงั้นเหรอ”

หากเทียบกับยูมะที่พอเจอเหตุการณ์ความรักหรืออะไรที่ไม่คาดคิด จะเป็นคนที่แสดงออกทางสีหน้าท่าทางชัดเจน กลับกัน นาโกะดูจะเป็นคนเยือกเย็น และนิ่งในทุกสถานถารณ์ เป็นขั้วตรงข้ามกับยูมะเลย

เอาเหอะ ถ้าดูจากความนิ่งของหมอนี่ กับความไฮเปอร์ของอาสึกะ เอาจริงๆก็นึกภาพสองคนนี้ตอนโรแมนติกไม่ออกจริงๆแหละ

พื้นฐานนิสัยของนาโกะเป็นคนที่ดูแล้วไม่ใช่คนสนใจเรื่องความรักราวกับนักบวช  แถมยังเป็นคนที่นิ่งขั้วตรงข้ามด้วย

ฉะนั้น จุดร่วมที่ทำให้ทั้งสองคนนี้สนิทกันคือ..

“เออ นาโกะ  ช่วงนี้ยังเล่นเกมแกรนด์เกทอยู่มั้ย เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเห็นเลย”

“ช่วงนี้ไม่มีอีเวนท์น่าเล่นเท่าไร เลยเข้าไปทำเควสประจำวันแล้วก็ออกเลย  แต่ว่าอีเวนท์หน้าน่าสนใจมาก  ถ้าเริ่มเมื่อไรถึงตอนนั้นก็ตั้งใจจะปั่นเควสท์เพิ่มแหละ”

“อ้อ อีเวนท์ โคลาโบกับอนิเมะ แบล็คฮอก สินะ นายชอบเหรอ”

“อืม ทั้งงานภาพและคนแต่ง ชั้นชอบหมด ตอนนี้ให้เป็นเมะในดวงใจเลย”

“โห นี่นายลงทุนค้นประวัติคนแต่งเลยเหรอ ..อนิเมะเรื่องนี้มันเป็นไงบ้างล่ะ”

หลังจากนั้นนาโกะอธิบายสรรพคุณอบ่างละเอียดยิบ ตั้งแต่งานภาพ งานเขียน คุณภาพอนิเมะ คนแต่ง และพร้อมแนะนำว่าจะดูยังไงให้สนุกอย่างละเอียดยิบด้วยสีหน้าราบเรียบ

นี่แหละคือสาเหตุที่นาโกะกับยูมะซี้กัน เขาเล่นเกมส์แกรนเกท ชอบอนิเมะ และมีมุมมองที่เฉียบคมในการประเมินสถานการณ์หรือเรื่องราวที่แตกต่างจากคนทั่วไป เวลาคุยกับนาโกะถึงสนุกมาก แถมนาโกะยังเป็นคนคอยช่วยติวบทเรียนเวลายูมะขอร้องด้วย เขาไม่ปฏิเสธคำขอร้องยูมะ และพยายามช่วยยูมะ สอนยูมะอย่างสุภาพตลอด

ถ้าดูมุมมองภายนอก นาโกะเป็นหนุ่มเนิร์ด  ไม่มีไรน่าสนใจ แต่ถ้าได้สนิทกับเขาจะรู้ว่าเป็นคนดี และน่าสนใจมาก ด้วยเหตุนี้ยูมะจึงซี้กับนาโกะ

และด้วยเหตุนี้เช่นกัน ยูมะถึงอยากให้นาโกะเป็นเพื่อนกับยุย

หากเป็นนาโกะที่สมองเฉียบแหลม เขาคงไม่พูดถึงเรื่องสีผมยุย แถมเล่นเกมแกรนด์ฌกทบวกกับชอบอนิเมะด้วย  ซึ่งยุยน่าจะคุยกับนาโกะได้เข้ากันดี

แต่จะไปขอร้องนาโกะตรงๆว่า นายช่วยเป็นเพื่อนกับยุยได้มั้ย มันก็ดูทะแม่งๆ ทื่อด้านไร้ลูกเล่นเกินไป

“เออ  ว่าไปมีเรื่องจะปรึกษาหน่อย ชั้นอยากสร้างกรุ๊ปไลน์คุยเรื่องเกมกับอนิเมะล้วนๆ  นายสนใจเข้าร่วมกลุ่มมั้ย  ม่า.. แล้วก็เรื่องสมาชิกกลุ่ม จะมีแค่3คนคือนาย ชั้น แล้วก็..คุณคามิชิโร่น่ะ”

 ยูมะคิดว่าหากคุยกันตรงๆ อาจจะลำบากใจ สู้เรื่มจากคุยผ่านแชทก่อนน่าจะดีกว่า

ส่วนคำตอบนาโกะก็คือ หมอนั่นพยักหน้าเล็กน้อย ตอบอืม

“งั้นขอถามเผื่อไว้ก่อน คุณคามิชิโร่น่ะ เป็นคนยังไง และตอนคุยสามารถคุยถึงเรื่องอะไรได้บ้าง ปกติเด็กผู้หญิงจะมีเรื่องที่ไม่อยากให้ถามอยู่นะ”

“อืม ก็คุยเรื่องเกมเรื่องเมะแบบไม่สปอยเกินก็ไม่มีปัญหานะ เจ้าตัวเองชอบบอกว่า “ชั้นค้นคว้าเรื่องพวกนี้จากในเน็ตมาก่อนแล้ว”…. อืม แล้วถ้าว่าตามตรง ชั้นก็เพิ่งรู้ว่าเจ้าตัวเป็นผู้หญิงตอนออกมาเจอกันในชีวิตจริงนี่แหละ”

“เจ้าตัวคงผ่านอะไรมาเยอะสินะ”

นาโกะกล่าวด้วยใบหน้านิ่ง

“เพราะงี้แหละเลยอยากให้นายมาร่วมกลุ่มแชทนี่แหละ”

“อืม  งั้นส่งคำเชิญมาเลย”

ยูมะหยิบมือถือส่งคำเชิญให้นาโกะเข้าร่วมกลุ่ม

แน่นอนว่า เป็นกลุ่มที่มียุยอยู่แต่แรกแล้ว เสียงเตือนจึงดังในโทรศัพท์ยุยด้วยเช่นกัน  ยุยหยิบโทรศัพท์มาดู ส่วนอาสึกะที่อยู่ข้างๆเลยเห็นว่าเนื้อหาโทรศัพท์มีอะไรบ้าง

“เอ๋ ทำไมสมาชิกลุ่มถึงมีนาโกะด้วย”

อาสึกะกล่าวเสียงดังผิดจากตอนสนทนาปกติ นี่เป็นครั้งแรกที่่ยุยได้ยินเธอกล่าวดังขนาดนี้ 

“แหม นาโกะเป็นแฟนชั้นนะ  เจ้าตัวอยู่ไหนน้า  ฮาโล นาโกะคุง♥”

อาสึกะส่งยิ้มหวานหันซ้ายขวาไปทั่ว โบกมือหยอยๆหานาโกะ 

ยูมะเห็นสภาพอาสึกะเลยหัวเราะแห้งๆ

“เธอทำอะไรของเขาน่ะ”

“เธอคิดว่ากำลังแสดงความรักในแบบฉบับของตัวเองน่ะ”

หลังจากนั้นสรุปว่า ที่อาจารย์บอกว่า ให้แยกกลุ่ม ตอนนี้ไม่มีใครสนแล้ว เพราะอาจารย์เห็นอาสึกะตะโกนแถมส่ายมือเดินหายังไม่ว่าอะไร คราวนี้ต่างคนต่างจับกลุ่มหาเพื่อนสนิทแต่ละคน

“นาโกะคุง”

อาสึกะหานาโกะเจอปุ๊บ เธอส่งเสียงดีใจ เดินมากอดเขาจากข้างหลัง  หลังหัวนาโกะสัมผัสกับหน้าอกของอาสึกะ ยูมะเห็นสภาพนาโกะกับอาสึกะแล้วรู้สึกเขิน ส่วนเจ้าตัวนาโกะที่หลังหัวสัมผัสกับหน้าอกอาสึกะกลับมีสีหน้านิ่งเฉย เงยหน้ามองบนกล่าว

“เคยบอกไปแล้วนี่ครับว่าในโรงเรียนอย่าทำแบบนี้”

“โทษทีโทษที คือว่านะ ตะกี้ชั้นเพิ่งคุยกับเพื่อนใหม่ชื่อยุยจัง  แล้วเห็นแชทเด้งชื่อนาโกะเลยอยากเจอเธอน่ะ

asuka megumi and nago teruhiko

ยูมะลองหันไปหายุยดู พบว่า ยุยอยู่ข้างหน้ากลุ่ม ผู้หญิงคนอื่นกำลังส่งสายตาเป็นประกายอยู่ข้างหลังยุย 

(อะไรของพวกนั้น…)

 

หลังจากนั้น บางคนตบหลังยุยเบาๆราวกับให้กำลังใจเธอ  สักพักหนึ่ง ยุยหน้าแดง เดินก้มหน้ามาหายูมะ

“…ยุย”

“..งือ….งือ”

ยุยททำท่าเหมือนพยายามจะพูดอะไรสักอย่าง แต่หน้าแดงอายจัด เลยพูดไม่ออก

เอาเหอะ เรื่องตื่นเต้นจนพูดไม่ออก เป็นสถานการณ์ที่่ยูมะเจอบ่อย เลยรับมือได้ง่ายๆ

“คุยกันทางแชทมั้ย”

ยุยได้ยินปุ๊บ พยักหน้าตอบทันที

ยุยนั่งข้างๆยูมะ หยิบโทรศัพท์มาแชท

ยูมะเริ่มแชทถามก่อน

“ดูๆแล้วเห็นคุยกับพวกผู้หญิงได้ดีแล้วนี่นา”

“อืม ทั้งหมดต้องขอบคุณอาสึกะ คุณอาสึกะเป็นคนดีจริงๆนะ”

“ม่า ก็นะ ต้องยอมรับยัยนั่นเรื่องสกิลมนุษยสัมพันธ์อะนะ  จะว่าไปถ้าอาสึกะเข้าร่วมแชทเธอจะว่าอะไรมั้ย”

ระหว่างยูมะพิมพ์แชท ปรากฏว่าอาสึกะแอบมาอยู่ข้างหลังยูมะตอนไหนก็ไม่รู้ อ่านแชทโทรศัพท์เรียบร้อย

“เห? ชมกันขนาดนี้เลยเหรอ เขินจัง “

อาสึกะกล่าวเสียงสูง แทรกหน้ามาข้างๆยูมะ

ยูมะรู้สึกเขินที่มีสาวยื่นหน้าเข้ามาใกล้ หันไปดูนาโกะ ปรากฏว่าหมอนั่นไม่มีปฏิกริยาใดๆ

“อย่าแอบดูสมาร์ทโฟนคนอื่นสิฟะ   แต่ก็นะ ครั้งนี้ต้องขอบคุณเธอมาก อาสึกะ”

“ไม่เป็นไร ชั้นได้เพื่อนเพิ่มก็แฮปปี้แล้ว  เนอะ ยุยจัง”

“อ…อืม”

“โม่ ยังอืมอีกเหรอ บอกละให้เรียก เมงุจัง ยังอายที่เรียกชื่ออยู่อีกรึ”

“อืม..แต่ว่า..ชั้นจะพยายาม..เม…เมงุจัง”

“กรี๊ดดดด น่ารักจังเลย”

คราวนี้อาสึกะผละจากยูมะ หันไปกอดยุยแทน

 

…เห็นสาวๆกอดกันด้วยมิตรภาพ รู้สึกถึงยูริเบ่งบาน ยูมะเลยเกิดอาการใจเต้นกับภาพที่เห็น แต่พอหันไปดูนาโกะ ไอ้หมอนั่นยังทำหน้าตายไม่รู้สึกรู้สาเหมือนเดิม

 

หลังจากอาสึกะเริ่มใจเย็น ยูมะถือโอกาสแนะนำนาโกะให้ยุยรู้จัก

 

“ยุย หมอนี่เป็นเพื่อนชั้นตั้งแต่มอต้น ชื่อนาโกะ เห็นหน้านิ่งๆแบบนี้แต่เนื้อแท้ไม่ใช่คนเลว อยากให้เธอสนิทกับเขานะ”

“นาโกะ เทรุอากิครับ ฝากตัวด้วยนะ”

เสียงนาโกะกล่าวเบาๆ แต่แฝงความจริงจัง  สำหรับยุยที่ไม่เคยได้คบกับเพื่อนมาก่อน จึงตื่นเต้นกังวลเป็นพิเศษ

“เอ่อ..คือว่า..ฝากตัวด้วยเช่นกันค่ะ”

“พวกเราเป็นเด็กมอปลายเหมือนกัน ไม่ต้องสุภาพก็ได้ครับ”

“ค…ค่ะ”

สำหรับยุยที่ขาดเพื่อน การเจอคนบุคลิกแบบนาโกะอาจจะยังไม่เคยชินและทำตัวไม่ถูก

 

แต่แน่นอนว่า ยูมะมีแผนอยู่แล้ว

 

“ยุย แชทกรุ๊ปน่ะ นาโกะเข้าร่วมแล้ว เธอลองคุยผ่านแชทได้นะ”

“เอ๋..อืม”

ยุยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมพิมพ์แชท ทางด้านนาโกะก็รู้งาน หยิบโทรศัพท์มารอทันที สมแล้วที่เป็นหมอนี่ อ่านบรรยากาศได้เฉียบจริงๆโดยไม่ต้องพูดสักคำ

 

ยุยพิมพ์แชทส่งอีกครั้งว่า ฝากตัวด้วยนะคะ 

 

แม้ว่าจะเป็นแชท แต่ก็ยังสุภาพอยู่ดี แสดงว่ายังตื่นเต้น ส่วนอาสึกะนั่งอยู่ข้างๆมองยุยแชทไม่พูดอะไร

 

“ฝากตัวด้วยนะ”

“นาโกะน่ะคออนิเมะเลย ฉะนั้นเรื่องอะไรก็ถามได้หมด ยุยลองคุยดูได้นะ”

ยูมพิมพ์แชทจบ ส่งสายตาหายุยเป็นนัยว่า ลองพิมพ์ถามเลย  ยุยยังกล้าๆกลัวๆแต่ก็กดแชทพิมพ์ถาม

“นาโกะคุงชอบอนิเมะเรื่องไหนเหรอ”

“นั่นสินะ”

นาโกะยกนิ้วแตะปาก ท่าทางคงแก่เรียนเหมือนคนกำลังคิดตอบโจทย์ข้อสอบโอลิมปิกที่มันยากมาก บอกเลยจากสายตาภายนอกว่า เจ้าตัวจริงจังสุดๆ 

 

สักพัก นาโกะพิมพ์แชท

“เรื่องที่ผมชอบตอนนี้ มี หลายเรื่องนะเช่น ซนปาโร วันเดอร์เฮฟเว่น ริคดัน และที่ติดหนักตอนนี้คือเรื่อง โลลิแคน กับ มะนิโมะนิโมะฟุโมะฟุ น่ะ “

ยุยอ่านข้อความจบ อุทานห๊า ในใจ เพราะนึกไม่ถึงว่านาโกะจะชอบโลลิแคน เพราะเรื่องนี้เป็นอนิเมะชีวิตประจำวันของพวกตัวละครโลลิ

ส่วนอนิเมะมะนิโมะนิโมะฟุโมะฟุ เป็นอนิเมะภาพวาดใสๆแก๊งเด็กน้อยตัวละครโลลิหูสัตว์

ดูท่าทางเด็กเนิร์ดนักศึกษาคงแก่เรียน แต่ดันมีชอบอนิเมะแนวใสๆสายโลลิซะงั้น ช่างขัดกับภาพลักษณ์สุดๆจนอดไม่ได้ที่ยุยจะอุทานออกมา

ยุยแชทถามต่อ

“ดูโลลิแคนกับมะนิโมะอยู่เหรอคะ”

“อืม ตอนนี้ตัวละครมะนิโมะที่ชอบสุดคือสาวน้อยจิ้งจอก  ผมไปดูข้อมูลอาจารย์คนวาด แกบอกว่าตั้งใจออกแบบตัวนี้ให้ดูมีอารมณ์แบบพี่สาว  แถมอาจารย์วาดหางตัวละครเรื่องนี้สวยและมีเอกลักษณ์มาก แค่ผมดูผ่านหน้าจอยังมีอารมณ์อยากเอาหน้าไปซบกับหางนุ่มๆของพวกตัวละคร ต้องบอกเลยว่างานอนิเมะเรื่องนี้มันขั้นเทพจริงๆ”

 

ยุยอ่านแชทจบ มองหน้านาโกะกับแชทสลับกัน คนแชทเรื่องอนิเมะคือหนุ่มแว่นท่าทางจริงจังคนนี้จริงเหรอ  พอหันไปหายูมะ  เขาพยักหน้าตอบเป็นภาษากายว่า ใช่แล้วเธอดูไม่ผิดหรอก

 

อ่าน Zuttomo This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend 『ずっと友達でいてね』と言っていた女友達が友達じゃなくなるまで CH13-3 ยุยและเพื่อนใหม่

นอกจากอนิเมะ ยุยถามนาโกะว่าเล่นเกมส์แกรนด์เกทด้วยมั้ย 

คำตอบนาโกะคือเล่นอาชีพปืนใหญ่  ยุยก็จะคุยต่อว่าเลเวลเท่าไร มีเวลาก็อยากชวนไปเล่นด้วยกัน ตอนนี้ยุยมีความสุขมากเพราะเจอเพื่อนคอเดียวกันอีกคนที่่ชอบทั้งอนิเมะและเกม แชทเลยเด้งกันอยู่แค่สองคนที่คุย

อาสึกะที่มองแชทเด้งอยู่ๆห่างๆ เริ่มงอนแก้มป่อง

“ทั้งสองคนคุยแชทกันมันส์ ยุยจังขี้โกงจริงๆ ไม่ยอมมาคุยกับชั้นบ้างเลย”

“อ๊ะ อืม เอ่อ ยูมะ ให้ชวนเข้ากลุ่มได้ใช่มั้ย”

“อืม ชวนเลย รู้วิธีชวนรึเปล่าล่ะ”

“เอ่อ ไม่รู้…”

“ยุยจัง ยุยจัง นี่เลย กดตรงนี้นะ แจ๋วเลย แล้วกดเบอร์ตามนี้ โอเค ฝากตัวด้วยนะ”

“อืม ฝากตัวด้วยนะ เมงุจัง”

“เย้ ในที่ยุยจังก็เรียกชั้นว่าเมงุจังแล้ว”

อาสึกะพึงพอใจที่ยุยเรียกชื่อเธอ กระโดดกอดยุยอีกครั้ง

ในขณะที่นาโกะ เห็นรายชื่ออาสึกเพิ่มเข้ามา แต่เจ้าตัวยังคงหน้านิ่งเฉย ไม่แสดงปฏิกริยาใดๆ   กล่าวว่า

“เข้ากลุ่มก็ไม่ว่าอะไรนะ แต่กลุ่มนี้เน้นคุยเรื่องเมะกับเกมส์ เธอเข้าใจเรื่องพวกนี้เหรอ”

“เอ๋ เหรอ เอาน่า เรื่องอนิเมะอย่างน้อยก็เคยดูคิเมสึไยบะ เกมส์ก็ยังรู้จักโมริโอปาร์ตี้ละกัน”

“อืม อย่างนี้นี่เอง”

“เดี๋ยวต่อจากนี้ ค่อยศึกษา ไม่ยากหรอก ยุยจังมีเรื่องอะไรแนะนำมั้ย”

“เอ๊ะ..อืม ลองดูเรื่อง ท้องฟ้าของเธอก็ได้นะ เห็นตอนนี้มีปล่อยตอนในเว็บนิโยะนิโยะอยู่”

“โอเค เดี๋ยวเสาร์นี้จะลองดูนะ”

ยูมะที่เฝ้าดูทั้งสามคนอยู่ห่างๆ รู้สึกโล่งใจและเหงาในเวลาเดียวกัน นี่สินะความรู้สึกแม่นกที่เห็นลูกนกบินได้แล้ว 

เพราะดูเหมือนว่าอาการสื่อสารไม่เก่งของยุยดีขึ้นมาก สามารถคุยโต้ตอบกับนาโกะและอาสึกะได้ แถมทั้งสามคนก็นิสัยน่าจะเข้ากับยุยและสนิทสนมกันมากขึ้นในเร็วๆนี้

***

ในที่สุดโรงเรียนก็เลิก ทั้งสี่คนเดินกลับด้วยกัน และแยกทางตรงสถานีรถไฟ

“พวกชั้นต้องไปขึ้นรถไฟตรงสถานีโน้น ก็แยกกันตรงนี้เลยนะ”

“ยุยจัง สิงาซากิคุง เจอกันพรุ่งนี้น้า”

“อ..อืม บายบาย”

“ไว้เจอกัน”

ยุยยกมือส่ายกล่าวลา นาโกะกับอาสึกะเดินแยกไปขึ้นอีกสถานีหายลับไปกับฝูงชน  ยุยถอนหายใจแรงๆทีหนึ่ง

“เหนื่อยเหรอ?”

“อืม คาบเรียนสุดท้ายเป็นคาบพละทดสอบสมรรภาพทางกาย  ชั้นไม่ได้ออกกำลังมานาน พรุ่งนี้คงปวดกล้ามเนื้อแน่ๆเลย”

“จะว่าไปตอนทดสอบ เห็นว่าร่างกายเธอได้คะแนนเทสความยืดหยุ่นดีเลยนี่นา”

“เห็นด้วยเหรอ”

“เปล่า แต่อาสึกะเสียงดังน่ะ  ตอนนั้นเธอตกใจจะโกนว่า”ยุยจังตัวอ่อนมากๆเลย ข้างในมีกระดูกรึเปล่านิ”

….จริงๆเขาโกหกไปงั้นแหละ ที่จริงยูมะแอบสังเกตยุยตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพราะคาบเรียนพละ ยุยเปลี่ยนทรงผมเป็นมัดหางม้า  เขาเห็นทรงผมเธอน่ารักดีเลยจับตาดูเธอตลอด เรื่องนี้ต้องเก็บเป็นความลับไม่ให้ยุยรู้

“แต่สุดท้ายนอกจากเรื่องตัวอ่อน เรื่องอื่นนี่ยับเยินเลยนะ เล่นกีฬานี่คือนั่งยาวๆเลย”

ยุยนึกถึงวันนี้หลังทดสอบ สมรรภาพ อาจารย์จัดให้แข่งดอดจ์บอล ผลคือยุยโดนตั้งแต่ดอกแรก ไปนั่งข้างสนามแต่วันเลย 

“แต่ว่าเมงุจังนี้สุดยอดไปเลยนะ ขนาดแข่งทีมกับพวกผู้ชาย หรือแข่งสมรรถภาพเรื่องวิ่ง ฝีเท้าเธอยังกินขาดพวกผู้ชายหลายคนแน่ะ”

ยุยกล่าวจบ สูดลมหายใจเฮือกหนึ่ง เพราะคุยยาวมาก หายใจไม่ทัน

“…วันนี้สนุกสินะ”

“อืม”

ยุยส่งยิ้มพยักหน้า  แค่เห็นรอยยิ้มเธอ ยูมะก็รู้แล้วว่าเธอมีความสุขจริง

ตอนนี้พวกยูมะเดืนทางมารอรถไฟที่ชานชาลาละ 

เนื่องจากวันนี้เรียนแค่ครึ่งวันเช้า ช่วงกลางวันตอนกลับบ้าน เลยไม่ค่อยมีคนออเท่าไร มีที่นั่งให้เลือกสบาย ทั้งสองคนจึงเลือกนั่งด้วยกัน

“….เอาจริงๆนะ ตอนนี้ยังคิดอยู่เลยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ ชั้นฝันไปรึเปล่า  ยังแอบกังวลตลอดเวลาเลยนะ”

ยุยกล่าวขณะที่รถไฟเริ่มออกวิ่ง

“ฝันเหรอ?”

“อืม ก็มัน..ยกตัวเอย่างเรื่องสื่อสารไม่เก่ง ตอนนี้ก็พัฒนาขึ้น  สามารถคุยกับคนอื่นที่ไม่ครอบครัวได้ดีขึ้น ทั้งที่หลายปีก่อนหน้าชั้นยังทำไม่ได้เลย ตั้งแต่ได้พบและเป็นเพื่อนกับยูมะ พวกโรคสื่อสารไม่เก่งมันดีขึ้นราวกับโกหก  แถมเปิดเทอมไม่ทันไรก็มีเพื่อนใหม่เพิ่มขึ้น ทุกอย่างมันราบรื่นสวยงามเกินไปจนคิดว่าฝันไป จนชั้นไม่อยากจะคิดว่าหากหลับไปแล้วทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนเดิม ชั้นไม่อยากรู้สึกแบบนั้นอีกแล้ว”

ฟังจากที่ยุยพูด ยูมะก็เข้าใจได้ทันทีว่า เธอยังไม่ชินกับความสุข  เรื่องสมัยอดีตที่ผ่านมาฝังใจเธอมากจนทำให้ไม่กล้าจะเสพรับความสุขที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่

“ไม่ต้องห่วง ยังไงชั้นจะอยู่เคียงข้างเสมอ”

ยุยฟังยูมะพูดจบ เธอส่งยิ้มอย่างดีใจ

“อืม อยู่เคียงข้างตลอดไปนะ”

“อืม”

ยุยตอบกลับ รู้สึกเขินอายเล็กๆ

ถ้าเป็นการพูดในเชิงว่าแฟน นี่คือคำสาบานว่าอยู่ด้วยกันตราบชีวิตหาไม่เลยนะ แต่ว่าตอนนี้เธอคือเพื่อนนี่สิ มันก็แอบเฟลนิดๆ ถ้าความสัมพันธ์เราขยับดีขึ้นกว่านี้สักนิด จะเป็นยังไงบ้างนะ

ระหว่างที่ยูมะคิดเพลินๆ จู่ยุยคอเอียงข้าง ซบไหล่ยูมะ

“ย..ยุย”

“……..”

“……..ุยุย?”

ยุยหลับตาส่งเสียงฟรี้้ ฟรี้เป็นจังหวะ สรุปว่าเธอคงเหนื่อยจัดจนม่อยหลับไปซะแล้ว

ตอนแรกยูมะกะว่าจะปลุกเธอ แต่คิดอีกที ปล่อยเธอหลับต่อดีกว่า 

ถ้าเธอเหนื่อย ยูมะก็อยากจะเป็นที่พักพิงให้เธอผ่อนคลาย และตัวเขาเองก็อยากจะเก็บความทรงจำหวานๆตอนนี้ไว้  ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักที่เธอซบ ความอบอุ่น ยูมะอยากเก็บช่วงเวลานี้ทั้งหมดไว้ในใจ

ยูมะถอนหายใจเฮือกหนึ่งเบาๆ  ถ้ายุยบอกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นตอนนี้มันคือความฝันรึเปล่า ส่วนตัวยูมะก็คิดไม่ต่างกัน ไปโรงเรียนกับคนที่ชอบ ได้จับมือควงแขนกับคนที่ชอบ  คนที่ชอบเขาสบายใจและเชื่อใจเมื่ออยู่กับเขาจนถึงขั้นนอนซบไหล่ข้างกาย

ถึงแม้จะรู้สึกอายนิดหน่อย แต่ยูมะก็รู้สึกมีความสุขมากเมื่อยุยนอนซบเขา เขาเลยปล่อยให้เธอนอนไปเรื่อยๆไม่ปลุกเธอจนกว่าจะถึงสถานีปลายทาง

kamishiro yui vol 2

อ่าน Zuttomo This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend 『ずっと友達でいてね』と言っていた女友達が友達じゃなくなるまで CH14-1 ปาร์ตี้ต้อนรับเพื่อนใหม่

“ยุยจัง ชั้นดูเรื่องท้องฟ้าของเธอรวดเดียวจบแล้วนะ ซึ้งมากจนน้ำตาไหลเลย”

สัปดาห์ถัดมา ช่วงเวลาพักกลางวัน ทั้งสี่คนคุยกันเรื่องอนิเมะที่ยุยแนะนำให้อาสึกะดู

.**สรุปแบบรวดรัดละกันนะครับ

ง่ายๆว่าทั้งสี่คนจะคุยเรื่องอนิเมะ นาโกะก็จะให้มุมมองที่แตกต่าง พอเป็นโอตาคุเมะด้วยกัน เรื่องคุยมันก็มีเยอะแยะ สุดท้ายอาสึกะจะถามเรื่องเกมส์แกรนด์เกท ด้วยความที่เธอไม่เคยเล่นมาก่อน จะเจอนาโกะอธิบายวิธีลงเกมส์ เล่นเอาเธอหัวหมุนว่า ช่วยคุยภาษาคนได้มั้ย ชั้นไม่เข้าใจ

 

นาโกะถอนหายใจเฮือกหนึ่งกล่าว

“ช่วยไม่ได้ ถ้าไม่เข้าใจ ครั้งหน้าเดี๋ยวผมสอนให้เอง”

“เอ๋ จะดีเหรอ”

“ดีสิ ส่วนตัวผมคิดว่าถ้ามีคนคุยเรื่องเกมรู้เรื่องเพิ่มอีกมันก็ดีกว่าไม่มีนะ”

“อืม..งั้นรบกวนด้วยน้า”

อาสึกะตอบกลับด้วยท่าทีเขินอายเล็กน้อย  จากนั้นเธอกล่าวเพิ่ม

“งั้น…วันหยุดครั้งหน้า ..ชั้นไปเที่ยวบ้านนาโกะได้มั้ย”

…เขร้ ยัยนี่มันร้าย ยูมะคิดในใจ

“บ้านผมเหรอ”

“อ…อืม ปกติมีแต่คุยกันที่โรงเรียนหรือไม่ก็ข้างนอก ถ้าไปคุยกันที่บ้านนาโกะจะได้ไม่มีใครรบกวนตอนเธอสอนชั้นไง”

 

“…อืม”

“แล้วก็นะ…เราสองคนคบกันเป็นแฟนแล้ว แต่ยังไม่เคยไปบ้านของอีกฝั่งเลยสักครั้ง  ชั้นเลยถือโอกาสรวบยอดไปด้วยเลยไง”

นี่เป็นครั้งแรกที่ยูมะเห็นอาสึกะพูดกับนาโกะแนวคนรักกัน  ขนาดเขาเป็นคนนอกยังรู้สึกเขินในคำพูดของอาสึกะแทนเลย ส่วนยุยที่ฟังอยู่ก็ตัวแข็ง ดูสภาพคงเขินไม่ต่างกัน เธอก็รอดูคำตอบนาโกะว่าจะพูดอะไร

“เอางั้นก็ได้”

“พูดจริงนะ”

“อืม แล้วก็สุงิซากิกับคุณคามิชิโร่วันหยุดช่วงนี้ว่างรึเปล่า”

 “เอ๋”

อาสึกะเบิกตากว้างกับคำพูดนาโกะ

“ชวนสองคนนั้นด้วยเหรอ”

“แน่นอนอยู่แล้ว”

“ชั้น..อุตส่านึกว่า..ได้อยู่ด้วยกันสองคนกับนาโกะซะอีก”

“ขอโทษด้วยครับ แต่ชายหญิงอยู่ด้วยกันแค่สองต่อสองเกรงว่าจะไม่ดีครับ”

“ไม่ดีตรงไหนล่ะ คิดไปเองชัดๆ”

“ตะกี้พูดอะไรนะ”

“เปล่า ไม่มี้ ไม่พูด ไม่ว่าสักคำ ไม่ว่าอะไรเลย”

อาสึกะกล่าวจบ ท่าทางหงอยลงเป็นลูกโป่งโดนสูบลม

“เอ่อ เมงุจัง ร่าเริงเข้าไว้นะ”

“เฮ้อ ยุยจังใจดีที่สุดเลย ถ้านาโกะคุงเอาความใจดีของยุยจังไปสักครึ่งหนึ่งคงดี”

“เอ๊ะ…เอ่อออ”

“ฮะฮะ ล้อเล่นน่า ยุยจังน่ารักที่สุดเลยที่ใส่ใจฉันขนาดนี้”

อาสึกะอุ้มยุยมานั่งตักก่อนกอดจากข้างหลัง  ยุยจังที่ยับงไม่เคยชินกับอาสึกะกอดเลยเขินหน้าแดงตัวแข็ง

“ถ้างั้นถือโอกาสจัดปาร์ตี้ต้อนรับยุยจังไปเลยเป็นไง”

“ปาร์ตี้ต้อนรับ”

“อืม เพราะชั้น สุงิซากิ นาโกะ เป็นเพื่อนกันตอนมอต้นอยู่แล้ว  แต่ชั้นเพิ่งมารู้จักยุยจังตอนเปิดเทอมมอปลาย ในเมื่อยุยจังเป็นเพื่อนใหม่ของเรา มันก็ต้องฉลองกันสักหน่อยสิ”

“..ม..ไ่ม่เป็นไรหรอกเมงุจัง ชั้นไม่ได้คิดมากถึงขั้นต้องมีปาร์ตี้ต้อนรับเลย”

“อย่าคิดมากน่า คิดซะว่าชั้นอยากจัดละกัน แถมดูแล้วคนอื่นก็ไม่ได้ว่าอะไรด้วย หรือใครว่าไงบ้าง สรุปทุกคนว่างช่วงไหนกันเอ่ย”

 

สรุปจากการคุยกัน ตกลงว่าเสาร์หน้าจะจัดปาร์ตี้ที่บ้านนาโกะ

***

 

 

 

 

 

อ่าน Zuttomo This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend 『ずっと友達でいてね』と言っていた女友達が友達じゃなくなるまで CH14-2 ปาร์ตี้ต้อนรับเพื่อนใหม่

วันนี้เป็นกำหนดวันนัดของพวกยูมะไปปาร์ตี้บ้านนาโกะ ยูมะกับยุยแวะซื้อขนมกับของกินเผื่อสำหรับงาน

“วันนี้คนเยอะมาก เธอไม่เป็นไรใช่มั้ย”

“อืม สบายมาก”

ยูมะดูจากสภาพยุย ไม่ได้พูดฝืนให้เขาสบายใจ ดูแล้วก็ไม่มีอะไรให้กังวล ยูมะเดินมาถึงโซนขายขนม ยูมะถือตระกร้า ส่วนยุย มองซ้ายมองขวาหยิบขนมใส่

แน่นอนว่า คนรอบข้างบางคนก็มองมาที่ยุยเพราะสีผมด้วยเช่นกัน เรื่องนี้ไม่มีอะไรเปลี่ยน

ที่เปลี่ยนคือตัวยุยต่างหาก

“เพราะว่าตอนนี้ชั้นมีความสุขสุดๆไงล่ะ”

ยุยยิ้มก่อนเอ่ยออกมา

“ไปโรงเรียนก็สนุก มีเพื่อนใหม่ แล้วเดี๋ยวต่อจากนี้จะไปปาร์ตี้ต้อนรับบ้านเพื่อนอีก  เพราะงั้นชั้นสบายมาก  ขอพูดหยาบๆสักครั้งว่าช่างหัวคนมองแล้วล่ะ”

“เธอสบายดีมั่นใจมากขึ้นชั้นก็อุุ่นใจแล้ว”

“ฮะฮะ ทั้งหมดเป็นเพราะยูมะ ชั้นซาบซึ้ง…ซาบซึ้งมากๆกับสิ่งที่ยูมะทำให้ชั้น  สักวันชั้นต้องตอบแทนแน่ๆ”

“แหมม ยัง ยังไม่เลิกเรื่องตอบแทนบุญคุณอีกนะ  เคยบอกละไงว่าไม่ต้องใส่ใจไงครับ”

“ไม่ได้หรอก ชั้นอยากตอบแทนจริงๆ เพราะชั้นอยากอยู่ด้วยกันกับยูมะตลอดไป”

“……”

ยูมะหันไปมองยุย ตอนนี้เธอหลบสายตาไม่มองเขา แต่เลือกจะเดินคล้องแขนเขาแทน

ยุยเดินคล้องแขนยูมะเดินไปซื้อของด้วยกัน ระหว่างทางก็มีนักศึกษามหาลัยผู้หญิงบางคนมองมาที่พวกยูมะ คุยกันด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน

“แกๆ เห็นนั่นปะ”

“เห็นสิเธอ”

ตอนแรกยูมะเดาว่าพวกเธอน่าจะล้อเรื่องสีผมยุย  แต่กลายเป็นว่าเขาเดาผิดเพราะพวกเธอคุยว่า

“คุ๋รักที่เราเห็นนี่น่าจะประมาณเด็กมอปลายเนอะ”

“ใช่ๆ น่ารักสุดๆไปเลย”

ยูมะที่ได้ยินพวกเธอพูดเล่นเอาหน้าแดง  ทางยุยเองก็ไม่ต่างกัน เธอเขินจนปล่อยมือจากแขนเสื้อยูมะ

“ช..ชั้นขอตัวไปหยิบน้ำผลไม้ก่อนนะ”

ยุยรีบจ้ำอ้าวเดินไปโซนขายเครื่องดื่ม เธอยกมือทาบอกตัวเอง รู้สึกได้ถึงเสียงหัวใจที่เต้นระรัว 

ยุยสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกหนึ่ง  

….พอได้ยินที่พวกเธอพูดตะกี้ เราก็แอบคาดหวังนิดหนึ่งสินะ

ก่อนหน้านี้ ที่คล้องแขนเดินควงด้วยกัน ไม่เคยมีใครสักคนพูดว่าเป็นคู่รักให้ได้ยินชัดๆ นี่เป็นครั้งแรกเลย 

“ยูมะ เอาน้ำไปเท่านี้พอมั้ย”

“เหลือเฟือ ขอบคุณที่ไปหยิบนะ”

ยุยหอบน้ำผลไม้เท่าที่ตัวเองถือไหว มาวางใส่ตระกร้า

ยูมะเห็นท่าทางเธอแล้วอยากจะลูบหัว รู้สึกว่าเขาไม่ได้ลูบหัวเธอมานานมาก และถ้าลูบหัวยุยตอนนี้ มั่นใจว่าเธอต้องดีใจแน่ แต่ว่าด้วยความอาย ยูมะยื่นมือไปก็จริง แต่ค้างกลางอากาศ เพราะอายไม่กล้าลูบหัวเธอ

ทางยุยก็เข้าใจว่าจะลูบหัว เธอโน้มหัวลงเล็กน้อยรอยูมะ 

“…ซื้อของเท่านี้พอแล้วล่ะ ไปบ้านนาโกะเถอะ”

“เอ๋?..อืม”

ยุยส่งแววตาชี้ชัดว่า “ไม่ลูบหัวเธอเหรอ” ซึ่งยูมะก็สังเกตุเห็น แต่แสร้งทำเป็นไม่มอง

ยูมะเดินนำหน้า ถอนหายใจ เฮ้อ รู้สึกสมเพชต้วเรานิดๆเหมือนกัน

***

หลังจากนั้นพวกยูมะเดินทาง ต่อรถไฟหลายสถานี ในที่สุดก็มาถึงสถานีปลายทางบ้านนาโกะ

“มาแล้วแล้ว ยุยจัง สุงิซากิคุง”

เมื่อพวกยูมะออกจากรถไฟปุ๊บ ก็เจอนาโกะกับอาสึกะรอรับอยู่  เนื่องจากว่าพวกยูมะเพื่งจะเคยมาบ้านนาโกะครั้งแรก นาโกะเลยตัดสินใจออกมารับที่สถานี

“ว้าว เพิ่งเคยเห็นยุยจังในชุดไปรเวท น่ารักมากเลย”

“ขอบคุณนะ เมงุจังก็น่ารักเหมือนกัน”

“แหะแหะ ขอบคุณนะ ยุยจังปากหวานที่สุด”

อาสึกะลูบหัวยุยอย่างดีใจ

“นาโกะไม่พูดถึงเรื่องเสื้อชั้นสักแอะ ไม่รู้ว่าสวยหรือไม่สวยเลย”

“สำหรับผม จะสวยหรือไม่ ไม่สำคัญเท่าคุณประโยชน์ใช้สอย  ผมบอกไปแล้วนะว่าช่วงนี้อากาศเริ่มหนาวแล้ว ถ้าใส่เสื้อแขนสั้นมันไม่น่าจะเวิร์ก แล้วเสื้อวันนี้ใส่แขนสั้นมาไม่หนาวเหรอ”

“….จริงๆก็หนาวนิดหน่อยแหละ แต่ก็บอกไปแล้วไงว่าเพื่อความสวยชั้นทนได้”

นาโกะกล่าว ยาเระยาเระ  ถอนหายใจเล็กน้อย ถอดเสื้อคลุมของตัวเองคลุมไหล่อาสึกะ

“นี่เป็นเสื้อขนสัตว์น่าจะกันความหนาวได้ระดับหนึ่ง  ถ้าเธอเป็นหวัดผมคงรู้สึกไม่ดีครับ”

“ว้าว นาโกะคุงยอดไปเลย สละเสื้อคุลมให้ชั้นด้วย น่ารักที่สุดไปเลย”

“ให้มันได้งี้สิ ครั้งต่อไปก็เลือกเสื้อดีๆหน่อยนะครับ”

(ทั้งสองคนเวลาอยู่ดัวยกันเป็นแบบนี้เองเหรอเนี่ย)

พอเห็นความสัมพันธ์ทั้งคู่ ยูมะอดไม่ได้ที่จะเปรียบคู่ตัวเองกับยุย หัวเราะขื่นๆ

ภาพของทั้งคู่ มองจากมุมมองคนนอก เห็นชัดเจน ไม่ต้องเสียเวลาคิดว่า ไม่ใช่ความสัมพันธ์ระดับเพื่อน แต่เป็นความสัมพันธ์และการหยอกล้อของคู่รักแน่นอน เห็นแล้วรู้สึกอิจฉาพวกนั้นจัง

จะว่าไป ยูมะหันไปดูยุย  ตอนนี้ลมเริ่มพัดแรงขึ้น เธอไขว้แขนกอดอก

“…ยุย หนาวเหรอ”

“..เอ๋..อืม นิดหน่อยน่ะ”

“……”

…..เอาไงดีวะ ยูมะคิดไม่ตกแว่บหนึ่ง กุจะถอดเสื้อคลุมไหล่สาวด้วยท่าทางโคตรคูลแบบนาโกะ ก็เขินเกินไป แต่อย่างน้อยก็ต้องทำอะไรสักอย่างวะ

ยูมะถอดเสื้อนอกของตัวเอง ยื่นส่งให้ยุย  เธอชะงักเล็กน้อย มองเสื้อสลับกับหน้ายูมะ

“เอาไปสิ นี่ก็เสื้อขนสัตว์เหมือนกัน”

“ม..ไม่เป็นไร หนาวแค่นี้นิดหน่อยชั้นทนได้”

“เอาไปเหอะน่า เธอร่างกายอ่อนแอนะ ถ้าเป็นหวัดแล้วป่วยขึ้นมาจะงานเข้าเอา”

“…อืม”

ยุยรับเสื้อยูมะด้วยท่าทีเกรงใจ… เนื่องจากว่าส่วนสูงยุยเตี้ยกว่ายูมะพอควร เสื้อตัวนี้เลยมีขนาดใหญ่กว่ายยุย

“ยูมะ ถือกระเป๋าแปบนึงได้มั้ย”

“…อืม”

ยุยส่งกระเป๋าให้ยูมะ ก่อนจะสวมเสื้อคุลมของเขา เสื้อมีขนาดใหญ่จนคลุมแขนยุยมิด กระนั้นเธอก็รู้สึกดีมาก

“แหะแหะ เสื้อใหญ่จัง♥”

kamishiro yui vol 2 zuttomo

ยุยก็รุ้สึกดีใจมากจนแสดงออกทางสีหน้าเห็นได้ชัด 

ส่วนทางยูมะรู้สึกเขินกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป บอกตรงๆว่าถอดเสื้อให้เธอนี่ก็หนาวนิดๆนะ แต่เห็นเธอดีใจมันก็คุ้มค่าแล้ว

“….นาโกะ นายแม่งโคตรสุดยอดเลยว่ะ”

“ตะกี้นายว่าอะไรนะ”

“….เปล่าไม่มีอะไร”

**

หลังจากนั้น ทั้งสี่คนเดินกันไม่นานก็มาถึงบ้านนาโกะ 

“บ้านโคตรใหญ่?  ที่นี่ใช่บ้านนาโกะคุงจริงรึ”

บ้านนาโกะเป็นบ้านทรงญี่ปุ่น ใหญ่โตมาก บ่งบอกถึงความมีฐานะ ชนิดว่า คนภายนอกมามองว่า ต้องคิดแหละว่า บ้านใหญ่แบบนี้ ใครมันอาศัยอยู่กันนะ  ซึ่งสานตานาโกะก็ตอบคำถามชัดเจนว่า “นี่ล่ะบ้านชั้นเอง”

“นาโกะคุงเป็นมหาเศรษฐีเหรอ”

“…ก็ถือว่าพอมีพอกินระดับหนึ่งครับ”

“นาโกะคุง♥ชั้นตัดสินใจแล้วว่าจะเป็นภรรยาเธอให้ได้เลย♥”

“ผมก็ตั้งใจแบบนั้นแต่แรกอยู่แล้ว”

“…..ห๊ะ?”

“หือ? ถ้าผมจะตัดสินใจแล้วว่าจะคบใครสักคนเป็นแฟน ผมไม่พูดด้วยความรู้สึกขอไปที  ความสัมพันธ์ที่ก้าวข้ามจากเพื่อนเป็นแฟน ในอนาคตมันก็ต้องมองการณ์ไกลว่าจะแต่งงานอยู่แล้ว ถูกมั้ยล่ะ”

นานๆจะเห็นนาโกะหน้าแดงแป้ดสักที แต่ก็แค่แว่บเดียวแหละ หลังจากนั้นเจ้าตัวก็กลับมาหน้านิ่งเหมือนเดิม

“เอ่อ..ถูก..ค่ะ….ฝากตัวด้วยนะคะ” 

อาสึกะกล่าวพึมพำกับตัวเองเบาๆ

“…..นาโกะ กูยอมเมิงจริงๆว่ะ”

“ยอมเรื่อง?”

“อืม ช่างเถอะ รู้ว่านายแม่งสุดตรีนอะ”

***

หลังจากนั้นทั้งสี่คนเดินเข้ามาถึงห้องรับแขกสไตล์ญี่ปุ่น มีโต๊ะกลมตั้งอยู่กลางห้อง  ยุยกับยูมะหยิบขนมกับน้ำผลไม้มาวางบนโต๊ะ และสักพัก พิซซ่าที่นาโกะสั่งไว้ล่วงหน้าก็มาส่ง

เท่านี้ก็เริ่มเปิดงานปาร์ตี้ได้

“กินพิซซ่าในห้องสไลต์ญี่ปุ่นจ๋าแบบนี้รู้สึกขัดๆยังไงชอบกลนะ “

“ขัดแล้วไง ไม่สน กินกันเถอะจ้า ชั้นชอบพิซซ่าอยู่แล้ว จัดก่อนเลย ยุยเอาชิ้นไหนเหรอ”

“”..เอ่อแปบนะ หน้าท้อปปิ้งมันลานตามากเลือกไม่ถูก

พิซซ่าที่นาโกะสั่งเป็นพิซซ่าถาดใหญ่หน้าท้อปปิ้งสี่แบบ

“เลือกหน้าที่อยากทานเลยครับ เพราะว่านี่เป็นงานปาร์ตี้ต้อนรับเธอ”

“อืม”

ยุยหยิบพิซซ่าโรยหน้าชีสกับซาลาที่ด้วยท่าทีเงอะงะเล็กน้อย

“…เพิ่งเคยกินพิซซ่าครั้งแรกเหรอ”

“อืม เคยกินพิซซ่าโทสต์เมื่อตอนเด็กมาแล้ว แต่พิซซ่าหน้าตาแบบนี้เพิ่งเคยทานครั้งแรกน่ะ”

“ว้าว ถ้ายุยจังเพิ่งกินพิซซ่า งั้นต้องกินคู่กับเจ้านี่เลย น้ำอัดลมโค้กซ่าๆถึงจะเข้าสุดๆ มาเข้าร่วมแนวทางของปีศาจซะดีๆ”

“เดี๋ยวก็อ้วนหรอกครับ”

“หยุดเลยนะนาโกะคุง คำว่าอ้วนเป็นคำต้องห้ามของเด็กผู้หญิงนะ ผู้หญิงอย่างเราน่ะ มีศัตรูที่ต้องต่อสู้่ในชีวิตประจำวันรก็คือเครื่องชั่งน้ำหนักนี่แหละ”

“เอ่อ แต่ชั้นน่ะ กินเท่าไรก็ไม่อ้วนนะ”

“แงงงง ยุยจังคนหักหลัง “

อาสึสะแสร้งร้องไห้ ก่อนจะหัวเราะแจ่มใส  ยุยก็เริ่มทานพิซซ่า สำหรับเธอเพิ่งจะเคยกินครั้งแรก รสชาติพิซซ่าหน้าชีสมันอร่อยมาก

ยูมะเลือกพิซซ่าหน้าเบค่อน ส่วนอาสึกะกับนาโกะเลือกของใครของมันตามชอบ

“นี่นี่ นาโกะคุง นาโกะคุง ป้อนชั้นหน่อยสิ”

“”อาสึกะ ผมบอกหลายครั้งแล้วนะไม่ควรอ้อนต่อหน้าคน..เฮ้อ  ทานนี่สิ”

สรุปว่าอาสึกะทานพิซซ่าของนาโกะซะเกลี้ยง สีหน้าเธอราวกับเด็กซนที่พิชิตอะไรบางอย่างได้สำเร็จ  ปากเธอเคี้ยวพิซซ่าหยับๆ

“ให้มันได้อย่างนี้สิ”

“เอาน่าเอาน่า  นาโกะคุง อ้ามมม”

อาสึกะป้อนพิซซ่าของเธอให้นาโกะ  สีหน้าเขาดูนิ่ง แต่ก็ไม่ปฏิเสธ อ้าปากกัดพิซซ่าที่เธอป้อนให้คำหนึ่ง  หลังจากนั้นอาสึกะก็จัดการกินพิซซ่าชิ้นที่เธอป้อนให้นาโกะ

“แหะแหะ จูบทางอ้อมละนะ”

“ก็แค่พิซซ่านะครับ ไม่มีอะไรสักหน่อย”

ดูจากที่ทั้งสองคนป้อนให้กันและกันไม่มีท่าทีเคอะเขิน แสดงว่าทำกันบ่อยอยู่แล้ว  ยูมะกับยุยเห็นทั้งคู่แล้วนึกถึงตัวเอง

เป็นคนรักกัน จะป้อนกันและกันแบบนั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย แต่ว่าแค่เห็นเขาป้อนพิซซ่าแท้ๆ ทำไมถึงรู้สึกเขินและอายแทนพวกนั้นก็ไม่รู้

ยูมะหันมามองยุย พบว่าเธอจ้องมาที่พิซซ่าที่เขาถืออยู่

“..เธออยากทานเหรอ”

“เอ๊ะ..เอ่อ…อืม เห็นของยูมะน่าทานดี”

“…กินมั้ยล่ะ”

“….เอ๊ะ”

ยุยฟังจบหน้าแดงแป๊ด ก่อนจะรีบส่ายหน้า

ยูมะเห็นท่าทีของยุย เขาหยิบพิซซ่าจากถาดที่เหลือที่เป็นหน้าท้อปปิ้งแบบเดียวกับที่ยูมะทาน เอาใส่จานแบ่ง ส่งให้ยุย  

เธอรับจานพิซซ่ากล่าว

“…..ขอบคุณนะ”

ยูมะฟังจบ คิดในใว่า กุคงคิดไปเองมั้ง แต่น้ำเสียงของยุยมันดูเหมือนมีความเสียดายอะไรบางอย่าง  ไม่รู้เสียดายอะไร

อ่าน Zuttomo This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend 『ずっと友達でいてね』と言っていた女友達が友達じゃなくなるまで CH14-3 ปาร์ตี้ต้อนรับเพื่อนใหม่

หลังจากทานพิซซ่ากับขนมเสร็จ อาสึกะจะพูดถึงเรื่องเกมแกรนด์เกทว่าอยากเล่นด้วยกัน  ถามว่าจะเล่นอาชีพไพนดี นาโกะจะแนะนำว่าเล่นแอสซาซินเหมาะกับมือใหม่

 

พอถึงช่วงสอนกับสร้างตัวละคร ด้วยความที่มืถืออาสึกะจอเล็ก นาโกะเลยต้องนั่งใกล้อาสึกะและสอนไปด้วย หน้าทั้งสองคนเลยอยู่ใกล้กันมาก

 

(…ยัยอาสึกะนั่นตอนเข้ามาชิดเรานี่เข้มแข็งมาดแมนมาก พออยู่กับนาโกะแล้วทำระทวยเลยนะ)

ยูมะรู้สึกสนุกนิดๆขณะดูอาสึกะที่กำลังเขินเพราะหน้าของนาโกะใกล้หน้าเธอมาก อีกนิดเดียวก็หอมแก้มได้แล้ว

มิน่าล่ะ ตอนนี้เริ่มเข้าใจความรู้สึกเนเน่เวลาเห็นเรากับยุยเขินละ 

 

หลังจากสร้างตัวละครเสร็จ ยูมะ ยุย นาโกะ เข้าเกม 

อาสึกะถามว่า ทุกคนตอนนี้อยู่ตรงไหน 

ยูมะบอกว่าไปเจอกันตรงจุดรวมพล สังเกตดู จะเห็นตัวละครชื่อชวาร์สสวมเกราะอยู่แถวๆนั้น

 

“ชวาร์ส ชวาร์ส อยู่ไหนน้า อ้อ เจอละ”

ยูมะอยู่กับพวกยุยสามคน ตอนนี้เป็นหัวตี้  เขาเห็นตัวละครชื่อ อาสึกะ จึงส่งคำเชิญเข้าร่วมให้เธอ

 

“พอเห็นทุกคนในเกมแล้วรู้สึกแปลกไปอีกแบบเลยแฮะ อืม  ตัวละคร “ยูมะ” นี่ ก็คือสุงิซากิคุงสินะ เข้าใจง่ายมาก ส่วนตัวละครสวมเกราะหนักท่าทางบึกบึนที่ชื่อ” ชวาร์ส” นี่ก็เป็น นาโกะ ส่วนมิโกะหูจิ้งจอกส่ายหางไปมาที่ชื่อ “ทามาโมะ” เป็นยุยจังสินะ”

 

“เปล่าครับ ทามาโมะน่ะคือผม”

“เอ๊ะ?”

“ผมเล่นตัวละครชื่อทามาโมะ”

“เอ๋….”

อาสึกะเบิกตากว้างเมื่อฟังคำตอบนาโกะ

ตัวละครทามาโมะเป็นเด็กผู้หญิงมิโกะน่ารักหูจิ้งจอก แถมมีหางนุ่มๆส่ายไปมา ความน่ารักตัวละครกับคนควบคุมตัวละครดูแล้วไม่เข้ากันสุดๆ

“เอ่อ..นาโกะคุงคือทามาโมะจัง? เห ชอบใช้ตัวละครผู้หญิงเหรอ”

“เล่นเกมออนไลน์มันต้องอยู่กับหน้าจอไม่ต่ำกว่า100ชั่วโมง ให้มานั่งส่องตูดผู้ชายตอนสู้มันน่าเบื่อ  สู้ดูหางน้องจิ้งจอกส่ายหางดุ๊กดิ๊กยังดีกว่าร้อยเท่า เชื่อเหอะไม่ใช่ผมคนเดียวที่คิดแบบนี้”

 

“ง..งี้นี่เอง”

อาสึกะหัวเราะฝืนๆ แต่แล้วก็เหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้

“สรุปว่านาโกะคุงชอบผู้หญิงจริงๆใช่มั้ยนิ”

“นี่เธอคิดว่าผมเป็นคนยังไง”

“เปล่า เห็นปกติทำหน้านิ่งซะนึกว่าพุทธองค์กลับชาติมาเกิด  แต่ที่จริงเธอก็ยังสนใจเด็กผู้หญิงอยู่สินะ”

“ถ้าผมไม่สนผู้หญิงแล้วผมจะคบเธอเป็นแฟนได้ไงล่ะ”

“งืมมม งี้นี่เอง นาโกะคุงเป็นผู้ชายทั้งแท่งจริงด้วย♥”

 

อาสึกะกล่าวด้วยน้ำเสียงล้อเลียน  ปกติแล้วนาโกะมักจะแสดงบุคลิกหน้านิ่งไม่สนใจผู้หญิง แต่การที่ได้เห็นเขาเล่นเกมแล้วเลือกตัวละครผู้หญิง สำหรับอาสึกะถือว่านี่เป็นอีกด้านที่เธอไม่เคยเห็นของนาโกะเลยรู้สึกว่าน่าสนใจ

 

“น่าๆ จะว่าไปนาโกะคุงชอบผู้หญิงแนวไหนเหรอ”

นาโกะทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อย

“ก่อนอื่นเลย ผมชอบผู้หญิงร่าเริง ชอบผู้หญิงที่เป็นฝ่ายเดินหน้าเข้าหามากกว่ารอให้อีกฝั่งเข้าหาแทน”

อาสึกะคิดแปบนึง ก่อนจะหลุดยิ้มพยักหน้าเล็กน้อยดีใจ

“อืมอืม แล้วไงต่อ”

“ชอบผู้หญิงไว้ผมสั้น เมื่อก่อนก็เคยชอบคนผมยาวมากกว่า แต่เดี๋ยวนี้คิดว่าคนผมสั้นมีเสน่ห์น่าค้นหาไปอีกแบบ”

อาสึกะหัวเราะแหะๆ ใช้นิ้วม้วนผมตัวเอง

 

“แล้วมีอีกมั้ย”

“แล้วก็ชอบผู้หญิงมีหูสัตว์กับหาง อันนี้ขาดไม่ได้เลย”

“ห๊ะ”

อาสึกะมองหน้านาโกะสลับกับหน้าจอมือถือตัวเอง ดูตัวละครทามาโมะอย่างละเอียด

ตัวละครทามาโมะ ไว้ผมสั้น มีหูมีหาง กำลังเต้นอย่างร่าเริง 

“ที่พูดเมื่อกี้มันคือตัวละครในเกมนี่นา”

“อืม ก็ตัวละครในเกมไง”

“แงงงงงง ยุยจัง นาโกะนอกใจชั้นซะแล้ว”

อาสึสะแสร้งร้องไห้ กอดยุย ส่วนทางด้านยุยก็ไม่รู้จะปลอบยังไงเลยลูบหัวเธอ

หลังจากนั้นทั้งสี่คนเริ่มเล่นเกม รับเควส

 

*****ต่อจากนี้สรุปรวดรัดละกัน น้ำเยอะไปนิดนะครับผม 

 

 

ด้วยความที่อาสึกะเป็นมือใหม่แต่ดันไปเจอมอนระดับสูง แต่หลังๆ ยุยจะใช้ตัวละครช่วยซัพ อาสึกะเลยเอาชนะบอสได้สำเร็จ

พอล้มบอสได้ ทีนี้ก็เริ่มสนุก อาสึกะจะชวนไปล่าบอสอื่นต่อ ก็จะเล่นกันไปได้พักใหญ่เลยเริ่มเหนื่อยละ

 

 

ยุย กับ อาสึกะ เล่นเกมชนะ

“เฮ้อ พักสักแปบละกันเนอะ”

อาสึกะกล่าวจบ วางมือถือ หยิบน้ำอัดลมเทใส่แก้ว ยกกระดกหมดแก้ว

 

“นั่นสินะ พักกันก่อนก็ดี ใช้สายตามากเดี๋ยวล้าเกินครับ”

ยุยฟังนาโกะพูดจบ หันไปดูนาฬิกา ร้องเสียงหลง

“หวา เวลาผ่านไปเร็วป่านนี้เลยเหรอ”

“เวลาทำอะไรสนุกๆเวลามันก็ผ่านไปเร็วแบบนี้แหละเนอะ”

ยุยพยักหน้ากับคำพูดคำอาสึกะ เธอจ้องหน้าอาสึกะพักหนึ่ง ก่อนจะเผยรอยยิ้มดีใจ

“หือ ยุย เป็นอะไรไปเหรอ”

“เปล่า ไม่มีอะไร แค่รู้สึกดีที่ได้เล่นสนุกด้วยกัน”

ยุยตอบจบประโยค เผยรอยยิ้มน่ารักยิ่งกว่าเก่า แสดงว่าดีใจตามที่พูดจริงๆ 

ยูมะเห็นรอยยิ้มกับท่าทางชวนน่ารักของเธอ ปราฏกว่ารู้สึกตัวอีกที ตัวเองเผลอลูบหัวยุยไปซะแล้ว

“อืม…แหะแหะ.. ไม่ได้โดนยูมะลูบหัวแบบนี้มานานแล้วนะ”

“น..นั่นสินะ

เอ้า ลืมตัวไอ้สัส กะจะไม่ลูบหัวต่อหน้าธารกำนัล แต่เจอความน่ารักของเธอ สรุปกุหลุดซะงั้น

อาสึกะเห็นยูมะลูบหัว ตะลึงไปนิดหนึ่งก่อนจะเผยรอยยิ้ม

ยูมะเห็นรอยยิ้มอาสึกะก็คิดว่าเธอจะล้ออะไรเขารึเปล่า แต่ช่างแม่มครับ ไหนๆก็ลืมตัวลูบหัวไปแล้วก็ไหลยาวไปให้สุดละกัน

อาสึกะดูยูมะลูบหัวพักหนึ่ง เธอเดินไปนั่งบนตักนาโกะ

“…หนักนะครับ”

“โม่ ผู้หญิงเดินมานั่งตักแท้ๆ ไม่มีปฏิกริยาตอบสนองสักนิดเลยเหรอ”

อาสึกะกล่าวจบ เอาแก้มตัวเองซบไหล่ 

นาโกะมีสีหน้าลำบากใจเล็กน้อยกล่าว

“….เป็นผู้หญิงทำแบบนี้มันไม่ดีรู้รึเปล่าครับ”

“ไม่ดีตรงไหน เราเป็นคนรักกันนะ รังเกียจเหรอ ชั้นเห็นยุยกับยูมะแล้วอิจฉา อุตส่าคบเป็นแฟน แถมได้อยู่ด้วยกันกับนาโกะชั้นก็ดีใจ..แต่ดูแล้วเหมือนเราไม่ก้าวหน้าไปไหนเลย ขนาดใช้หน้าอกกอดเธอจากด้านหลัง เธอยังไม่มีปฏิกริยาเลย”

“เพิ่งรู้ว่าตอนเธอเอาหน้าอกแตะผม เธอคิดแบบนี้หรอกเหรอ”

“เอาจริงๆชั้นก็อายนะ แต่ว่านายน่ะใจดำที่สุด  เป็นคนรักกันแท้ๆน่าจะ….อ๊ะ เดี๋ยวนะ..ฟุเมี้ยว..”

จู่ๆอาสึกะก็ส่งเสียงน่ารักอ่อนระทวย เหตุผลเป็นเพระาว่า นาโกะจู่ๆกอดเธอจากข้างหลัง และไม่ได้กอดธรรมดา เขาใส่แรงในอ้อมแขนราวกับจะเผยความในใจจริงจังผ่านอ้อมกอด

 

“ด…เดี๋ยวสิ…นาโกะคุง”

อาสึกะตอนนี้สติแตกเรียบร้อยแล้ว

นาโกะเอนหน้า กล่าวกระซิบข้างหูอาสึกะอย่างอ่อนโยน

“ขอโทษด้วยนะครับที่การกระทำผมทำให้เธอคิดว่าผมใจดำ เพราะผมเพิ่งมีคนรักคือเธอเป็นคนแรกเลยทำตัวไม่ถูก หากมีสิ่งไหนที่ผมพลาด  โปรดยกโทษให้ผมด้วยนะครับ”

“อ…อืม”

“ผมขอพูดอะไรอย่างหนึ่งนะครับ ผมก็เป็นผู้ชายนะครับ ฉะนั้นผู้ชายจะอยากกอดผู้หญิงคนรักแน่นๆก็เป็นเรื่องปกติจริงมั้ยครับ”

อาสึกะเจอคำพูดของนาโกะเข้าไป ตอนนี้หน้าเธอแดงจนไม่รู้จะแดงยังไงละ

 

“ม่า แต่ดูเหมือนว่าผมแสดงออกน้อยไปมันก็คือเรื่องจริง ครั้งต่อไปถ้ามีอะไรให้บอกผมตรงๆได้เลยนะครับ”

“ข..เข้าใจแล้ว..เพราะฉะนั้นปล่อยชั้นเห้ออออ ถึงชั้นจะเป็นผู้หญิงสายรุกแต่เจอไม้นี้ชั้นยอมแล้ว อายสุดๆละเนี่ย”

“…….”

“ว่าไปทำไมครั้งนี้เธอถึงกอดชั้นแน่นไม่ปล่อยสักทีเนี่ย”

“ผมต้องกอดทดแทนส่วนที่เธอคิดว่าผมใจดำกับเธอมาตลอดไง”

“ง่า ก็ดีใจอยู่หรอกนะ แต่ไว้ทำแบบนี้ตอนอยู่ด้วยกันสองต่อสองเถอะน้า”

อาสึกะเริ่มเอะอะโวยวายบนตักนาโกะ  

 

ยูมะเห็นอาสึกะกับนาโกะในตอนนี้ นึกในใจเลยว่าเพื่อนทั้งสองคนนี่มันร้ายทั้งคู่เลยนี่หว่า  ใจหนึ่งก็หมั่นไส้แต่ว่า….เอาจริงๆ…เห็นแล้วรู้สึกอิจฉา ไม่ใช่อิจฉาธรรมดานะ โคตรอิจฉาเลย

ถ้าเราได้ทำแบบนี้กับคนรักบ้างล่ะก็… ยุยแสดงความรักกับเราแบบภาพตรงหน้าล่ะก็….

หลังจากคิดจบ ยูมะหันไปสบตายุย  เธอก็หันมาหาเขาพอดี สายตายูมะกับยุยประสานกัน ทั้งคู่เขินจัดรีบหันหน้าไปคนละทางทั้งคู่

“เธอเป็นอะไรรึเปล่า”

“ยูมะเองก็ไม่เป็นอะไรเนอะ…”

“เอ่อ…ก็นะ เอางี้ เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนคู่รัก เราสองคนออกไปข้างนอกกันสักแปบเหอะ”

“อืม ไปกันเหอะ”

“เดี๋ยวชั้นกับยุยออกไปข้างนอกแปบหนึ่งนะ พวกนายก็สวีทกันให้เต็มที่เลยละกัน”

“เอ๋ เดี๋ยวสิ  ยุยจัง สุงิซากิคุง อย่าเพิ่งไปน้าาาาาา”

ปากตะโกนบอกห้ามไป แต่ยูมะเดานิสัยออกว่า รู้ๆกันอยู่ จริงๆเธอคงอยากให้เราไปเร็วๆได้แล้ว แต่ต้องพูดเพราะกลบเกลื่อนความเขินนี่แหละ

 ทั้งสองคนอุตส่าคบเป็นแฟนกัน แต่นานๆจะได้สวีทสักที จะอยู่เป็น กอ ขอ คอ ทำไม  ปล่อยให้อยู่ด้วยกันสองคนนี่แหละ แล้วเดี๋ยวตอนหลังค่อยไปแซวเอาคืนดีกว่า

และแล้วยูมะกับยุยก็ออกไปจากห้องด้วยกันสองคน ทิ้งนาโกะกับอาสึกะอยู่ด้วยกันสองต่อสองตามลำพัง

 

*****

 

สรุปว่ายูมะกับยุยออกมานั่งตรงริมชานบ้านนาโกะ  มีที่นั่งทอดขา มองออกไปเห็นสวนหย่อมและทิวทัศน์ข้างนอก แม้ว่าอากาศนอกวันนี้จะเย็รกว่าปกติ แต่โชคดีว่าพระอาทิตย์ยังส่องลงมาชานบ้านพอดี ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อการนั่งเล่นชมวิวมาก

 

“…จะว่าไป ได้เห็นเพื่อนสนิทเล่นบทสวีทหวานแหววต่อหน้านี่ก็แอบเขินแทนเนอะ”

“….อืม  ตอนอยู่สถานี เห็นตอนนั้นก็ว่าเป็นคู่รักหวานแหววแล้วนะ ถึงนาโกะคุงกับเมงุจังจะดูนิ่งๆแต่จริงๆก็เขินด้วยกันทั้งคู่นะ”

“…หือ เห็นตอนไหนนิ”

“ตอนอยู่ด้วยกันนั่นแหละ สังเกตได้เลยว่าเมงุจังดูมีความสุขมากจนผิดสังเกตนั่นแหละ”

 ยุยกล่าวจบพลางส่งยิ้มให้ 

 

ก็นะ ไอ้เรื่องที่คู่นั้นซ่อนความเขินไว้ ทำไมเขาจะดูไม่ออกล่ะ

ปัญหาคือ ภาพในหัวที่ยูมะกำลังคิดตอนนี้คือ ยุยกำลังนั่งตรงชานบ้านก็จริง แต่ถ้าเปลี่ยนจากชานบ้าน มานั่งตักเราแทน มันจะเป็นไงบ้างนะ

ยุยจะมีพฤติกรรมแบบเดียวกับอาสึกะรึเปล่า 

 

“……อยากลองนั่งตักเลียนแบบคุ่นั้นมั้ย”

พอพูดจบ เพิ่งรู้สึกตัว ชิบหายละ ช่วงนี้เป็นห่าไร เก็บทรงในใจไว้ไม่อยู่ ต้องหลุดปากสิ่งที่คิดโดยไม่รู้ตัวทุกที  จะบอกว่าโดนบรรยากาศที่นาโกะกับอาสึกะสร้าง อารมณ์เลยพาไปงั้นเหรอถึงพูดในเรื่องที่ควรเก็บไว้ในใจออกไป

 

ยุยเบิกตากลมโต ตกใจกับสิ่งที่ยูมะเสนอ 

“เอ่อ….โทษทีนะ… ไม่มีอะไร ช่วยลืมสิ่งที่ชั้นพูดไปตะกี้ละกันนะ”

“..เอ๊ะ…เอ่อ…คือ…”

 

ยุยรีบดึงแขนเสื้อยูมะ ท่าทางเขินอาย แต่ก็รวบรวมความกล้าพูดออกไปว่า

“..อยากสิ”

 

 

 

 

 

อ่าน Zuttomo This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend 『ずっと友達でいてね』と言っていた女友達が友達じゃなくなるまで CH14-4 ปาร์ตี้ต้อนรับเพื่อนใหม่

คราวนี้ยูมะเป็นฝ่ายตะลึงตัวแข็งจนลืมหายใจซะเองเพราะไม่คาดฝันว่ายุยจะตอบตกลง

“ง..งั้นเริ่มกันเลยมั้ย”

“……อืม”

ยุยพยักหน้าเล็กน้อย

ยูมะหัวใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำ ความรู้สึกว่า เอาจริงเหรอวะ ดันมากกว่าความรู้สึกดีใจซะอีก

ยุยค่อยๆเดินมานั่งตักยูมะ 

“….อึ่ก”

เย้ดดด ไอ้นาโกะมันโดนผู้หญิงนั่งตักแล้วทำไมมันนิ่งได้วะ กูให้ยุยนั่งเองนี่เขินชิบหายเลย

ความรู้สึกอบอุ่น และน้ำหนักของขายุยที่ส่งผ่านมา ยูมะพยายามหักห้ามใจไม่คิดว่าก้นเธอกำลังสัมผัสตรงนั้้น ตอนนี้ตื่นเต้นจัดจนสมองแทบไม่ทำงาน

ทางด้านยุยก็ใช่ว่าจะนั่งแล้วไม่รู้สึกอะไร ถึงแม้จะมองไม่เห็นหน้าเธอ แต่บอกได้เลยว่าหน้าเธอแดงแน่ เพราะขนาดหลังคอเธอยังแดงเลย แถมมีอาการสั่นนิดๆด้วย ดูแล้วคงเขินมากๆแน่ แต่เธอก็ยังไม่ลุกจากตักยูมะ

ความรู้สึกของยูมะว่าอยากกอดยุยในฐานะต่างเพศเริ่มพลุ่งพล่าน เขาลองค่อยๆสอดมือกอดเธอจากด้านหลัง

รู้สึกได้ว่าเธอตัวเกร็งขึ้น แต่ก็ไม่ได้เผยความรู้สึกว่ารังเกียจอ้อมกอดเขา ก่อนจะค่อยๆผ่อนตัวตามสบายเล็กน้อย

เพราะเธอผ่อนคลายลง ยูมะเลยรู้สึกว่าถึงตอนนี้จะใจเต้นแรง แต่ก็เบาใจขึ้นมาหน่อยว่าไม่โดนรังเกียจชัวร์ เพราะเธอเชื่อใจเขา เธอถึงผ่อนคลาย  

สัมผัสจากอ้อมกอด รุ้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่านจากร่างกายยุย 

โรแมนติก มันโรแมนติกสุดๆเลย สุขจนหาใดจะเปรียบเลยครับ

“…..นี่ยุย”

“ฮิย้า”

“อ๊ะ เป็นอะไรรึ”

“อย่าเพิ่งไปถึงขั้นกระซิบข้างหูนะ แค่นี้ก็เขินสุดๆแล้ว”

“ข..เข้าใจแล้ว ขอโทษทีนะ”

“อืม..แล้วมีอะไรเหรอ”

ยูมะกลืนน้ำลายหนึ่งเอื้อก

“เธอ…รักชั้นในฐานะคนรักรึเปล่า”

จะบรรยากาศพาไป หรืออะไรก็ช่าง ถ้าจะถามก็ต้องถามตอนนี้แหละวะ 

เรื่องเรารักยุย อันนี้ไม่ต้องปฏิเสธละ เรารักในฐานะเสน่หาต่างเพศพร้อมเป็นแฟนแน่นอน

ทีนี้อยู่ที่ความรู้สึกแล้วว่ายุยรักเราในฐานะคนรัก หรือในฐานะเพื่อน หรือในฐานะพี่ชายน้องสาว 

ยูมะรวบรวมความกล้าลองถามไปแล้ว ทีนี้ก็อยู่ที่ยุยละว่าเธอจะตอบกลับมาว่ายังไง

ทางด้านยุยนั่งนิ่งตัวแข็งอยู่ประมาณ 10วินาที ดูเกร็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะตอบกลับมาว่า

“….ไม่ล่ะ ชั้นยังไม่มีความสนใจพัฒนาถึงจุดนั้น”

ยุยพูดจบ ส่ายศีรษะเล็กน้อย

“เพระว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ชั้นมีความสุขมากพอแล้วน่ะ”

“….งั้นเหรอ”

“…นี่ยูมะ”

“หือ?”

“ต่อจากนี้อยากให้เราเป็นเพื่อนกันตลอดไปนะ”

ยุย กับ ยูมะ นั่งตัก

“อืม ได้สิ”

หลังจากยูมะตอบกลับ ยุยถอนหายใจเล็กน้อย

(สรุปว่าแห้วแดกสินะ)

เอาตรงๆก็คิดว่า ก่อนจะสารภาพ ฟีลลิ่งบรรยากาศของเรากับยุยตอนนี้มันโคตรจะดีแท้ๆ 

แต่ก็นะ คำตอบของยุยว่าอยากจะเป็นเพื่อนตลอดไป ฟังดูแล้วมันก็มาจากใจจริงไม่ได้โกหกซะด้วยสิ

ยูมะถอนหายใจระบายความอึดอัด

(ช่างมันเหอะ ก็ตามนั้นแหละ…)

ถึงตอนนี้จะเสียใจจากคำตอบยุย แต่ในเมื่อมันเป็นความปรารถนาเธอ เขาก็มีหน้าที่ตอบสนองมันให้เต็มที่

“…กลับห้องกันมั้ย”

“…อืม”

ยูมะลูบหัวยุยก่อนจะคลายอ้อมกอด ก่อนหน้านี้ตอนลูบหัวยุยยังรู้สึกเขินอายแท้ๆ แต่พอเจอคำว่าเพื่อน..มันก็นะ ฟีลหวานในตัวมันหดไปเยอะแฮะ มันคือลูบหัวด้วยฟีลเพื่อนล้วนๆซะแล้ว

หลังจากนั้น ทั้งคู่เดินกลับไปยังห้องนาโกะกับอาสึกะ

จบ CH14-4

อ่าน Zuttomo This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend 『ずっと友達でいてね』と言っていた女友達が友達じゃなくなるまで CH14-5 ตอนเสริม ความสุขคือต้นเหตุ

“เธอ…รักชั้นในฐานะคนรักรึเปล่า”

ตอนเธอฟังคำพูดของยูมะจบ หัวใจเธอเต้นแรงสุดๆจนลืมหายใจ

อยากจะรักเขาในฐานะคนรัก อยากจะคบยูมะเป็นแฟน

อยากอยู่ใกล้ชิดมากกว่านี้ อยากจะบอกว่าเขาว่า ชั้นรักเขามากที่สุด

(ชั้นชอบยูมะเหมือนกันนะ)

ถ้าเธอแค่เอ่ยคำพูดนี้ตอบกลับไป  ความปรารถนาของเธอจะเป็นจริง ยุยอาจจะได้เป็นแฟนกับยูมะไปแล้วก็ได้

ยุยเกือบจะสารภาพออกไปแล้ว แต่ก่อนที่จะเอ่ยออกไป ความรู้สึกหนึ่งแว่บขึ้นมา

ชั้นกลัว

ตั้งแต่เกิดถึงมอต้น ยุยไม่เคยมีเพื่อนสักคน ร่างกายอ่อนแอแต่เด็ก แถมมีปัญหาเรื่องสีผมขาวจนแทบจะไม่ออกไปข้างนอก  ส่วนพ่อกับแม่เธอก็มีงานประจำ บ่อยครั้งที่เธอต้องอยู่บ้านตามลำพัง

ถึงกระนั้น ตอนนั้นก็ไม่รู้สึกเหงา เพราะชินแล้ว การอยู่คนเดียวเลยไม่เกิดปัญหาอะไร

…จนกระทั่งเริ่มเล่นเกมแล้วได้เจอยูมะ  ตั้งแต่นั้นพออยู่คนเดียว ความรู้สึกเหงาก็เริ่มเกาะกุมหัวใจ

ยุยเพิ่งจะมีคนที่เรียกว่าเพื่อนเป็นคนแรกคือยูมะ การเล่นเกมโดยไม่มียูมะเล่นด้วยมันไม่มีความสนุก  ช่วงเวลานอกเหนือจากเวลาที่ยูมะเรียน  ยุยมักจะนึกเสมอว่า ยูมะยังไม่รีบกลับจากโรงเรียนอีกเหรอ เค้าไม่อยากรีบล้อคอินมาเล่นเกมรึเปล่านะ

หลังจากนั้นเวลาผ่านไป พอได้เริ่มสนทนากันมากขึ้นเลยรู้ว่าเขาจะว่างเล่นวันเสาร์อาทิตย์ นั่นเป็นช่วงเวลาที่ยุยรอคอยตลอด

เอาจริงๆ เรื่องตัดสินใจว่าจะต่อมอปลายเริ่มไปโรงเรียน ยุยมีแต่ความคิดกังวลเต็มหัว ไปเรียนแล้วจะถูกหัวเราะเรื่องผมสีขาว หรืออาจจะเลวร้ายกว่านั้นคือตกเป็นเป้าหมายกลั่นแกล้งของพวกเด็กเลวก็ได้ 

แต่ว่าเธอก็ไม่อยากจะร้องไห้ต่อหน้าพ่อแม่และสารภาพความรู้สึกกังวลตอนนีัให้ฟังเพราะไม่อยากจะสร้างความกังวลให้พวกท่าน

ทว่าด้วยความกลัวและกังวลเรื่องโรงเรียน บางครั้งเธอก็แอบร้องไห้อยู่บนห้องตามลำพัง

แต่ว่า พอยูมะบอกว่า เขาเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกับที่ชั้นจะไปต่อมอปลาย  นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกขอบคุณต่อพระผู้เป็นเจ้า เนื่องจากนี่คือโอกาสอันดีที่พระเจ้ามอบให้เธอ

เพราะเหตุนี้ ยุยจึงรวบรวมความกล้า ถามเขาไปตอนนั้นว่า “อยากเจอยูมะในชีวิตจริง” ….

เรื่องที่ว่านิสัยเพื่อนในเน็ตกับชีวิตจริงอาจจะมีนิสัยแตกต่างกัน  หรือไปเจอแล้วอาจจะเจอเรื่องแย่ๆขึ้น ยุยก็รู้ดีและกังวลด้วย  แต่ว่าพอได้เจอตัวจริงยูมะแล้วรู้สึกดีใจมาก ยูมะกลายเป็นเพื่อนคนแรกของเธอ ตอนที่เขามาส่งชั้นแล้วกลับบ้าน ชั้นแทบจะร้องไห้ออกมา

หลังจากนั้นพวกเราก็ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน เพราะยูมะ ทำให้โรคสื่อสารไม่เก่งของชั้นดีขึ้น ชั้นมาเรียนมอปลาย ได้เจอเพื่อนใหม่ ทุกวันเต็มไปด้วยความสนุก และคาดหวังได้ว่าพรุ่งนี้ก็จะสนุกไม่ต่างกับวันนี้

ตอนนี้เธอพูดได้เต็มปากจากหัวใจว่านี่สินะสิ่งที่เรียกว่าความสุข 

เพราะฉะนั้น จะให้พัฒนาความสัมพันธ์ไปมันจะดีเหรอ ถ้าอยู่แบบนี้ต่อไปคงจะดีกว่า  มันดีกว่าแน่ๆ  ความคิดนี้แว่บมาในหัวตอนเธอจะสารภาพความรู้สึกที่แท้จริงออกไป 

จู่ๆก็กลัวมากว่าหากสารภาพแล้วความสุขที่เกิดขึ้นมันจะเปลี่ยนไป

ถ้าสารภาพไปแล้วถูกเขาปฏิเสธ ….ไม่สิ ถูกปฏิเสธยังจะดีกว่าด้วยซ้ำ ถึงตอนนั้นอาจจะแย่ แต่อย่างน้อยก็ยังกลับมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ไม่ยาก

กรณีเลวร้ายที่สุดคือหากคบยูมะเป็นแฟนแล้วรักเขาจืดจางลงจนต้องเลิกกันต่างหาก 

เพราะถ้าเป็นคนรักกัน ชั้นจะต้องอ้อนเขามากกว่าเดิม อยากอยู่ใกล้ชิดเขามากกว่านี้  แล้วพอใกล้ชิดกันมากเกินไป เขาก็อาจจะเบื่อชั้นในสักวันหนึ่งก็ได้

แน่นอนว่า นี่เป็นความคิดด้านลบสุดกู่ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีโอกาสเกิดขึ้นจริง 

….ถ้ายูมะเกลียด และทิ้งเธอไปโดยไม่ไยดี สุดท้ายต้องกลับไปชีวิตตามลำพังเหมือนเดิมอีกครั้งล่ะก็…

……ชั้นกลัวเหลือเกิน

เพราะได้รู้จักความสุขในทุกวัน  มันเลยยิ่งกลัวที่จะสูญเสียไปยิ่งกว่าเก่า

เพราะฉะนั้น ความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้มันดีแล้ว  ชั้นกลัวการเปลี่ยนแปลง ด้วยเหตุนี้ ชั้นจึงกล่าวคำพูดไปว่า “ต่อจากนี้อยากให้เราเป็นเพื่อนกันตลอดไปนะ”

****

จบCH14-5 

เว็บ บอลออนไลน์

สรุป

หากจะหาเว็บไซต์การพนันฟุตบอลชั้นนำที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นเว็บไซต์การพนันฟุตบอลชั้นนำ เว็บไซต์การพนันที่ไม่ใช่ของเอเจนซี่ และมาตรฐานคาสิโนระดับสากล ลองสมัคร เว็บบอลออนไลน์ กับเราสิ มี คืนค่าคอมมิชชั่น 0.5 บริการวีไอพีประทับใจแน่นอน 

Share this

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
สันทนาการ
สำหรับผู้ต้องการอ่านนิยายได้เงินล่าสุด ตามมาจากเฟส kurakon
อ่านก่อนใคร
5/5 - (21 votes)