Slotxo สล็อต xo เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

slotxo คือ เว็บสล็อตออนไลน์ เว็บตรง แตกง่าย  เกม  สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ ที่กำลังเป็นที่นิยมที่สุดในปี 2021  เพราะมีเกมมากมายหลายรูปแบบตามความชอบของผู้เล่น   สล็อตออนไลน์ สล็อตเว็บตรงฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ เป็นเกมที่ชื่นชอบมากของวัยรุ่น  เนื่องจาก สล็อตเป็นเกมที่เล่นง่าย  

หากเรารู้เคล็ดลับในการเล่นแล้ว   ท่านก็จะสามารถทำรายได้เสริมและยังเป็นเกมที่นักพนัน  ได้เปรียบเจ้ามือมากเลยทีเดียวมีการแจกเครดิตฟรี อยากทำให้แจ็กพ็อตแตกโชคก้อนใหญ่หล่นทับก็ทำได้

Table of Contents

เล่น สล็อต xo เว็บตรง ฝากถอนฉับไว ดูคลิปจบ20วินาที ทำเป็นทันที

ทำไมเราถึงต้องเล่นเว็บสล็อตแตกง่าย 2021   ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ  

  • รองรับทุกระบบมือถือ ที่ไหนก็เล่นได้
  • เรามีนโยบาย ความมั่นคง ปลอดภัย ตามแบบฉบับของเว็บพนันออนไลน์ที่มีมาตรฐานระดับโลก
  • ความสนุกสนานในตัวเกม เราคัดจากความนิยม  ณ ขณะนี้
  • เกมหลากหลาย  เรามีให้ท่านเล่นมากกว่า 500 เกม

เล่น สล็อตเว็บตรงฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ สมัคร slotxo กับที่นี่  ได้อะไร

  • ระบบถอนเงิน อัตโนมัติ รวดเร็ว ทันใจ เชื่อถือได้
  • เพียงแค่ 1 บาท ก็นำเงินเข้าระบบได้
  • เรามีทีมงานบริการท่านตลอด 24 ชั่วโมง
  • ไม่โกง ปลอดภัยสูง ยืนยันได้จากผู้เล่นมากกว่า 10,000 คนต่อวัน
  • เกมสล็อตออนไลน์  ออนไลน์มีให้เล่นมากกว่า 200 เกม
  • ระบบทำงานเซิฟเวอร์  ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย
  • สล็อตออนไลน์  เรามีโปรโมชั่นเครดิตฟรีแจกทุกวัน
  • เล่นที่ไหนก็ได้  เพียงแค่มีอินเตอร์เน็ต
สล็อต xo

สล็อตออนไลน์ คืออะไร

สล็อต เดิมทีเป็นเครื่องเล่นพนัน  ที่เป็นเครื่องเล่นสล็อตแบบแมชชีน โดยประกอบไปด้วย  วงล้อ จำนวน  3 วง หรือมากกว่า  

วงล้อจะเริ่มหมุนเมื่อผู้เล่นหยอดเหรียญหรือสอดธนบัตรเข้าไปแล้วกดปุ่ม 

 โดยในปัจจุบัน เครื่องสล็อตแมชชีนนั้น ไม่ค่อยเป็นที่นิยมแล้ว  เพราะได้ถูกพัฒนามาเป็นสล็อตออนไลน์แทน สล็อตเว็บตรงฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ สล็อต xo เครดิต ฟรี สมัคร slotxo

สล็อตแตกง่ายได้เงินจริง  slotxo เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์2021 ประกอบด้วย จำนวนวงล้อ 3 วงหรือมากกว่า ผู้คนสามารถเดิมพันได้ด้วยเงินตามจำนวนขั้นต่ำของตัวเกมส์  

หรือมากกว่าก็ได้  หลังจากเริ่มกดปุ่ม  ตัวเกมจะทำการหมุนไปเรื่อย ๆ จากนั้นจะคิดคะแนนจากสัญลักษณ์ที่ขึ้นอยู่บนจอเมื่อวงล้อหยุดหมุน

วิธีการเล่นสล็อตออนไลน์

สำหรับวิธีการเล่น สล็อตแตกง่ายออนไลน์ เว็บตรงได้เงินจริง เพียงแค่กดปุ่ม สปิน  วงล้อจะเริ่มทำการหมุนไปเรื่อย ๆ  

แล้ววงล้อจะหยุดหมุนเองโดยอัตโนมัติ  หรือว่าจะเลือกการกดแบบ  ออโต้สปิน  ที่คุณไม่ต้องกดด้วยตัวเอง  วงล้อจะทำการหมุนเองไปเรื่อย ๆ จนกว่าคุณจะกดให้หมุนหยุดหมุนเอง

ดาวน์โหลด slotxo เทคนิคการเล่น SLOT  ให้ได้เงิน

การเล่นสล็อตออนไลน์นั้น สล็อตฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ เป็นการเล่นเกมพนันที่ง่ายมาก และมีคนจำนวนไม่น้อยที่สามารถทำเงินได้จาก   ซึ่งผู้เล่นหลายคนอาจคิดว่าพวกเขาเหล่านั้นมีโชคที่ดี

แต่  ความเป็นจริงแล้ว  การเล่นสล็อตให้ได้เงิน  สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์   นั้นไม่ได้อาศัยโชคเพียงอย่างเดียว  ทางเข้า slotxo คลิกที่นี่

เพราะมีเทคนิคที่สามารถเล่นสล็อต  เพื่อทำเงินอยู่ด้วยกัน  หลายวิธีดังต่อไปนี้

  1. หลีกเลี่ยงการหมุนสล็อตโดยการใช้  ออโต้สปิน  เพราะระบบนี้  เป็นการสั่งให้หมุนวงล้อ โดยอัตโนมัติซึ่งเป็นการส่งจากระบบ  ควรเลือกที่จะกดปุ่ม  สปิน เองเพราะจะเป็นการรีเซ็ต  ระบบการคำนวณของเครื่องที่ทำให้คุณมีโอกาสในการได้รางวัลแจ็คพ็อตมากขึ้น
  2. เลือกเล่นเครื่องที่มีรางวัลน้อย ๆ จะมีโอกาสได้รางวัลมากกว่า  เครื่องที่มีรางวัลแจ็คพ็อตสูง  ๆ
  3. เริ่มต้นลงเดิมพันในจำนวนเงินเท่า ๆ กันก่อน  เมื่อเล่นติดต่อกันไปสักพักและเห็นว่ามีโอกาสูงที่รางวัลแจ็คพ็อตจะออก  ก็ค่อยเพิ่มวงเงินพนันลงไป  เพื่อให้มีโอกาสคืนทุนและได้กำไรมากขึ้น
  4. เลือกเล่นเกมที่มีรางวัลแจ็คพ็อตออกบ่อย  ๆ ผู้เล่นที่เล่นเป็นประจำจะเรียนรู้ว่าเกมไหนที่รางวัลออกง่าย แจ็คพ็อตแตกง่าย  ก็ให้เลือกเล่นเกมนั้น
  5. หากว่าเกมไหนที่รางวัลแจ็คพ็อตออกไปแล้ว  ให้เปลี่ยนไปเล่นเกมอื่นสักพักหนึ่งก่อนที่จะกลับมาเล่นเกมเดิม  เพื่อให้ระบบได้มีโอกาสรีเซ็ต

ข้อดีของการเล่นเกมสล็อต

  1. เกมเล่นง่าย  หน้าตาสวยงาม น่าเล่น ภาพและเสียงสมจริง ได้อารมณ์ของสล็อตแท้ ๆ
  2. มีเกมใหม่อย่างต่อเนื่องเล่นไม่เบื่อ
  3. เล่นได้ทั้งบนมือถือและคอมพิวเตอร์
  4. เติมเงินแค่ 1 บาท ก็เล่นได้เลย
  5. ระบบฝากถอน  เป็นระบบอัตโนมัติ ทำรายการภายใน 20 วินาที เร็วกว่าดีกว่า
  6. สมาชิกเก่า มีโบนัสให้ตลอดทั้งวัน
  7. บริการช่วยเหลือ ให้บริการข้อมูลด้านต่าง ๆ ตลอด 24 ชั่วโมง
  8. โบนัสของเกมนี้แตกง่ายทุกเกม
  9. เล่นเกมแล้วหลุดระหว่างได้รับโบนัส ระบบจะนำกลับมายังเกมโบนัสอีกครั้ง
  10. ให้บริการมาอย่างยาวนาน มั่นใจ เชื่อถือได้
เล่น slotxo

เต็มอิ่มทุกการเล่นที่สมบูรณ์แบบกับเว็บเราเพราะมีเกมอื่นเช่น pg slot

สนุกกับเกมส์ต่าง ๆ มากมาย  จากเราถูกใจคอสล็อตออนไลน์  แบบเต็ม ๆ สีสันใหม่  อัพเกรดเกมใหม่ ๆ เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง เล่นสนุกจากทุกที่ทุกเวลา

 เล่นผ่านมือถือได้ง่าย ๆ  ลุ้นโบนัสแจ็คพ็อตใหญ่  ที่แตกบ่อย  แตกง่าย  สมจริงกับภาพและเสียง  ที่จัดเต็ม  อลังการ  จะเล่นผ่านหน้าเว็บ หรือผ่านแอพพลิเคชั่น  ก็สนุกได้  

พบกับเกมหลากหลาย  ใหม่ล่าสุด  กับสล็อตบิงโก และเกมยิงปลา มาใหม่มากมาย ทำเงินจริง เล่นได้  รับเงินไปเลย

สล็อตความบันเทิงรูปแบบใหม่บนมือถือ

เปลี่ยนมือถือที่มีแต่เกมที่เล่นสนุกเพียงอย่างเดียว  เพราะตอนนี้มี SLOT XO  ทั้งสนุกและยังได้เงินคืนกลับด้วย  กระแสเกมสล็อตในปัจจุบัน  กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เกมทำเงิน  

ที่สามารถทำเงินได้ง่าย  พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ  ต่าง ๆ มากมายจากเรา  ให้คุณได้เล่น ลุ้น  รับ โบนัสที่ให้รางวัลสูงที่สุด ได้ง่ายมากที่สุด

เราเปิดให้บริการอย่างยาวนาน  และยังคงพัฒนารูปแบบของเกมสล็อตต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง  

มีเกมยอดฮิตมากมาย  ที่ถูกนำไปรีวิวในยูทูป  และโซเชียลมีเดียอื่น ๆ มากมาย  

รวมทั้ง  เกมเมอร์หลายคน  ก็นิยมที่จะเล่น  เพื่อทดสอบว่าเกมของเรานั้น  ทำเงินได้จริงหรือไม่  มีการบริการ การเติมเงิน การถอนเงิน เป็นอย่างไร  เป็นตัวเกมที่เล่นได้จริงหรือไม่  ทั้งหมด   

ล้วนแต่ถูกทดสอบแล้วทั้งหมด  จากเหล่านักเล่นเกม  นักสตรีมเกม ว่าเล่นแล้ว ได้เงินจริง  ใช้หน่วยเงินในการเล่นสล็อตด้วยสกุลเงินไทย  และตัวเกม  ไม่มีการแปลงสกุลเงิน ให้เทียบกับเงินดอลล่าห์  

ภายในเกม  เราจะเห็นสกุลเงินบาททั้งหมด  โดยไม่มีการแปลงเป็นหน่วยที่ลดลง  ลดความสับสน  เกมดีไซน์มาใหม่ทั้งหมด  

สอบถามเจ้าหน้าที่ของเราได้  ตลอดทุกช่วงเวลา อย่าพลาดกับการเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิก  ที่ทำเงินจากเกมของเรา

 

SLOT  ONLINE ค่ายใหญ่รองรับทุกระบบ ฟังก์ชันใหม่

SLOT ONLINE  เว็บตรงสล็อตxo ค่ายใหญ่  รองรับกรเข้าใช้งานทุกระบบ  เล่นได้สะดวก  บนมือถือ  แท็ปเล็ต  คอมพีซี หรือโน๊ตบุ๊ค  พกพาสะดวก  รองรับระบบ true wallet เล่นแล้ว ได้ เงิน จริง

 เข้าใช้งานง่าย รองรับสัญญาณโทรศัพท์ 3G  4G  5G  เกม SLOT ONLINE  รูปแบบใหม่  อัพเดทล่าสุด  ใช้งานทุกระบบปฏิบัติการ  แอนดรอยด์  และ ไอโอเอส วางเดิมพันได้เหมือนกัน  ทุกแพลตฟอร์ม  

ดาวน์โหลดสล็อตแอพสล็อต  หรือ  ไม่ดาวน์โหลดก็เล่นได้  เพียงแค่สมคร  ล็อคอินเข้าสู่ระบบ  รับโบนัส  เล่นได้เลยทันที  เว็บรองรับภาษาไทย ใช้งานง่าย  ทันสมัย  ให้บริการเกม สล็อต ทุกรูปแบบ  สล็อตเอ็กซ์โอ  โมบาย  เว็บสล็อตคุณภาพดี

SLOT XO ฝากถอนง่าย  ผ่านระบบออโต้ จ่ายจริงไม่โกง

SLOT XO  มีความโดดเด่น  ทางด้านความทันสมัย  มีการพัฒนาออกแบบระบบ  ให้ใช้งานได้จริง ได้เร็ว  ทำรายการฝาก รายการถอน ได้อย่างรวดเร็วด้วยตนเองเหมือนเว็บ naza789  

ฝากปุ๊บเงินเข้าระบบเกม  สล็อต เอ็กซ์โอ  ทันที  แจ้งถอนเงินก็ทำง่ายเงินเด้งเข้าบัญชี  ไม่กี่วินาที  ด้วยเหตุผลนี้ที่ทำให้มีตนเข้ามา  ใช้บริการที่เว็บไซต์  AUTO  ของเราเพิ่มมากขึ้นทุกวัน 

สล็อต  แตกง่าย  เว็บสล็อตxo ได้จริงเงินเข้าชัวร์  นอกจากฝากถอนผ่านระบบอัตโนมัติแล้ว  เรายังมีบริการคู่มือใช้งานระบบอัตโนมัติ 

ไม่ว่าจะเป็นสมัครสมาชิก  กดรับโปรโมชั่น กดรับโบนัส สามารถทำได้เองผ่านทาง  ระบบสล็อตออโต้  ไม่ต้องแจ้งแอดมิน  ก็ทำได้  สะดวกสบาย  ใช้งานคล่อง

GAME  SLOTXO เกมสล็อตออนไลน์  รูปแบบใหม่ จัดไปขำๆ ไม่มี ขั้น ต่ำ 100 บาท

\เป็นเกมที่อยู่คู่กับคนทั่วโลกเลยก็ว่าได้  ซึ่งพัฒนามากตู้สล็อต  ที่ใช้วิธีการโยกคันโยก  แต่ในยุคปัจจุบัน ได้มีนักพัฒนาเกมสล็อต  ให้อยู่ในรูปแบบ  เกมออนไลน์  หรือเรียกว่า  เกมสล็อตออนไลน์

  เกมรูปแบบใหม่ ที่ทันสมัย ทำเงินได้จริง  เล่นได้ทุกที่ทุกเวลา  ไม่ต้องเดินทางอีกต่อไป  เพื่อตอบโจทย์ และตอบสนอง  ความต้องการให้กับผู้เล่นได้อย่างเต็มี่  สล็อตออนไลน์  เกมทำเงินรูปแบบใหม่ล่าสุด

SLOT XO สล็อตออนไลน์แจกฟรีเครดิต  โบนัส 100%

SLOT XO  สล็อตออนไลน์ฟรีเครดิต  ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่  นักเดิมพัน  ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ของฟรีมีอยู่จริง  เว็บสล็อตใจปล้ำ  แจกไม่อั้น

ตั้งแต่  สมัครสมาชิกใหม่ สล็อตxoเว็บตรง ครั้งแรก  รับเลยทันที  ของสมนาคุณคุ้มค่าเกินราคาจ่าย สมาชิกเก่าไม่ต้องน้อยใจ  เราจัดโปรโมชั่น  เพื่อให้นักเดิมพัน  นำไปต่อยอดทุกช่วงเวลา 

สามารถติดตามโปรโมชั่นได้ที่  โปรโมชั่นสล็อต  หน้าเว็บไซต์  หรือสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ทุกเวลา  เล่นสล็อต เอ็กซ์โอ  

มือถือทำเงินได้ง่าย  มีฟีเจอร์เกมสล็อต  ให้เลือกเล่นมากมาย  หลากหลายรูปแบบทั้ง  ฟรีสปิน  สปินฟรี  โบนัส แจ็คพ็อต สล็อต เอ็กซ์โอ  แจกจริง ยิ่งเลน ยิ่งสนุก  ปรับเงินเดิมพัน ขึ้นหรือลง  ทำได้  ไม่มีข้อมูล

เกมสล็อต  เล่นง่าย ลงทุนน้อย เล่น 10 อาจได้กำไร 500 บาท

 

xo สล็อต เกมสล็อต เว็บสล็อต xo ทำเงินยอดฮิต จากค่ายเกม SLOT XO  ใช้ทุน  แต่ทำกำไรได้เยอะ  มีเงินเดิมพันน้อย  เรามีตัวช่วย แจกโบนัสฟรี  ตั้งแต่ฝากเงินครั้งแรก  เพื่อให้นักเดิมพัน มีเงินทุนเพิ่ม  พร้อมซัพพอร์ต  

นักเดิมพันทุกท่าน  เกมสล็อตออนไลน์  ที่เราได้เลือกมานั้นเป็ฯเกม  ที่มีแต่คนมารีวิวว่าเล่นได้เงินเร็ว   มีอัตราการจ่ายสูง  

เริ่มต้นเดิมพันเพียงแค่ 0.50 สตางค์ เท่านั้น ฝากครั้งแรกเพียง 50 บาท ก็สามารถทำเงินได้ถึงหลักหมื่น  

หากใครที่ยังไม่มี  วิธีเล่นสล็อต หรือ เทคนิคเอาชนะสล็อต  หรือ เทคนิค  เอาชนะสล็อต  ไม่ต้องกังวล 

เราได้จัดเตรียม  บทความเกี่ยวกับสล็อต หรือคู่มือการเอาชนะ  เกมสล็อตออนไลน์  มาไว้แล้วที่หน้าบทความ  ลงทุนน้อย  ลงทุนเยอะ  ก็ทำเงินได้ไม่อั้น แจ็คพ็อตแตกทุกเกม  แน่นอน

บทความสล็อต  แนะนำวิธีเอาชนะเกมสล็อต  

สมัคร สล็อต xo เว็บตรง ไม่ผ่านเอเย่นต์ สล็อต  เกมออนไลน์รูปแบบใหม่  ที่กำลังมาแรง  หลายคนมองว่าเป็นเกมที่เล่นง่าย  แค่กดก็ได้เงิน  

แต่ความจริงแล้ว  ไม่ว่าจะเป็นเกมออนไลน์  ประเภทไหน ก็ควรที่จะศึกษาเกี่ยวกับเกมให้ดี  เรียนรู้ เทคนิคการเล่น  สูตรลัด วิธีการเล่น กฎกติกาให้ดี ยิ่งถ้าเป็นเกมที่ใช้เงินลงทุน จะน้อยจะมาก  ก็ต้องทำให้ได้กำไร 

 ดังนั้นวันนี้เรา  จึงได้รวมเรื่องราว  เนื้อหาเกี่ยวกับเกม  สล็อต  มาให้นักเดิมพันได้อัพเดท  ข้อมูล มาหาข้อมูลใหม่ ๆ ไปใช้ในการเล่นเกมสล็อตออนไลน์  

ขั้นตอน การสมัครสล็อต rocket789 ง่ายมาก แจ้ง call center อำนวยความสะดวก

ตอนนี้คุณมีข้อมูลอัดแน่นเต็มสูบแล้ว จะหาเว็บที่มี เกมสล็อตแตกง่าย  คุณลองสมัครเว็บพนันออนไลน์กับเราสิ

สมัครสล็อต slotxo เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ กับ rocket789  มีขั้นตอนสะดวกรวดเร็ว กรอกรายละเอียดแค่ 3 วิธีดังต่อไปนี้

1.คลิกปุ่มสมัครสมาชิก หรือคลิก ลิ้งนี้

2.ทักแชท พิมพ์ สมัครสมาชิก จะมีเจ้าหน้าที่บริการตอบคำถาม

3.ฝากเงินเข้าบัญชีที่เจ้าหน้าที่พิมพ์แจ้ง จากนั้นเจ้าหน้าที่จะส่งลิ้งช่องทางเล่น หรือเอาจจะรีเควสกับเจ้าหน้าที่ว่า จะเล่นเกมสล็อต เจ้าหน้าที่จะส่งวิธีเข้าเล่นมาให้

5 ข้อดีของการเล่นเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ slotxo ฟรีเครดิต

  1. เว็บท์เราคือผู้ให้บริการโดดเด่นด้านความรวดเร็ว  ฝากไวถอนก็ไวใน 30 วินาที
  2. เว็บท์เราคือผู้ให้บริการ เดิมพัน ฝาก ถอน ไม่มีขั้นต่ำ ผ่านทางธนาคาร หรือ ทรูวอลเลท
  3. เว็บท์เราคือผู้ให้บริการ ที่นักแทงสามารถเดิมพันเกมอื่นๆได้หมด เช่น  สล็อต บาคาร่า แทงบอล สามารถเล่นได้ทุกที่ 24 ชม
  4. เว็บท์เราคือเป็นเว็บที่มีโปรโมชั่นเครดิตเพิ่มฟรีและกิจกรรมดีๆมากมาย 
  5. นักแทงหลายหมื่นเล่นได้จริงกับเว็บท์เรา เล่นหมื่นคนถอนได้หมื่นคนก็ถอนได้จริงไม่มีตุกติก

เล่นกับเว็บไซต์ของเราสิครับ เราเป็นเว็บพนันออนไลน์ เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

เว็บพนันออนไลน์เว็บท์เราคือผู้ให้บริการรวมถึงได้รับเงินทุนช่วยเหลือเกื้อหนุนโดยรองกรรมการผู้บริหารของ naza798.COM  

นักแทงทุกท่านจึงเชื่อมั่นได้เพราะเว็บท์เราคือผู้ให้บริการเว็บพนันออนไลน์แห่งแรก ที่เหล่านักแทงทุกท่านใช้บริการมากที่สุด 

รองกรรมการผู้บริหารของเว็บท์เรา มีเงินหนามากพอจะรับเดิมพันคาสิโนทุกเกม และ กีฬาออนไลน์ทุกอย่างที่เดิมพันได้

ผู้แทงทุกท่านไม่ว่าจะเป็นใคร หน้าใหม่ หรือเป็น นักเล่นหน้าเก่า ล้วนแต่ชอบเว็บเรา

 เพราะเว็บท์เราคำนึงถึงรูปแบบการเล่นเข้าใจได้ง่าย ผู้แทงทุกท่านสามารถเล่นผ่านมือถือ ได้ทุกระบบทุกแพลตฟอร์ม 

เล่นกับเว็บท์ของเราเราคุ้มกว่าเล่นข้างนอก เพราะโปรโมชั่นของเราเหนือกว่าการแทงข้างนอกแน่นอน

**แหล่งข้อมูลอ้างอิงต่างชาติ netkeiba.com

***แหล่งข้อมูลอ้างอิงไทย nekopost.net

เรามีเกมและสูตรต่างๆอีกเพียบ สนใจคลิกเลย

อ่าน Otonari Asobi 迷子になっていた幼女を助けたら、お隣に住む美少女留学生が家に遊びに来るようになった件について แปลไทย  CH1-5 สาวน้อยผมเงินนักเรียนต่างประเทศแสนน่ารัก

สรุปว่าด้วยความกังวลเรื่องกลิ่นเหงื่อ ชาร์ล็อตจึงแยกห่างจากอากิฮิโตะ ต่างคนต่างไม่กล้าสบตา ส่วนน้องเอมม่าก็เริ่มผล็อยหลับไปแล้ว

ทีนี้พออากิฮิโตะจะเริ่มทำลายบรรยากาศตรงนี้ก็พยายามจะเอ่ยปากสนทนา แต่ชาร์ล็อตก็เอ่ยเหมือนกัน กลายเป็นว่าต่างคนต่างบอกว่า ขอฟังอีกฝ่ายพูดก่อน สรุปอากิฮิโตะเปิดด้วยคำถามง่อยๆว่า ชินกับคลาสแล้วรึยัง คำตอบของชาร์ล็อตคือ เพิ่งย้ายมาเลยยังไม่ชิน ซึ่งก็แน่นอนอยู่แล้วว่า คนเพิ่งย้ายมาเรียนวันแรก ใครมันจะไปชิน

ในขณะที่พระเอกบ่นกับตัวเองว่ากุถามอะไรโง่ๆไปได้ไงวะ ชาร์ล็อตเอ่ยปากกล่าว
“วันนี้ขอบคุณมากนะคะ”

ผมคิดว่าคำขอบคุณอันนี้คือพูดถึงเรื่องเอมม่าจึงตอบไปว่า
“ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ ที่ช่วยเอมม่ามันคือเรื่องบังเอิญ และคุณก็พูดขอบคุณผมไปก่อนหน้าแล้ว”
“เปล่า อันนี้ไม่ใช่คำขอบคุณเรื่องเอมม่าแต่เป็นเรื่องของตัวชั้นเอง”

สิ่งที่เธอกล่าวถึงคือเรื่องที่อากิฮิโตะรับบทเป็นตัวร้ายในห้อง พูดตัดบทคนในชั้นเรียนเรื่อง ชวนชาร์ล็อตไปงานเลี้ยงต้อนรับ

“ตอนที่ถูกชวนไปงานเลี้ยงต้อนรับกัน ชั้นดีใจมาก แต่ว่าเอมม่ารอชั้นอยู่ที่ห้องตามลำพัง และถ้าพาเธอมาในงานเลี้ยงต้อนรับที่มีแต่คนพูดภาษาญี่ปุ่น เกรงว่าน้องคงจะกลัวมาก ก็เลยอยากจะปฏิเสธแต่ก็ไม่กล้าพูด จนอาโอยางิคุงออกหน้ารับบทตัวร้ายแทน ชั้นต้องขอโทษเธอในเรื่องนี้จริงๆ”

ชาร์ล็อตกล่าวจบ โค้งคำนับให้แก่อาโอยางิ

ส่วนตัวอากิฮิโตะ ที่ทำไปก็แค่ทำตามใจเท่านั้น แต่ไม่นึกว่าชาร์ล็อตจะรู้สึกรับผิดชอบในสิ่งที่อากิฮิโตะทำ เขาจึงกล่าว
“ไม่ต้องใส่ใจเรื่องนั้นหรอกครับ ก็แค่ฟีลลิ่งผมอยากทำอะไรผมก็ทำเลย ถ้าคุณรู้สึกผิดกับเรื่องนี้ กลายเป็นว่าตัวผมจะหนักใจมากกว่าอีก”

“….อาโอยางิคุงเป็นคนอ่อนโยนจริงด้วย เข้าใจละ ชั้นจะไม่เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจนะ แต่เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน เธอก็ต้องให้ชั้นทำอะไรสักอย่างเพื่อตอบแทนเรื่องนี้นะ”

ชาร์ล็อตหัวเราะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน สำหรับอากิฮิโตะที่ใช้ชีวิตมาโดยแทบไม่เจอคนซาบซึ้งในสิ่งที่เขาทำ เล่นเอาอากิฮิโตะคิดว่าเธอเป็นนางฟ้า ที่เปล่งประกาย จนเขาเขิน ไม่กล้าสบตา

หลังจากคุยกันได้สักพัก อากิฮิโตะเดินทางกลับมาถึงแมนชั่นที่พักตัวเอง
“..เอ่อ.. พวกคุณชาร์ล็อตจะเข้าไปด้วยรึครับ”
“ใช่ค่ะ”

พอฟังคำตอบ อากิฮิโตะก็งง ทำไมชาร์ล็อตถึงหัวเราะและจะเข้าไปแมนชั่นด้วยกัน หรือนี่คือความเฟรนด์ลี่สไตล์ชาวต่างชาติ แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็เดินเข้าตึกไปด้วยกัน โดยอากิฮิโตะนำหน้าไปก่อนขึ้นบันไดไปชั้นสามและชาร์ล็อตตามมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“ที่นี่คือห้องผมนะครับ”
“ค่ะ อ้อ ช่วยรอสักครู่นะ ขอหยิบกุญแจเปิดห้องก่อน”

เปิดห้อง? นี่มันเรื่องอะไรกัน จะว่าไป ทำไมเธอถึงมีกุญแจแมนชั่นด้วยล่ะ

ชาร์ล็อตไขกุญแจห้องเปิดห้องติดกับห้องอากิฮิโตะ หันมากล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ฮะฮะ ที่จริงแล้วชั้นพักอาศัยอยู่ข้างห้องของอากิฮิโตะค่ะ”

อากิฮิโตะนึกออกถึงคำพูดของอาจารย์มิยุที่บอกว่า ให้กลับไปบ้านด้วยกันแล้วเดี๋ยวจะมีเรื่องสนุกแน่ ที่่แท้คือเรื่องนี้นี่เอง

จบ chapter 1 พรุ่งนี้มาต่อ chap2นะครับผม (เรื่องนี้มี 5 chapter นะครับ)

อ่าน Otonari Asobi 迷子になっていた幼女を助けたら、お隣に住む美少女留学生が家に遊びに来るようになった件について แปลไทย ch4-8 สิ่งโปรดปรานของเธอ

 
ด้วยความที่ชาร์ล็อตนั่งตักผม กลิ่นกายและเส้นผมของเธอลอยแตะจมูก เล่นเอาผมรู้สึกใจเต้นไม่เป็นส่ำ อีแบบนี้จะมีสมาธิกับการ์ตูนได้ไงฟะ
 
“ตื่นเต้นจังเลยนะคะ”
ชาร์ล็อตเองก็ประหม่าไม่ต่างกัน เธอพึมพำกับตัวเอง
 
 
ไอ้ตอนยื่นข้อเสนอ ผมก็ไม่นึกว่าพอทำจริง มันจะตื่นเต้นยิ่งกว่าที่คิดไว้อีก
“เอ่อ งั้นเรามาเริ่มอ่าน..”
“กรี๊ด”
ขณะผมพลิกหน้ากระดาษพร้อมเริ่มอ่านหนังสือ ชาร์ล็อตส่งเสียงกรีดร้องเบาๆให้ผมได้ ถึงเสียงจะไม่ดัง แต่ก็ทำให้ผมสะดุ้งตกใจ
 
“เอ่อ คือว่า…”
ปฏิกริยาตอบสนองของชาร์ล็อตในตอนนี้คือ เธอมีน้ำตาคลอเบ้าเล็กน้อย ท่าทีเขินอาย สบตาผม จากนั้นทำท่าเหมือนจะเอ่ยปากกล่าวบางอย่าง แล้วก็เงียบต่อ แต่ดูเหมือนว่าสุดท้ายเจ้าตัวจะนึกไม่ออกว่าจะทำไงดี สุดท้ายก็เอ่ยปากพลางหลบสายตาผม
“ขอโทษนะจ๊ะ คือว่าพอลมหายใจเธอโดนหู มันสยิว พอจะออกห่างนิดหนึ่งได้มั้ย”
“……”
ชาร์ล็อตตอนนี้หน้าแดงเป็นลูกตำลึง กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่น ส่วนผมที่ฟังคำพูดของเธอนี่ก็สตันกึกสมองหยุดทำงานชั่วขณะ ความน่ารักแบบธรรมชาติของเธอเล่นงานซะผมไม่ทันตั้งตัวเลย
 
“เอ่อคือว่า …ตรงหูชั้น…ความรู้สึกมันไวนิดนึง..”
 
“โทษทีครับ ไม่ต้องอธิบายผมก็พอเข้าใจครับผม ผมไม่ได้อยากทราบรายละเอียดถึงขนาดนั้นครับ”
 
สงสัยเธอเห็นผมช้อคไม่ตอบกลับ คงกลัวว่าผมจะรู้สึกไม่ดี เธอเลยพยายามอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมทั้งที่ร่างกายยังสั่นเทาและน้ำตาคลอเบ้า
 
แต่ก็นะ ขนาดสถานการณ์แบบนี้เธอยังมีกะใจอธิบายให้ผมฟังได้ เจ๊แกนี่โคตรจริงจังเลย
 
“ขอโทษด้วยนะจ๊ะ”
“ไม่หรอกครับ เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดคุณชาร์ล็อต ทางผมต่างหากที่ต้องขอโทษ ต่อไปผมจะระวังครับ”
 
“ขอบคุณจ๊ะ…”
หลังจากนั้น พวกผมสองคนก็เริ่มอ่านมังงะด้วยกันท่ามกลางบรรยากาศกระอักกระอ่วน แน่นอนว่าเนื้อหามังงะไม่เข้าหัวผมเลยสักนิด
 
“พวกตัวละครในเรื่องที่มีความรักในสิ่งที่ทำอย่างบริสุทธิ์มันเยี่ยมมากเลยนะจ๊ะ”
ส่วนทางด้านชาร์ล็อตที่ยังนั่งตรงช่วงตักผม
 
 เธออธิบายเนื้อหาการ์ตูนด้วยน้ำเสียงเปล่งประกายแจ่มใส แต่สิ่งที่ผมมองเห็นตอนนี้คือหน้าด้านข้างของเธอ ไม่ใช่เนื้อหาการ์ตูน
 
เธออธิบายเพิ่มว่า พระเอกการ์ตูนเรื่องนี้มีความฝันที่อยากทำให้เป็นจริง เขาจะพยายามทำให้ได้เลยสัญญากับนางเอกว่าจะไม่เจอกันจนกว่าจะประสบความสำเร็จ คู่รักคู่นี้น่ารักมาก เพราะสองคนนี้แค่สบตากันก็หน้าแดงง่ายๆทั้งคู่ละ
 
 
ถึงผมจะไม่ได้อ่านเนื้อหาการ์ตูน แต่ฟังดูจากที่เธออธิบาย ก็พอจะเดาได้ว่าเด็กผู้หญิงคงจะชอบเรื่องราวคู่รักหวานใสซึ้งๆแบบนี้
 
ปัญหาคือ ใครล่ะเป็นคนที่เหมาะสมกับความรักเธอ ถ้าในมุมมองผม อากิระที่เป็นที่นิยมในชั้นเรียนก็ดูจะเหมาะสมกับชาร์ล็อตดี
 
ผมเองแค่โชคดีที่ได้มาเจอเธอ ถ้าถามว่า น้ำหน้าอย่างผมเหมาะสมกับเธอมั้ย ก็บอกได้ว่าไม่
 
แล้วผมต้องการอะไรกันแน่
 
เอาตรงๆตอนแรกผมก็เลี่ยงที่จะผูกสัมพันธ์กับเธอแต่แรกอยู่แล้ว แต่กลายเป็นว่าโชคชะตาเล่นตลก เธอกับน้องดันมาเล่นที่ห้องผมได้ทุกวันซะงั้น แถมวันนี้โชคชะตาถึงขั้นกวนส้นทีนให้เธอมานั่งตรงตักผมเลยด้วย
 
ผมคิดว่าอากิระเล็งเธอเป็นแฟน และในฐานะผมเป็นเพื่อน ผมก็ควรจะหลีกทางให้เขา 
 
นี่คืออีกหนึ่งสาเหตุที่ไม่อยากให้เธอเข้ามาคุยกับผมที่ห้องเรียน หากความสัมพันธ์ของเราสองคนแดงขึ้นมาจนเพื่อนร่วมชั้นรับรู้ ผมคาดการณ์ว่าอนาคตเราคงมีเรื่องยุ่งยากรออยู่ข้างหน้า
 
“ยางิคุง….อาโอยางิคุง…อาโอยางิคุง!”
 
“….!”
“เป็นอะไรรึเปล่าจ๊ะ เห็นทำหน้าเหมือนคิดอะไรอยู่ มีอะไรรึเปล่า”
ผมมัวแต่คิดเรื่องเธอจนไม่รู้ตัว น่าทุเรศจริงที่ทำให้่ชาร์ล็อตต้องมาพะวงกับผม
 
 
“ขอโทษด้วยครับ พอดีว่าผมคิดอะไรเพลินไปหน่อย”
“….”
ชาร์ล็อตฟังคำตอบผมจบ เธอค่อยๆยื่นมือมาแตะหน้าผากผม
“……!”
 
ทันทีที่สัมผัสมือเย็นๆและนุ่มนิ่มของเธอ แตะหน้าผาก ผมก็เข้าใจได้ทันทีว่าเธอต้องการทำอะไรเล่นเอาอุณหภูมิร่างกายตัวเองร้อนผ่าว
“เท่าที่สัมผัสเหมือนจะไม่มีไข้….. ไม่สิ กะแล้วเชียว ตัวเธอร้อนกว่าปกตินิดหน่อย…. และตอนนี้เริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆแล้ว สีหน้าเธอแดงก่ำ ตอนนี้เธอเป็นไข้หวัดหน้าร้อนไม่ผิดแน่”
 
ใจเย็นครับเจ๊
ไอ้ที่ผมร้อนตอนนี้มันไม่ได้มาจากไข้นะครับ มันมาจากเธอนี่แหละ จู่ๆก็เข้ามาสัมผัสใกล้ชิดผมยิ่งกว่าเดิม ด้วยความอายร่างกายผมมันเลยร้อน
 
ปัญหาคือ สมองผมอะคิดและอยากจะพูดออกไป แต่ปากมันไม่ทำงาน ได้แค่พะงาบๆขยับอย่างเดียว เสียงไม่ออกเพราะตื่นเต้นเกิน
 
ขณะที่ผมยังพูดไม่ออก คราวนี้ชาร์ล็อตใช้หน้าผากเธอสัมผัสกับหน้าผากผม
 
หน้าเธอ…
 
หน้าเธอใกล้ผมจนเห็นทุกองคาพยพ
 
เธอคิดจะทำอะไรกัน
 
“ไม่ผิดแน่ มีไข้จริงด้วย..ยิ่งดูยิ่งเห็นชัดว่าอาการเธอไม่สู้ดี ต่อจากนี้ขอให้ฟังและตอบสิ่งที่ชั้นถามอย่างเดียวพอนะ”
 
“เอ่อ..อืม..”
ผมกำลังช็อคจนทำตัวไม่ถูก หลุดปากตอบรับโดยไม่รู้ตัว   
 

อ่าน Otonari Asobi 迷子になっていた幼女を助けたら、お隣に住む美少女留学生が家に遊びに来るようになった件について แปลไทย ch4-10 สิ่งโปรดปรานของเธอ

“…..”
หลังฟังคำตอบอาจารย์ ชั้นได้แค่มองหน้าเธอส่วนสายตาอ้อนวอน อาจารย์หัวเราะขื่นๆเอ่ยปาก
“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ เธอเองที่อยู่กับอาโอยางิก็น่าจะรู้ดีนะว่าเขาเป็นพวกไม่ธรรมดา”
“…วันนี้เองเขาก็ยังรับบทเป็นตัวร้ายของห้องเหมือนเดิมค่ะ
 “งั้นเหรอ เด็กนั่นเป็นผู้ชายแบบนั้นแหละ เพื่อให้คนรอบข้างมีความสุข จะรับบทตัวร้ายเขาก็ไม่เกี่ยงงอนใดๆ แต่เพราะเหตุนี้ จะให้อาจารย์เอ่ยเรื่องของเขา ก็เหมือนไปสอดมือไม่เข้าเรื่องแล้วเธอคิดว่าเขาจะรู้สึกยังไงล่ะ”
 
 
คำพูดของอาจารย์ยิ่งฟังยิ่งสร้างควาสงสัยให้ชั้นว่า อดีตอาโอยางิมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
 
“แต่ก็นะ ตอนนี้ถึงเธอถามอาโอยางิก็เปล่าประโยชน์ แต่ว่าถ้าเธอเปลี่ยนแนวคิดเขาได้ ถึงตอนนั้นค่อยถามเขาก็ไม่สาย จริงมั้ย”
 
 อาจารย์ฮานาซ่ากล่าวเพิ่ม และไม่รู้ชั้นคิดไปเองรึเปล่า แต่แววตาอาจารย์เหมือนคาดหวังว่าชั้นนี่แหละคือคนเปลี่ยนเขาได้ 
 
“ชาร์ล็อต การที่เธอมาถามชั้นเรื่องการ์ตูนที่เด็กนั่นชื่นชอบ แปลว่าเธอเองกำลังถูกใจเขาอยู่ใช่มั้ยล่ะ”
“….”
 
อาจารย์ฮานาซาว่าส่งรอยยิ้ม ท่าทางเธอตอนนี้ราวกับว่าสนุกที่ได้แหย่ชั้น แน่นอนว่าจากคำพูดของอาจารย์ทำให้ชั้นรู้สึกวูบวาบไปหมด ไม่ได้ร้อนแค่หน้านะ แต่ทั้งตัวเลย
 
“อืม ชัวร์แล้วล่ะ หน้าแดงแบบนี้ยิ่งดูน่ารักขึ้นเป็นกอง”
“ม..ไม่ใช่สักหน่อยค่ะ หนูไม่ได้ตั้งใจอยากรู้เรื่องเขาเป็นพิเศษ…ก็แค่ว่าเขาเล่นกับน้องสาวหนูอย่างอ่อนโยนทุกวัน หนูก็แค่มองว่าเขาเป็นคนใจดีมากเท่านั้นเอง”
 
“โห เล่นทุกวันเลยเหรอ แสดงว่าถ้าไม่ใช่เธอไปอยู่ห้องเขาทุกวัน ก็แปลว่าเด็กนั่นมาอยู่ห้องเธอทุกวันเลยรึ อื่้ม ไม่ธรรมดาจริง เหนือกว่าที่ชั้นคิดไปไกลเลยนะเนี่ย”
 
“ง่า….!ก็..ราวๆนั้นค่ะ”
 
“เข้าใจละ อาจารย์เป็นกำลังใจให้ พยายามเข้านะ”
 
“อาจารย์เข้าใจผิดหมดแล้วนะคะ!”
 
“ชาร์ล็อต ตะกี้ก็เตือนไปแล้วนะ ที่นี่ห้องพักครู อย่าส่งเสียงดังสิ”
 
อาจารย์ส่งยิ้มเยาะให้ ใช้สันมือเคาะหน้าผากชั้นเบาๆ
 
อาจารย์แกสนุกอยู่คนเดียวเลยนี่นา
 
“เอาน่า แต่ชั้นพูดจากใจจริงนะ ชั้นดีใจมากที่เห็นพวกเธอสองคนสนิทกันดี”
 
“สนุกเหมือนได้เล่นของเล่นชิ้นใหม่รึไงคะ”
 
“โห รู้ศัพท์ญี่ปุ่นเอาเรื่องนะเนี่ย พูดได้ขนาดนี้เลยรึ…แต่อาจารย์ย้ำอีกครั้งนะว่าอาจารย์จริงจังมาก เจ้าเด็กนั่นหากไปเทียบความคิดอ่านกับคนอื่นถือว่าเป็นผู้ใหญ่เกินวัยมาก แต่คนที่เป็นแบบนี้จำเป็นต้องมีใครสักคนคอยเกื้อหนุน ฉะนั้นการที่เธอเป็นพลังให้เด็กนั่นได้ อาจารย์ถึงดีใจมาก”
 
“ชั้นเป็นพลังให้เขาได้เหรอคะ”
 
“อาจารย์ไม่ได้คาดหวังให้เธอใช้ความรู้เกื้อหนุนเขา แค่เธอเป็นเพื่อนเขา เป็นคู่ปรึกษาให้เขา แค่นี้ก็เหลือเฟือแล้ว แต่แน่นอนว่า หากเธออยากจะพัฒนาความสัมพันธ์ไปมากกว่านั้นก็เป็นเรื่องที่ดีด้วย”
 
 “งั้นเหรอคะ ถ้างั้นอาจารย์ไม่ต้องห่วงค่ะ อาโอยางิคุงเป็นคนที่มหัศจรรย์มาก หากความสัมพันธ์ชั้นกับเขาดีขึ้นเรื่อยๆนั่นเป็นเรื่องที่ต้องการอยู่แล้วค่ะ”
 
 

อ่าน Zuttomo This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend บทนำ + CH1

สมบัติอันล้ำค่าของมนุษย์คือเพื่อนสนิท 

หากมีความสุข เราจะสุข2เท่า หากมีความทุกข์ เราแชร์ความรู้สึกแย่นั้นให้เพื่อนฟังเพื่อระบายได้

สรุปง่ายๆ ขอแค่ชีวิตคุณมีเพื่อนแบบนี้สักคนก็ไม่เสียชาติเกิดแล้ว

แล้วถ้าเพื่อนที่สุดยอดคนนั้น เป็นเพื่อนต่างเพศ เขาและเธอมีความรรู้สึกชอบกัน เรื่องราวจะเป็นเช่นไร

***

สุงิซากิ ยูมะ กับ เพื่อนสนิทของเขา คามิชิโร ยุย ทั้งสองคนเดินทางไปโรงเรียนด้วยกัน

ยุยมีสีผมสีขาวต่างจากคนอื่น เธอเดินตามหลังยูมะ ด้วยส่วนสุงของเธอที่ค่อนข้างเตี้ยกว่า เหมือนลูกหมาตัวน้อยกำลังเดินตามเจ้านาย สายตาของทั้งสองคนต่างมองไปคนละทาง

แต่ว่าเหตุผลที่คนภายนอกมองปราดเดียวก็รู้ว่า ทั้งสองคนไม่ได้ทะเลาะนั่นคือ มือของทั้งคู่กุมมือกันในลักษณะของคู่รักจูงมือเดินไปด้วยกัน

สีหน้าของยุยเต็มไปด้วยความเขินอาย หน้าเธอแดงก่ำไปถึงใบหู

ส่วนทางด้านยูมะก็หัวใจเต้นตึกตัก เสียงดังราวกับจะทะลุอก ในหน้าร้อนผ่าว เขินไม่แพ้กัน

“…ถ้าเธออาย ปล่อยมือก็ได้ครับ”

ยูมะยื่นข้อเสนอถาม ส่วนคำตอบที่ได้รับคือยุยส่ายศรีษะปฏิเสธ ภาษากายบอกชัดเจนคือ “ไม่อยากปล่อยมือเธอไป”  เธอกุมมือเขาแน่นกว่าเดิมเป็นคำตอบยืนยัน

ยุยเธอเข้าใจความรู้สึกตัวเองแล้วว่าเธอชอบยูมะในฐานะคนรัก แต่ว่าตัวยูมะเอง จะบอกว่า รักยุย ในฐานะคนรักด้วยกันมั้ย ถึงตอนนี้ยังบอกไม่ได้เต็มปากเต็มคำ 

ยุยเพิ่งจะมีเพื่อนต่างเพศเป็นครั้งแรกคือยูมะ

จะบอกว่า สกินชิฟจากการจับมือ การที่เธอบีบมือแน่นขึ้น นั่นเป็นการทำในฐานะเพื่อน   หรือ มันเกิดจากความรู้สึกที่มากกว่าเพื่อน ยูมะก็ไม่กล้าฟันธงชัดเจน

แต่สิ่งที่ยูมะยืนยันได้แน่นอนคือ ยุยช่างน่ารักเหลือเกิน 

ยูมะกุมมือเธอคืนกลับแน่นกว่าเดิม พลางนึกถึงเรื่องราวที่ได้พบกับเธอครั้งแรกตั้งแต่อดีตที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน 

CH1-1 ยูมะ กับ ชวาร์ส

ทั้งสองคนพบกับช่วงหยุดฤดูร้อนม.2

รู้จักกันผ่านทางเกมออนไลน์ชื่อดัง ระดับโลก แกรนด์เกท 

แกรนด์เกทเป็นเกมส์ mmorpg ผจญภัยต่างโลก ปรับแต่งตัวละครได้ตามใจชอบ

ยูมะเป็นผู้เล่นสายโซโล่เพลย์เยอร์ เล่นเอาชีพ นักดาบเวทย์

มีวันหนึ่ง ยูมะผจญภัย ขึ้นเรือล่องสำราญ โดนศัตรูเป็นมอนสเตอร์ขนาดยักษ์จู่โจมใส่ ศัตรูคือคราเคน เป็นมอนสเตอร์ระดับบอสที่ต้องใช้ผู้เล่นเลเวลสูง5คนรุมถึงจะเอาชนะได้

แต่ว่าบนเรือมีเพียง “ยูมะ” กับ  “ชวาร์สชไวน์” ผุ้เล่นอีกคนหนึ่งสายอาชีพอัศวินศักสิทธิ์เกราะใหญ่

เอาจริงๆเป็นคู่ต่อสู้ที่ยากจะชนะด้วยคนเท่านี้

แต่ว่า..นี่เป็นครั้งแรกทื่ยูมะได้รู้ถึงความหมายคำว่า ลมหายใจสอดคล้องราวกับเป็นคนๆเดียวกัน

แรกๆพวกยูมะ ยังตั้งหลักไม่ติด เลยโดนบอสอัดใส่ แต่เมื่อการต่อสู้ผ่านไปเรื่อยๆ ชวาร์ส ที่เล่นสายซัพพอร์ต  ฮีลในจังหวะที่เหมาะสม โจมตีกายภาพในจังหวะเหมาะเหม็ง ไม่ผิดแน่ว่าชวาร์สเป็นผู้เล่นระดับสุดแกร่งคนหนึ่งในเกมนี้

ส่วนทางผมก็ไม่ใช่ระดับไก่กา การเล่นหรือเทคนิคก็ไม่ได้หมู

หลังจากต่อสู้ได้สักพัก ยูมะและชวาร์สคงรู้สึกได้ว่า “คนๆนี้เก่งและพึ่งพากันและกันได้”

พอรู้สึกแบบนี้ การประสานงาน และจังหวะของพวกยูมะทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดก็สามารถล้มบอสได้ด้วยคนเพียงสองคน

หลังจากชนะ ยูมะกับชวาร์สก็ผจญภัยด้วยกันหลายครั้ง เลยเป็นเพื่อนกันในเกมและได้พูดคุยรวมถึงชีวิตจริงภายนอก  เลยได้รู้ว่า ชวาร์สเรียนม.2เท่ากัน   

ความบังเอิญที่วัยเดียวกัน และมีความชอบต่างๆไม่ว่าอนิเมะ หรือมังงะเหมือนกัน ทำให้ยูมะเกิดความรู้สึกว่า ถ้าได้เป็นเพื่อนกับคนๆนี้มันจะสนุกขนาดไหนนะ

**

หลังจากนั้นผ่านไป 1 ปีกับอีก8เดือน ทั้งสองคนจบม.ต้น ตอนนี้อยู่ในช่วงปิดเทอม เหลือเวลาอีกสามสัปดาห์ ถึงจะเริ่มเข้าเรียนม.ปลายปี 1

***ช่วงคุยในเกมจะเป็นน้ำค่อนข้างเยอะเลยขอตัดออก แต่จะสรุปคร่าวๆว่า ปกติ ชวาร์สจะเป็นคนที่พิมพ์แชทตอบเก่ง พิมพ์ฺเร็วมาก ปกติถ้าเปิดออโต้บอท ก็จะใช้เวลานั้นมาคุยเรื่องส่วนตัวกัน วันนี้ทั้งสองคนคุยเรื่องอนิเมะแนะนำ

ชวาร์สจะชอบตัวละครแนวโลลิ ยูมะจะแปลกใจบอกว่าปกติคนต้องชอบตัวละครสาวๆอกตู้มสิ เลยโดนแซวกลับ 

 หลังจากนั้น ยูมะจะรู้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่เกิดมา ชวาร์สมีร่างกายอ่อนแอกว่าปกติ ช่วงประถมถึงม.ต้นเลยไม่ค่อยได้เข้าเรียน  แต่ตอนนี้คือรักษาหายดีระดับหนึ่งเลยคิดว่าช่วงม.ปลายจะไปเรียนได้ตามปกติ

“พูดตามตรงว่ากลัวการไปโรงเรียนนิดหน่อยนะ”

“แสดงว่าที่ผ่านมาเรียนด้วยตัวเองที่บ้านหรือโรงพยาบาลสินะ จะกลัวเรื่องไปโรงเรียนก็ไม่แปลกหรอกเพราะสิ่งแวดล้อมมันเปลียนด้วย”

“อืม เมื่อก่อนตอนเด็กๆ ผมโดนแกล้งที่โรงเรียนด้วย”

**หมายเหตุจากผู้แปล(ชวาร์สตอนพิมพ์แชทกับยูมะจะแทนตัวเองด้วยสรรพนามว่าโบคุตลอด)

“มองจากภายนอก ผมจะมีจุดที่แตกต่างจากคนทั่วไป ผมเลยโดนคนแกล้งมาตลอด สุดท้ายผมเลยเป็นโรคสื่อสารกับคนทั่วไปไม่เก่ง”

**หมายเหตุจากผู้แปล ภาษาญี่ปุ่นในนิยายใช้คำเดียวกับโรคที่โคมิจากเรื่องโฉมงามพูดไม่เก่ง คือคำว่า Komyushou [コミュ症]

ถ้าใครไม่เคยดูเรื่องนี้ ให้คลิกลิ้งอ้างอิงที่นี่นะครับ เขาเขียนอธิบายเรื่องนี้ชัดเจนดี

ยูมะที่ได้ฟังคำตอบก็รู้สึกว่าเพื่อนมีอดีตที่แย่เลยอยากเป็นกำลังใจให้ 

“ถ้ามีอะไรที่ชั้นเป็นพลังให้นายได้ก็ดีสิ”

“ขอบคุณนะขอรับไว้แค่ความรู้สึกก็พอ”

“มีเรื่องอะไรปรึกษาเราได้ตลอดนะ”

“เรื่องอะไรก็ได้เหรอ เอาจริงดิ อิอิ”

“โห นี่คนเค้าจริงจังนะเฟ้ย”

“โทษทีโทษที”

“จะว่าไปนายเรียนที่ไหนล่ะ”

คำถามนี้มันถามไปเรื่อยแหละท ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่คำตอบที่ได้ทำเอาตะลึง

“อืม ผมเรียนที่โรงเรียนไซกะ”

ยูมะอุทานคำพูดออกมาในชีวิตจริงโดยไม่รู้ตัว 

“ชั้นก็เรียนที่ไซกะเหมือนกัน”

“เอ๋ จริงดิ?”

“แล้วนายพักอยู่แถวไหนล่ะ”

ตอนนนี้ยูมะรู้แล้วว่าชวาร์สต้องอยู่ในเมืองเดียวกับที่เขาอยู่แน่

“บังเอิญอะไรอย่างนี้ แค่ผจญภัยด้วยกันในเกมนี่ก็บังเอิญแล้ว นี่มาอยู่ในเมืองใกล้ๆกันอีก เราสองคนมีโชคชะตาผูกไว้แน่”

“ใช้คำว่าโชคชะตาผูกไว้เลยเหรอ อย่าบอกนะว่านายจะจีบผม”

“ตลกละ ตูไม่ได้มีงานอดิกเรกจีบผู้ชายนะเฟ้ย”

หลังจากยูมะส่งแชทนี้ปุ๊บ ปกติชวาร์สเป็นคนที่พิมพ์แชทตอบมาไวมาก แต่คราวนี้หายเงียบไปเป็นนาทีเลย

ยุมะใจคอไม่ดีเลยส่งแชทไป

“เฮ้ เป็นอะไรรึเปล่า”

“อ้อ…งี้นี่เอง ผมยังไม่เคยบอกนายสินะ..” 

“บอกว่า…?”

แชทที่ยูมะส่ง ไร้การตอบกลับไปพักหนึ่งก่อนจะขึ้นคำว่า

“โทษที ไม่มีอะไรหรอก”

“อืม เข้าใจแล้ว”

ถ้าคุยกันแล้วอยู่ๆบรรยากาศเปลี่ยน ก็สู้ไม่ต้องถามจะดีกว่า สุดท้ายยูมะเลยเลือกจะเปลี่ยนหัวข้อ

“จะว่าไป นายบอกว่าเพิ่งเข้าเรียนแบบนี้ นายมีตัวช่วยแล้วยัง”

“ตัวช่วย?”

“อืม นายห่างหายจากการไปโรงเรียนมาซะนาน บางทีมันอาจมีเรื่องที่นายลำบากไม่รุ้จะทำยังไง บอกได้เดี๋ยวชั้นช่วย”

“ไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้”

“อย่าลืมสิว่านายกับชั้นเป็นเพื่อนกันนะ”

“แต่ว่าตัวผมในเน็ตกับชีวิตจริงมันต่างกันลิบลับ ผมสื่อสารกับคนอื่นไม่เก่ง อยู่ด้วยกันนายอาจจะเบื่อก็ได้”

“แบบนั้นยิ่งต้องอยู่ด้วยกันกับชั้น ถึงจะดี นายอยู่คนเดียวก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ้นมาหรอก เชื่อชั้นสิ เราเพื่อนกันนะ นายยิ่งเกรงใจชั้นยิ่งรู้สึกแย่นะเฟ้ย”

“ขอบคุณนะ จะว่าไปครั้งหน้าเดี๋ยวเราไปลุยเควสเอ้กตรีมด้วยกันมั้ย เห็นนายเคยบอก มีวัตถุดิบธาตุสายฟ้าที่อยากได้อยู่นี่นา”

  “เออ จัดไปเพื่อน”

ถึงแม้จะเป็นคนที่ไม่เคยเห็นหน้าในชีวิตจริง แต่ยูมะคิดว่าชวาร์สคือเพื่อนคนสำคัญคนหนึ่ง ถ้าเพื่อนมีเรื่องเดือดร้อนอะไร ตัวเขาอยากจะช่วยเต็มที่

“ยูมะ ผมมีเรื่องจะขอร้องอย่างหนึ่ง”

“เอ๊ะ”

“ก่อนจะเริ่มเรียนม.ปลาย ผมอยากเจอนายในชีวิตจริงสักครั้ง”

“โอเค ได้เลย”

“เอ่อ..เอาจริๆงนะ ที่ผมชวนนี่เค้นพลังความกล้าออกมาสุดชีวิตเลย”

“โห ชั้นกับนายเป็นเพื่อนกัน จะเกรงใจทำมะเขืออะไรครับ”

ยูมะส่งแชทนี้ไปปุ๊บ แชทตอบกลับหายวับไปเลย จนยูมะต้องส่งถามซ้ำ

“เป็นอะไรรึเปล่า”

“เกิดรู้สึกกลัวขึ้นมาน่ะ”

“กลัว?”

“ถ้าการพบกันในชีวิตจริงมันไม่เป็นไปตามที่คิด ยูมะเปลี่ยนนิสัยจากเดิม ผมคงช็อคจนทำอะไรไม่ถูกแน่”

“เมิงนี่น้า เชื่อเพื่อนกันบ้างดิวะ นี่พิมพ์เองยังรู้สึกระดาก แต่นายคือเพื่อนคนสำคัญอันดับหนึ่งของชั้น ชั้นไม่เปลี่ยนนิสัยกับอีเรื่องพรรค์นี้หรอก”

“ขอบคุณนะ ผมก็คิดว่ายูมะคือเพื่อนคนสำคัญอันดับหนึ่งเหมือนกัน”

ทั้งสองคนพิมพ์เองเขินเอง แต่ถามว่ารู้สึกแย่กับสิ่งที่พิมพ์มั้ย บอกเลยว่าไม่สักนิด

หลังจากนั้น ชวาร์สแชทต่อ

“ผมขอโทษด้วยที่ต้องพึ่งนาย คือผมอยากจะฝึกการสนทนากับคนอื่นจากปากตัวเองโดยตรง ปกติคนที่ผมคุยมีแค่พ่อแม่ หมอ กับครู ถ้ามียูมะมาช่วยผม ผมคงคุยกับคนอื่นได้ปกติ”

“คือนายอยากให้ชั้นเป็นคนช่วยรักษาโรคสื่อสารไม่เก่งสินะ”

“ผมอยากหายจากโรคนี้ เพราะถ้าเป็นนักเรียนม.ปลายแต่ยังแก้โรคนี้ไม่ได้ การใช้ชีวิตในโรงเรียนคงลำบากน่าดู แล้วก็….”

“แล้วก็?”

“ผมอยากมีเพื่อน”

คำพูดคำเดียวแต่ซึ้งทะลุอก

“ตัวผมน่ะ ตอนแรกคิดว่าถึงใช้ชีวิตคนเดียวก็ไม่เป็นไร แต่ว่าพอผมเป็นเพื่อนกับยูมะ ได้ร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆ ผมสนุกมาก พอยูมะไม่อยุ่ ผมเหงาจริงๆ”

เอาจริงทางยูมะก็รู้สึกไม่ต่างกับชวาร์ส พอเลิกเล่นเกมก็ได้แต่นอนจ้องเพดานเบื่อๆ ตอนกลางวันสัยที่เรียนก็หนีไปกินข้าวบนดาดฟ้าคนเดียว กลับถึงบ้านปุ้บก็หมกตัวอยู่ในห้อง ไม่เล่นเกมก็อ่าหนังสือ ชีวิตวนลูปอยู่แค่นี้ จนกระทั่งรู้จักกับชวาร์ส ชีวิตถึงมีสีสันขึ้นเยอะ ยูมะถึงอยากเป็นเพื่อนกับชวาร์สในชีวิตจริง

ยูมะแชทตอบกลับอย่างชัดเจน

“วางใจได้เลย”

จากนั้นแชทเสริมไปอีก

“ยืนยันเลยว่าต่อจากนี้นายจะไม่เดียวดาย ชั้นจะช่วยนายรักษาโรคสื่อสาร ชั้นจะทำให้นายได้ใช้ชีวิตม.ปลายที่ดีที่สุด คอยดูได้เลย”

“ทำไมยูมะพูดจาดูเท่จังเลยฟะ 55”

“หุบปากไปสาสส พูดเองเขินเองอยู่เนี่ย อย่าแซวมากได้ปะ”

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ยูมะตัดสินใจแล้วว่า ยังไงก็จะเป็นเพื่อนกับชวาร์สให้ได้

***

บ่ายวันนัดเจอกันในชีวิตจริง ยูมะรออยู่หน้าสถานีรถไฟ

“ไม่มารึเปล่านะ”

ยูมะมองซ้ายขวายังไม่พบคนที่มีท่าทีจะเป็นชวาร์สเจอ

ปกติตอนเล่นเกม ชวาร์สเป็นคนที่มาก่อนเวลานัดห้านาทีด้วยซ้ำ 

“หรือว่าหลงทาง?”

จะตัดความเป็นไปได้เรื่องนี้ก็ไม่ได้ เพราะพื้นที่แถวนี้ก็คนพลุกพล่านระดับหนึ่ง

ผมลองกดโทรศัพท์หาชวาร์ส ปล่อยเสียงโทรศัพท์ดังตู้ดๆๆๆๆเรื่อยๆ แต่ก็ไม่มีใครรับสาย

“เป็นอะไรรึเปล่านะ อย่าบอกนะว่าหลงทางหรือเกิดอุบัติเหตุ”

ขณะที่ยูมะกำลังกังวลกับสถานการณื สายตาเหลือไปเห็นบางอย่าง 

“……?”

ตรงโน้นไกลๆข้างมุมตึก เหมือนผมเห็นใครแอบซ่อนตัวอยู่ คนๆนั้นใส่เสื้อพาร์ก้า(เสื้อแจ็คเก็ตคอกลมแบบมีฮู้ด) สวมฮู้ดปิดบังทำให้เห็นหน้าไม่ชัด แต่ท่าทีของเขาเหมือนดูโทรศัพท์อยู่

หันซ้ายขวาลังเล เดินไปสถานีตำรวจที่อยู่ข้างๆ ราวกับว่าโทรศัพท์นั้นเป็นของคนอื่น  จะเอาโทรศัพท์นี้ไปให้ตำรวจหาเจ้าของ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ยื่นให้ เดินคอตก มองโทรศัพท์อีกครั้ง สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนตัดสินใจกดรับสาย  นั่นเป็นเวลาเดียวกับที่เสียงโทรศัพท์ตู้ดๆผมดับพอดี ชัดเจนว่า คนสวมชุดพาร์ก้าเป็นชวาร์สแน่นอน

“ฮัลโล ตอนนี้นายอยู่ไหน”

“……..”

“หือ ไม่ได้ยินรึเปล่า ฮัลโล ได้ยินมั้ย”

“…อยู่..”

ดูเหมือนว่าฝั่งที่รับสายพยายามจะสื่อสารกลับ แต่ไม่รู้จะตอบกลับยังไง  ทางยูมะก็ตัดสินใจเดินไปยังที่คนสวมชุดพาร์ก้า

“”คนสวมฮุ้ดที่อยู่ตรงข้างๆสถานีรถไฟคือนายใช่มั้ย”

ยูมะได้ยินเสียงสูดหายใจเข้า เป็นจังหวะเดียวกับที่เห็นคนสวมชุดพาร์ก้ามีปฏิกริยาสูดลมหายใจเหมือนกัน

“โห อุตส่าบอกไปแล้วว่าจะรอตรงหอนาฬิกา นายลืมรึไงฟะ”

ยูมะคุยโทรศํพท์ส่งเสียง พลางโบกมือหาคนสวมชุดพาร์ก้า  ในที่สุดคนสวมชุดพาร์ก้าก็เห็นยูมะ สบตากัน  หลังจากนั้นฅ”

“ข..ขอโทษ..”

เสียงจากสายกล่าวขอโทษลอยเข้าหุ

หลังจากนั้นคนสวมชุดพาร์ก้า ไม่สิ ชวาร์สตัดสินใจวิ่งหนี

“ไม่ไหว ว่าแล้วเชียว ไม่ไหวจริงด้วย”

ยูมะได้ยินเสียงจากโทรศัพท์เข้าหู

ไม่ไหว? คือรู้แหละจากแชทว่าเป็นคนที่ขาดความมั่นใจ แต่เป็นได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ

ถ้าเป็นแบบนั้นจริงยิ่งปล่อยให้หนีไม่ได้ ถ้าปล่อยให้หนีไป เกรงว่าอนาคตอาจจะไม่มีโอกาสได้พบกันอีก

ยูมะคิดว่ายังไงก็ต้องตามให้ทัน และถ้าเจอหน้าเมื่อไร จะบอกเขาว่า “ไม่ต้องคิดเยอะขนาดนั้น” พร้อมส่งยิ้มให้

ยูมะออกวิ่งไปทั้งที่ยังถือโทรศัพท์แนบหุ

“ชวาร์สรอเดี๋ยวก่อน”

“……แฮ่ก…..แฮ่ก”

ไม่มีเสียงตอบกลับ ไม่สิ นี่มันเสียงหายใจหอบจนตอบกลับไม่ไหวต่างหาก

ชวาร์สวิ่งหนีไปยังซอกตึกที่คนไม่นิยมเดิน

ดูเหมือนว่าพลังกายของชวาร์สจะถึงขีดสุด ฝีเท้าเริ่มชะลอทีละหน่อย

“ชวาร์สสส”

ชวาร์สได้ยินเสียง หันกลับมาแว่ยหนึ่งก่อนจะวิ่งหนีต่อ แต่ดูเหมือนพลังกายจะหมดแล้ว สปีดเลยตกฮวบฮาบ เข่าสั่นขาสั่น

“บอกให้รอก่อนไง นึกยังไงถึงหนีล่ะ”

ยูมะวิ่งตามมาทัน คว้ากอดเขาจากด้านหลังแน่นเพื่อไม่ให้หนีไปได้ แต่ว่าความรู้สึกที่ส่งผ่านมือมันนุ่มแปลกๆ

คือได้ยินมาว่าร่างกายอ่อนแอก็จริง แต่สัมผัสที่นุ่มนิ่มเกินคาดจากมือนี่ มันไม่ใช่ละ อย่าบอกนะว่า..

“แง”

มือขวาของยูมะที่จับโดนอะไรสักอย่างนุ่มๆ  ตำแหน่งที่มือยูมะโดนคือหน้าอกของชวาร์ส

“……ห๊ะ”

“!!”ไม่น้า …อย่า..จับนะ… ปล่อยชั้นเถอะ…”

ชวาร์สเอ่ยเสียงสูงสั่นเครือ

เสียงชวาร์สถ้าเทียบกับผู้ชายทั่วไปตอนฟังผ่านโทรศัพท์ ต้องบอกว่าสูงกว่าปกติ

แต่ว่าพอฟังโดยตรงจากหูตัวเอง เสียงชวาร์สน่ารักมาก และโทนเสียงแบบนี้มันชัดเจน..

“เอ้อ..เอ๊ะ..คือว่า..นายคือชวาร์สใช่มั้ย”

ชวาร์สพยักหน้าทั้งที่ยังโดนกอดอยู่

“งั้นเหรอ.. ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ แล้วก็..ชวาร์ส..นาย…ไม่สิ..เธอ..เป็นผู้หญิงสินะ”

ชวาร์สพยักหน้ารับ

“..แล้วก็ตะกี้ที่มือผมไปโดนคือหน้าอกเธอใช่มั้ย”

“……”

ไม่มีเสียงตอบรับ เด้ดแอร์ไปพักใหญ่ ก่อนที่เธอจะพยักหน้าเล็กน้อย

 

จบ CH1-1

อ่าน Zuttomo This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend   CH2-2

“ถ้างั้นชั้นขอตัวกลับบ้านก่อนนะ”

สุดท้ายเพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์ชวนอึดอัด ยูมะตัดสินใจรีบเผ่นกลับบ้านแทน

“ด..รอเดี๋ยวก่อน”

ยุยเรียกให้ยูมะหยุด

“มีอะไรเหรอครับ”

“ค..คือ…คือว่า..”

ยุยอึกอักพักหนึ่ง สูดลมหายใจเข้าลึก ซู้ด ฮ่า แล้วกล่าว

“วันนี้..ชั้น…สนุก..มาก ..ชั้นเพิ่ง..เคย..เที่ยวเล่นแบบนี้…กับเพื่อน..เป็นครั้ง..แรก”

“อืม ชั้นก็สนุกมากเหมือนกัน”

“จ..จริงเหรอ?ถ้าอย่างนั้น…พรุ่งนี้…ถ้ายูมะ…ไม่รังเกียจ..?”

“อืมได้สิ ช่วงนี้หยุดหน้าร้อนยาวยังไม่มีกำหนดการไปที่ไหน พรุ่งนี้เดี๋ยวชั้นมาเล่นด้วยกันอีก”

ยูมะกล่าวจบ ยุยที่ได้ฟังคำพูดยูมะสีหน้าแช่มชื่น ดีใจอย่างเห็นได้ชัด

“ข..ขอบคุณนะ..ฮะฮะ..ชั้น..ดีใจมากเลย..”

สีหน้าและแววตายุยดีใจอย่างใสซื่อ ใครเห็นก็ต้องบอกว่าเธอน่ารักจริง

ถ้าเทียบกับตอนที่ได้พบกันครั้งแรกยุยยังอึกอัก ดูเกร็งๆ แต่ตอนนี้เธอยิ้มได้แล้ว ถือว่ามาเที่ยววันนี้ไม่เสียเปล่าจริง

 

“ถ้างั้น..เจอกัน…พรุ่งนี้นะ”

“อืม เจอกันพรุ่งนี้ครับ”

 

ยุยส่งยิ้มโบกมือลายูมะ

เอาจริงๆจากใจยูมะตอนนี้ที่คิดอยู่ในระหว่างเดินกลับบ้านคือ จะว่าสนุกมันก็สนุกแหละ ถึงยังงั้นก็เหนื่อยใช่ย่อย  แต่สุดท้ายทุกสิ่งที่ทำ เพียงเห็นรอยยิ้มของยุย ความเหนื่อยวันนี้คือคุ้มแล้ว

 

*****

“กลับมาแล้วครับ”

“ยูคุง ยินดีต้อนรับกลับมาค่ะ”

หลังจากกลับมาถึงแมนชั่น ยูมะกล่าวทักคนในบ้าน  มีเสียงผุ้หญิงตอบรับกลับมาที่ห้องรับแขก

 

เมื่อยูมะเดินไปที่ห้องรับแขก เจ้าของเสียงต้อนรับยูมะคือ เนเน่ เป็นพี่สาวต่างสายเลือด เธอกำลังเย็บผ้าอยู่บนโตีะรับแขก

 

“รออีกแปบนะ ใกล้เสร็จแล้วล่ะ”

“ไม่ต้องรีบก็ได้ครับ เรื่องมื้อเย็นเดี๋ยวผมจัดการเอง”

 

“จริงรึเปล่า? ฟังละชื่นใจเลย”

เนเน่ พี่สาวของยูมะเป็นผู้หญิงรูปร่างหน้าตาดีราวกับโมเดล ให้ความรู้สึกเป็นผู้ใหญ่ เป็นคนที่ร่าเริงแจ่มใส  แต่เมื่อฟังคำพูดเธอจะพบว่ามีด้านที่เป็นเด็กซ่อนอยู่  

 

ส่วนเรื่องเย็บผ้า ตอนนี้เนเน่กำลังเย็บชุดตัวละครจากอนิเมะไว้ให้คนซื้อไปแต่งคอสเพลย์

“มื้อเย็นนี้ผมทำเกี๊ยวซ่านะ”

“อืม ทำอะไรพี่กินได้หมดแหละ”

ถึงจะบอกว่าทำเกี๊ยวซ่า แตค่จริงๆก็แค่เอาวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูปจากตู้เย็น เอามาตั้งไฟกะทะให้หายเย็น แล้วเสิร์ฟในสภาพร้อน

ระหว่างกินข้าว เนเน่ถามยูมะ

“วันนี้เห็นว่าไปเจอชวาร์สมาใช่มั้ย เจ้าตัวเป็นคนแบบไหนรึไ

“คือ….อืม..มีปัญหาเรื่องสื่อสารกับคนอื่นไม่เก่งแต่ก็เป็นคนที่น่าสนใจดี”

“ไม่ใช่ว่าเจอแล้วพล็อตแบบในอนิเมะว่าพอเจอกันในชีวิตจริง เพื่อนชายดันกลายเป็นเพื่อนสาวรึ”

“…จ..จะบ้าเรอะ พล็อตอนิเมะพรรค์นั้นมันจะเกิดขึ้นในชีวิตจริงได้ไงล่ะครับ”

จริงๆก็โดนพูดแทงใจและเป็นความจริงแหละ แต่ยูมะอายเลยไม่กล้าบอก

“อะไรกัน คิดว่าคนที่เปลี่ยนพฤติกรรมยุมะได้จะเป็นเด็กผู้หญิงนะเนี่ย  ชั้นนึกขอบคุณเด็กคนนั้นจริงๆ พอลองนึกย้อนกลับไปวันทีชั้นกับยูคุงเจอกันครั้งแรก  ยังคิดเลยว่าเจ้าชายปากหนักกลัวดอกพิกุลร่วงแบบยูคุง ชั้นจะคุยยังไงถึงจะสนิทกันได้”

ยูมะกับเนเน่เป็นพี่น้องต่างสายเลือด พ่อกับแม่ของทั้งคู่แต่งงานใหม่ ยูมะเป็นลูกทางแม่ ส่วนเนเน่เป็นลูกทางพ่อ

 

ทีนี้ ด้วยความที่แม่แต่งงานใหม่มันก็มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น ที่บอกได้ก็คือ จากเหตุการณืพวกนั้น  ทำให้ยูมะสร้างกำแพง ไม่คิดจะคุยกับใครหน้าไหนทั้งนั้น กลับถึงบ้านปุ๊บคือปิดประตูห้องทันที

 

ทว่าหลังจากที่ยุมะได้รู้จักกับชวาร์ส นิสัยเขาถึงเริ่มเปลี่ยนไป

พอคุยกับชวาร์สบ่อยเข้า ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น แต่ว่ายูมะเริ่มเป็นฝ่ายปรับตัว เข้ามาคุยกับเนเน่เรื่องอนิเมะหรือมังงะที่ชอบ 

ในทีแรก ทั้งยูมะและเนเน่กังวลในเรื่องความต่างของวัย คิดว่าจะคุยเรื่องอนิเมะไม่ได้ แต่กลายเป็นว่า ทั้งสองคนชอบในสิ่งเดียวกัน

บางครั้งเนเน่หรือยูมะยืมการ์ตูนที่อีกฝั่งซื้อมาอ่าน สุดท้ายตอนนี้ความสัมพันธ์ของยูมะกับเนเน่แทนที่จะบอกว่าเป็นพี่น้อง ควรเรียกว่าเป็นเพื่อนกันมากกว่า

“นั่นสินะ ต้องขอบคุณหมอนั่นจริงงครับ”

นิสัยยูมะเปลี่ยนไปในทางที่ดีเมื่อได้รู้จักกับยุย  เขาเข้ากับพี่สาวตัวเองได้ ฉะนั้น ที่ยูมะตั้งใจจะช่วยทำทุกอย่างให้ยุย จะเรียกว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณ ก็ไม่ใช่ว่าฟีลลิ่งขนาดนั้น

 

ความรู้สึกให้อธิบายคงประมาณว่า ตัวเขาตอนนี้มีความสุขแค่คนเดียวแต่ยุยยังต้องลำบากอยู่ในตอนนี้ มันก็ไม่ใช่เรื่อง  ตอนนี้ยูมะถือว่าลงเรือลำเดียวกับยุยแล้ว ยังไงเขาปฏิญาณกับตัวเองไว้ว่าต้องช่วยเหลือยุยให้ได้

 

จบCH2

อ่าน Zuttomo This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend   CH3-1

วันรุ่งขึ้น ยูมะออกมารับยุยถึงบ้าน ตอนกดอินเตอร์โฟน ในใจคิดว่า  “ก็ไม่ได้ร้อนตัวนะแต่เป็นไปได้หวังว่าจะยังไม่เจอพ่อแม่ของยุยตอนนี้” 

 

สรุปว่า หลังจากกดไปสักพัก ได้ยินเสียงฝีเท้าลงมา ประตูถูกเปิดแง้มออกเล็กน้อย ยุยโผล่หัวมาให้เห็นจากช่องนั้นนิดเดียว

“โย่ อรุณสวัสดิ์ครับ”

“อ..อรุณสวัสดิ์”

เมื่อเปิดประตูออกมาแล้ว พบว่า วันนี้ยุยยังคงแต่งตัวด้วยชุดแบบเมื่อวานคือเสื้อฮาก้าพร้อมฮู้ดปิดผม แม้ปากจะไม่พูดอะไร แต่เพียงมองตาก็เห็นภากายส่งมาชัดว่า “วันนี้จะไปที่ไหนเหรอ”

 

ยุมะเห็นสภาพยุยที่ยังคงบุคลิกขาดความมั่นใจเหมือนเดิมม มองว่าพาไปเที่ยวที่เจอคนเยอะตอนนี้ยังไม่น่าจะพร้อม

“วันนี้ไปเล่นเน็ตค่าเฟ่เร้านเดิมดีมั้ย”

“อืม”

ยุยตอบรับสั้นๆ แต่สีหน้าท่าทางตื่นเต้นยินดี  แสดงว่าการตัดสินไปที่เดิมเป็นเรื่องที่ถูก

ทั้งสองคนเดินทางไปด้วยกัน ระหว่าเดินทาง ยุยยังคงใช้มือหนึ่งเอาฮุ้ดปิดผม อีกมือหนึ่งจับแขนเสื้อเดินตามหลังผมเหมือนเมื่อวานเปี๊ยบ

แต่แน่นอนว่า เส้นผมสีขาวของยุยเป็นจุดเด่นจริง ระหว่างสวนทาง มีบางคนหยุดยืนมองด้วย ยิ่งทำให้ยุยทำตัวลีบกว่าเก่า ดึงฮุ้ดปิดแน่นกว่าเดิม สีหน้าหวาดกลัว คงนึกถึงภาพในอดีตที่โดนแกล้งเรื่องทรงผม

 

ยูมะเห็นอาการยุยไม่สู้ดีจึงชวนคุยเรื่องไอเท็มที่ดรอปจากบอสเมื่อวานว่าจะเอาไปทำไรดี เพราะไอเท็มที่ดรอปมา ยูมะเอาไปใช้อะไรไม่ได้

 

พอคุยเรื่องเกม สีหน้ายุยเปลี่ยนไปในทางที่ดี คุยเล่นกันเรื่องไอเท็มในเกมว่าจะมอบไอเท็มแลกกันกับยุย

 

พอเดินไปคุยไป ไม่นานก็ถึงร้านเน็ตที่เดิม ยูมะจองห้องคู่แบบเดิม เดินไปด้วยกันกับยุย พอถึงห้องปุ๊บ ยุยนั่งเก้าอี้คอม เป่าปากถอนใจโล่งอกราวกับเพิ่งผ่านเรื่องร้ายมา

 

“ฮะฮะ เพิ่งมาร้านนี้ได้สองครั้งแต่รู้สึกเหมือนที่นี่เป็นบ้านอีกหลังไปละ”

ยูมะกล่าวแซวยุย พอยุยฟังจบ เธอรีบหยิบสมาร์ทโฟนพิมพ์แชทตอบกลับ 

“กะแล้วเชียว การออกมานอกบ้านเป็นอะไรที่ไม่ไหว ใช้พลังงานเยอะ เหนื่อยแท้”

ยุยพิมพ์จบส่งสติกเกอร์ตัวละครอนิเมะทำท่าเหนื่อย เล่นเอายูมะอมยิ้ม พิมพ์แชทตอบกลับไป

 

“คุยตรงมันยากสุดท้ายพิมพ์แชทก็ง่ายกว่าอยู่ดีสินะ”

“อืม พิมพ์แชทมันสบายใจและเร็วกว่าด้วย หรือมันไม่ดีเหรอ”

“เปล่า อยากทำอะไรก็เต็มที่เลยเอาที่สบายใจครับ”

ยุยส่งสติกเกอร์ขอบคุณกลับมา

เอาจริงๆยูมะอยากให้คุยด้วยปากตัวเองมากกว่า ไม่งั้นคงแก้เรื่องสื่อสารไม่เก่งไม่ได้ แต่สภาพยุยตอนนี้ที่แค่ออกมาข้างนอกยังลำบากขนาดนี้ ถ้าเร่งรีบบังคับยุย ผลออกมาน่าจะแย่มากกว่าดี ค่อยเป็นค่อยไปน่าจะเหมาะกว่า

 

ยุมะพิมพ์แชทตอบกลับ

“ชั้นชินแล้วล่ะ แต่ก็นะ ถ้ามองจากภายนอกใครมาเห็นเราต้องคิดว่าเราไม่รู้จักแน่”

“คนอื่นมองยังไงก็ช่าง ผมชอบยูมะนะ”

ห๊ะ

ยูมะแอบสะดุ้ง คือรู้แหละว่าชอบ ในความหมายยุยมันไม่ใช่ชอบเชิงชู้สาวแน่ แต่ว่าการที่เด็กผู้หญิงสักคนบอกว่า “ชอบ” มันก็ทำเอาใจเต้นไม่เป็นส่ำ  เปลี่ยนเรื่องคุย

“เข้าเกมเลยมั้ย”

“อืม ลุยโลด”

 

หลังจากนั้นทั้งสองคนก็เล่นเกมด้วยกันเหมือนเมื่อวาน แต่ที่ต่างคือบรรยากาศ

 

หากเทียบกับเมื่อวาน ในวันนี้ทั้งสองคนสนิทกันมากกว่าเดิม ถึงแม้จะไม่ได้พูดอะไรกัน แต่ก็ไม่รู้สึกแย่ บางเวลายูมะแอบเหลือบมองยุย เห็นเธอยิ้มและหัวเราะมีความสุช แค่นี้เขาก็ดีใจมากแล้ว

ถึงแม้ชีวิตจริงยุยจะเป็นคนขี้กลัว แต่ในฐานะเกมเมอร์ คนละเรื่องเลยเพราะเธอมีฝีมือจริง สกิลเพลย์ การตัดสินใจล้วนอยู่ในระดับสุดยอด การเล่นเกมกับคนเก่งมันก็เพื่มความสนุกอยู่แล้ว

หลังจากเล่นเกมไปได้หลายชั่วโมง ทั้งสองคนมีอาการเหนื่อยล้าตาแห้ง  ยูมะเลยเสนอว่าพักสักแปบละกัน

ยุยเห็นด้วย พยักหน้าเล็กน้อย 

ยูมะเดินออกไปข้างนอกแปบหนึ่งก่อนกลับมา

“เอ้านี่ ผ้าร้อน เอาประคบตาช่วยแก่อาการล้าได้นะ”

“อืม..ขอบคุณ..นะ”

ยุยรับผ้าร้อนมา แต่เธอยังไม่ประคบ ทำหน้าเหมือนคิดอะไรบางอย่างก่อนมองยูมะ

 

“มีอะไรรึเปล่า”

“…ชั้นได้รับ..ความใจดีจากยูมะ.ฝั่งเดียว มันดีแล้วเหรอ”

 

“ห๊ะ?”

“…ยูมะ…วันนี้มาเล่นเกม…ด้วยกัน..แถมยังใส่ใจชั้น..หลายเรื่อง..แต่ชั้น..ไม่มีอะไร..ตอบแทนคุณสักอย่าง”

“เราเป็นเพื่อนกัน จะคิดเล็กคิดน้อยทำไม”

“แต่ว่า…”

 

ยุยยังคงมีท่าทีไม่สบายใจ ยูมะเดาว่าเธอคงคิดมากจริงแหละ ด้วยความที่ไม่มีเพื่อนมาก่อน +เป็นคนที่ไม่มั่นใจในตัวเองเลยมองว่าเรื่องนี้คือการสร้างความลำบาก ทั้งที่จริงแล้วเพื่อนกันทำแค่นี้มันจิ๊บๆ

 

ยูมะคิดหาหนทางพักหนึ่ง ก่อนเขินหน้าแดงนิดๆ แต่เก๊กเนียนตีหน้านิ่ง

 

“ถ้างั้นก็ ชั้นมีเรื่องหนึ่งจะขอร้องนาย”

“ด..ได้สิ”

“พรุ่งนี้ออกมาเที่ยวด้วยกันอีกนะ หรือถ้าไม่สะดวกจะเป็นวันมะรืนหรือวันอื่นก็ได้”

“เอ๋..จริงๆก็ว่างตลอดนะไม่มีกำหนดไปที่ไหนเลย แต่จะดีเหรอ”

ยุยยังคงมีท่าทีกังวลไม่เปลี่ยน ยูมะหัวเราะเล็กน้อยกล่าว

“ชั้นอยู่กับนายแล้วรู้สึกสนุก ที่นายคิดเผื่อเรื่องความรู้สึกชั้น ชั้นก็ดีใจ นายเป็นคนอ่อนโยน แถมเล่นเกมกับนายชั้นได้ไอเท็มดรอปดีๆเยอะมาก  คิดว่านายก็น่าจะรู้สึกแบบเดียวกับชั้นนะ”

 

“แต่ว่า…”

“แล้วก็..ชั้น…คือ..ชั้นเองก็ชอบนายเหมือนกัน”

ยูมะเขินจัดจนพูดตะกุกตะกัก แต่ก็พูดออกไปจนได้  ยุยฟังจบ เธอตะลึงเบิกตากลมโต 

“ชอบในฐานะเพื่อน ย้ำครับ ในฐานะเพื่อนนะ”

“อืม”

ถึงแม้ว่ายุยจะได้ยินคำว่า ในฐานะเพื่อน แต่เธอยังคงอึ้งอยู่ ยกสองมือแตะแก้มตัวเอง ใบหน้าแดงแป๊ด ก่อนหัวเราะออกมา

“แฮะแฮะแฮะ… ดีใจจัง…. ชั้นดีใจมากๆเลย” 

 

สีหน้าท่าทางเธอคือดีใจมากจริง  เล่นเอายูมะเขินอาย รีบบอกว่า

 

“นี่เป็นความรู้สึกจริงชั้นตามนี้แหละ เอืม…อืมม ชเรื่องนั้นช่างมันก่อน หมดเวลาพักแล้ว เข้าเกมกันเหอะ”

“อืม”

หลังจากนั้น ทั้งคู่เล่นเกมด้วยกันอีกหลายชั่วโมงก่อนจะออกจากร้านเกม 

พอออกจากร้านเกม ปรากฏว่าวันนี้มีผู้คนสัญจรไปมามากเป็นพิเศษ พอยุยเห็นคนจำนวนมาก เธอมีอาการหวาดวิตกเหมือนเดิม

 

“ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยววันนี้ชั้นไปส่งเหมือนเดืม

“อืม”

อ่าน Zuttomo This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend 『ずっと友達でいてね』と言っていた女友達が友達じゃなくなるまで   CH3-2

ยุยที่เห็นฝูงคนเป็นจำนวนมาก เกิดอาการหวาดหวั่น สายตาล่อกแล่ก เธอยื่นมือคว้าแขนยูมะ เอามาแนบอก

“เอ๊ะ?..ยุย?”

“คือว่า คนเยอะแบบนี้….ชั้นกลัวพลัดหลง…ถ้าชั้นทำแบบนี้…ชั้นรู้สึกสบายใจ..ไม่รังเกียจ..ใช่มั้ย”

“เอ่อ ก็ไม่ครับ.. “

ยูมะหน้าแดงเพราะแขนตัวเองแนบกับอกของยุย ทั้งที่เป็นแค่การคล้องแขนแต่ก็ทำเอารู้สึกถึงความร้อนบนใบหน้า

“งั้นก็กลับเลยเนอะ”

“อืม..”

ยูมะเดินทางกลับบ้านพร้อมกับยุย ช่วงที่เดิน ยุยกอดแขนแน่นกว่าเก่า

ยูมะคิดว่ารู้สึกดีอยู่หรอกที่ความสัมพันธ์ของยูยกับยูมะแนบแน่นกว่าเดิม แต่ทำแบบนี้ก็รู้สึกตื่นเต้น+อายเล็กๆเหมือนกัน 

ไม่นานนัก ยูมะก็ส่งยุยถึงบ้านตามปกติ

******

ผ่านไปสามวัน  ตลอดสามวันที่ผ่านมา ทั้งสองคนก็ยังคงออกมาเล่นเกมที่เน็ตคาเฟ่ที่เดิม

มาเล่นเน็ตค่าเฟ่นี่ก็เสียตังค์พอสมควร แต่โชคดีว่ายูมะยังมีเงินเก็บตอนปีใหม่+ตั้งเป้าว่าเข้าม.ปลายจะหางานพิเศษทำ เลยใช้เงินกับเรื่องนี้ได้ไม่เสียดาย

แม้ว่ายุยยังคงใช้วิธีแชทมากกว่าคุย แต่ยูมะรู้สึกได้ว่า ยิ่งวันเวลาผ่านไป เขาเห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเธอบ่อยครั้งขึ้นเรื่อยๆ

ผ่านไปครบ 1 อาทิตย์  ทั้งสองคนก็ยังคงสิงสถิตย์ที่ร้านเน็ตคาเฟ่เหมือนเดิม

วันนี้ทั้งสองคนไม่ได้เล่นเกมล้วนๆ ใช้คอมบอทเกมไปด้วยอ่านการ์ตูนไปด้วย 

**อันนี้น้ำเยอะ จะสรุปคร่าวๆคือ ทั้งสองคนอ่านการ์ตูนที่ชอบคือ พวกแฟนตาซีผุ้กล้า ชื่อ จอมมารกลับชาติ ก็จะหยอกล้อประมาณว่า ยุยอ่านจบก่อนเลย สปอย แต่ยูมะเห็นความน่ารักยุยเลยโกรธไม่ลง  แล้วก็พูดถึงตัวละครในการ์ตูน ชื่อฟี เป็นเทวดาที่หน้าตาน่ารัก ตัวเล็กทรงโลลิค่อน ผมสีขาวคล้ายยุย ประมาณว่า ยุยชอบตัวนี้เพราะคล้ายเธอ ส่วนยูมะก็ชอบตัวละครแนวโลลิด้วย  

หลังจากนี้ทั้งสองคนจะพิมพ์แชทต่อ

“จะว่าไปถ้านายคอสเพลย์เป็นตัวละคร ฟี  ชั้นว่าน่าจะเข้ากับนายนะ”

“เอ๋.. คอสเพลย์? ยูมะเคยคอสเพลย์ด้วยรึไง”

“เปล่า ไม่เคยหรอก แต่คิดว่าอยากเห็นคนรู้จักคอสเพลย์ดูสักครั้ง อยากถามว่ามันรู้สึกยังไง สนมะ”

“ไม่ไม่ไม่ ไม่มีทาง ถึงเป็นยูมะขอร้อง ผมก็ไม่ทำเรื่องนี้แน่”

“อะนะ คอสเพลย์นี่จริงๆก็พูดเล่นไปงั้นล่ะ แต่ส่วนหนึ่งถ้าคอสเพลย์ขึ้นมา อย่างน้อยจะได้ลองเปลี่ยนเครื่องแต่งกายบ้าง ไม่ต้องสวมฮู้ดคลุมผมไง”

ทุกวันนี้ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ แต่เสื้อผ้ายุยยังคงเป็นชุดฮาก้าพร้อมฮู้ดทุกวัน

ยูมะเป็นห่วงเธอเพราะว่า มาเล่นร้านเน็ตมันก็ไม่มีปัญหาจะแต่งไปรเวทก็ตามสบาย แต่พอเข้าโรงเรียน มันต้องใส่เครื่องแบบ ควรหัดใส่ชุดอื่นบ้างน่าจะดีกว่า

“อย่างน้อยขั้นแรกเลย เอาแค่ตอนอยู่กับชั้นสองคน นายถอดฮู้ดออกก็ได้นะ นายก็น่าจะรู้ดีว่าชั้นไม่แกล้งนายเรื่องสีผมอยู่แล้ว”

“อืม”

ยุยพิมพ์แชทจบ วางสมาร์ทโฟน สูดลมหายใจเข้าลึก มองไปรอบๆ ก่อนที่แววตาเธอจะฮึดสู้่ขึ้นมา เธอค่อยๆถอดฮู้ดคลุมผมออก ผมยาวสีขาวของเธอแผ่สยายออกมา ราวกับปีกนางฟ้า

ยูมะเพิ่งสังเกตเห็นว่า ทรงผมยุย ไว้ผมยาวถึงช่วงกลางหลัง  ตอนสวมฮุ้ดยังไม่รู้สึกอะไร แต่พอตอนนี้เห็นทรงผมของเธอที่เข้ากับรูปลักษณ์เต็มๆ ให้ความรู้สึกว่าเธอเป็นผู้หญิงมากกว่าเดิม เล่นเอาใจเต้นตุ้มต่อม

“ป…เป็น..ไงบ้าง..แปลกใช่มั้ย?”

ยุยถามด้วยท่าทางเขินอาย

ส่วนคำตอบยูมะตือ

“น่ารักมาก……. เอ๊ย ไม่มีอะไรหรอก”

ท่าทางและทรงผมของเธอมันน่ารักมากจนยูมะหลุดปากพูดไปโดยไม่รู้ตัวก่อนจะรีบกลบเกลื่อนด้วยความเขิน

ทางด้านยุยก็สีหน้าแดงเรื่อ หยิบสมาร์ทโฟนพิมพ์แชทตอบ

“โกหก ดูยังไงมันก็มีชัดๆ”

“ปัทโธ่ มองโลกในแง่บวกบ้างสิครับ เออ จริงๆมันมีแหละ นายน่ารักมาก นายเป็นคนสวยสุดๆนะจะบอกให้”

ยุยอ่านแชทที่ยูมะพิมพ์ตอบ หน้าเธอแดงยิ่งกว่าเดิม

“ชมผู้หญิงว่าน่ารักทั้งต่อหน้าและลับหลัง ไม่รู้สึกอายบ้างเหรอ”

“ทำไมนายพูดเหมือนไม่เชื่อว่าตัวเองน่ารักจริงๆรึไง คิดว่าชั้นยอเธอไปเรื่อยเหรอ ให้ชั้นพูดอีกกี่ครั้งก็ได้ นายน่ารัก  ยุยจังน่ารักที่สุดเลย”

“หยุดได้แล้ว!ตอนนี้ชั้นอายจริงๆแล้วนะ หยุดพูดน้าาาาา”

เอาจริงๆยูมะเองก็เริ่มรู้สึกเขินขึ้นมาแล้วเหมือนกัน เลยเปลียนหัวข้อ

“จะว่าไป ผมนายเป็นสีแบบนี้เพราะย้อมมารึไง”

“ไม่รู้ อยู่ๆก็เป็นเอง ตอนอยู่ชั้นประถม สีผมชั้นค่อยๆเปลี่ยนเรื่อยๆ เลยโดนล้อมาตั้งแต่ตอนนั้น”

“เด็กประถมพวกนั้นมันก็ปากมอมไปเรื่อยอย่าไปคิดเยอะน่า ชั้นพอเข้าใจความรู้สึกนายที่เป็นกังวลเรื่องสีผม  แต่อย่าไปใส่ใจกับสังคมเกินไป แล้วก็ถ้านายเอาความแจ่มใสแบบที่เห็นในแชท ไปใช้ในชีวิตจริงได้ รับประกันเลยว่านายป๊อบแน่”

ยุยอ่านแชทจบ สีหน้าเขินอาย หลบตายูมะ พิมพ์แชทตอบ 

“ไม่ต้องป๊อบก็ไม่เห็นเป็นไร..”

เอาจริงๆถ้าเป็นพล็อตเรื่องมังงะโรแมนติก ถอดฮู้ดแบบนี้+มีคนชม ความมั่นใจของตัวเอกต้องล้นปรี่ กลายเป็นสาวฮอตไปแล้ว แต่ชีวิตจริง คือเธอยังคงไม่กล้าเปลี่ยนแปลงตัวเอง เห็นชัดเลยว่าถอดฮุ้ดมาถึงตอนนี้ ท่าทีเธอกระวนกวะวายมาก

แต่ก็ช่างเถอะ มาได้ถึงขนาดนี้ก็บุญแค่ไหนแล้ว ไม่ต้องรีบก็ได้

ว่าไป กลับไปอ่านการ์ตูรต่อดีกว่า ยูมะคิดแบบนี้ แต่จู่ๆยุยก็คว้าแขนเสื้อยูมะ 

“ยูมะ….”

“หือ?มีอะไรเหรอ”

“ชั้น…น่ารัก..จริงๆเหรอ…ไม่ได้อวย..เกินจริง.ใช่มั้ย”

ยุยยังคงมีท่าทีเขินอาย หน้าแดงแป๊ด แต่คราวนี้เธอสบตากับยูมะโดยตรง

“…น่ารักจริงๆครับ ยืนยันจากใจ”

พอเธอสบตา ยูมะรู้สึกอายยิ่งกว่าเดิมเท่าตัว แต่ก็พูดออกไปตามจริง

“จริงเหรอ แฮะแฮะ”

ยุยเขินและดีใจจนหัวเราะออกมา 

“ถ้ายูมะพูดจริง ชั้นจะ…ลองพยายาม..ให้มากกว่านี้”

****

คราวนี้หลังออกจากร้านเน็ต ยุยตัดสินใจไม่สวมฮู้ด

“ดูสภาพนายแล้ว..ไม่น่าไหวนะ”

“ว…ไหว..”

พอออกมาหน้าร้านปุ๊บ ยุยตัวแข็งทื่อไม่ขยับ

วันนี้ตอนยูมะออกจากร้านเน็ต เป็นช่วงเวลากลับบ้านของคนทำงาน ผู้คนพลุกพล่านมากบนทางสัญจร และคนที่ผ่านไปมา มีจำนวนไม่น้อยที่มองผมของยุย

“ถึงบอกว่าไหว แต่ไม่ต้องฝืนก็ได้นะ”

“ชั้นตัดสินใจ..แล้ว..ว่าจะลอง..พยายาม”

คำพูดของยุยดูมุ่งมั่น แต่ความเป็นจริงคือถึงตอนนี้เธอยังไม่ขยับตัวจากที่เดิมสักก้าว

“ยูมะ..ชั้นมีเรื่อง..ขอร้องอย่างหนึ่ีง”

“อืมได้สิ”

“ยืม..แขน..ได้มั้ย”

“แขน?”

ยูมะยังไม่เข้าใจแจ่มแจ้ง แต่ก็ยื่นแขนให้ยุย

“ห๊ะ”

พอยื่นปุ๊บ ยุยกอดแขนยูมะเดินเคียงข้างแบบพวกคู่รักหวานแหววเดินควงแขนกัน เล่นเอายูมะใจเต้นตึกตักเพราะไม่เคยเจอผู้หญิงทำแบบนี้มาก่อน

เห็นสภาพยุยที่พยายามขนาดนี้ จะปฏิเสธ สะบัดแขนออก เธอคงรู้สึกไม่ดีแน่

“คือจะให้ส่งนายถึงบ้านทั้งอย่างนี้ใช่มั้ย”

ยุยหลับตาปี๋ พลางพยักหน้าเล็กน้อย แสดงชัดว่าให้ทำตามที่บอก

“มา งั้นก็กลับกันครับ”

ในระหว่างเดินทางกลับ ผู้คนรอบข้างต่างพากันมองพวกยูมะราวกับเห็นของเล่นน่าสนุก  บางคนก็ยิ้มเมื่อเดินผ่าน

ด้วยความที่ยุยกอดแขนยูมะแน่น+หลับตา ทำให้การเดินทางพาไปส่งบ้านยุยครั้งนี้ช้ากว่าปกติพอควร

****

ทันทีที่ถึงหน้าบ้าน ยุยเป่าปากถอนใจโล่งอกสุดพลัง รีบหยิบมือถือแชทหายูมะ

“ยุมะ วันนี้ผมพยามได้ดีมากใช่มั้ย ชมหน่อยสิ ชมหน่อย”

ยุยแชทด้วยสีหน้ายิ้มแย้มดีใจ  พอยูมะเห็นสีหน้าเธอเลยหัวเราะ เกิดความรู้สึกว่าถ้าเขามีน้องสาว ฟีลลิ่งคงประมาณนี้แหละ

เอาจริงๆ เดินมานี่ก็สภาพดูไม่จิดนะ เพราะเธอหลับตาปี๋มาตลอดทาง แต่ก็ต้องยอมรับว่านี่คือก้าวแรกครั้งสำคัญของเธอที่ใช้ความกล้าฝ่าปัญหา ฉะนั้นควรชื่นชมเธอในเรื่องนี้

ยูมะคิดจบยื่นมือไปแตะหัวยุย ลูบหัวอย่างอ่อนโยน

“จ้าจ้า ครั้งนี้พยายามได้ดีมากครับ”

ยุยที่ถูกยูมะลูบหัว สีหน้าตกใจ เงยมองยูมะ

…อะเร้ะ? หรือกูทำอะไรผิดฟะ หรือที่บอกให้ชมตะกี้เป็นมุกเหรอ  แล้วกูก็ไปลูบหัวเพราะอ่านบรรยากาศไม่เป็นรึเปล่า

ยูมะคิดจบ รีบถอนมือออกทันที 

“ข..ขอโทษจริงๆ ชั้นเผลอคิดว่าเธอเป็นน้องสาวเลยลูบหัวไปโดยไม่รู้ตัว”

“.อืม..ไม่เป็นไร”

ยุยยังคงอายหน้าแดงระเรื่อ ยกมือทาบหน้าอกตัวเอง หายใจเข้าลึก หยิบมือถือพิมพ์แชท

“อย่าบอกนะว่าเมื่อสักครู่ยูมะคิดว่าผมเป็นน้องสาวจริงๆ”

“..ขอโทษด้วย  ใช่แล้ว ชั้นเผลอคิดแบบนั้นจริง”

“ไม่เป็นไรสักหน่อย ผมพึ่งพานายเยอะมาก แต่มันก็อาย ถ้าอยู่ข้างนอก อย่าลูบหัวแบบนี้อีกนะ”

“โทษทีโทษที”

“ไม่ต้องขอโทษหรอก ผมแค่อายแต่ไม่ได้รู้สึกรังเกียจซะหน่อย”

ยุยพิมพ์แชทถึงตรงนี้ส่งไปปุ๊บ มือชะงักไม่พิมพ์ต่อ มองดูซ้ายขวารอบๆมั่นใจว่าไม่มีคนเลย  ก่อนจะพิม์อีกที

“ยูมะอยากลูบหัวผมั้ย”

“ห๊ะ?”

“ไม่ได้หมายถึงเชิงอย่างว่านะ แค่คิดว่า  อย่างผมเองถ้าเจอคาแรกเตอร์ตัวการ์ตูนที่ชอบก็มีฟีลอยากลองลูบหัวสักครั้ง มันจะน่ารักขนาดไหนนะ หรือยูมะไม่คิดแบบที่ผมคิดเหรอ”

“ก็ไม่ปฏิเสธนะ”

ตอนนี้ยูมะเองก็มีความรู้สึกอยากลูบหัวยุย เป็นความรู้สึกที่อยากลูบหัวน้องสาว ไม่ใช่ลุบด้วยความเสน่หาต่างเพศ

“ดีเลย งั้นถือว่านี่เป็นการแทนคำขอบคุณนะ”

ยุยค้อมตัว เอียงหัวลงเล็กน้อย เตรียมพร้อมให้ยูมะลูบเต็มที่

จะดีเหรอฟะ 

เอาจริงๆถ้าเป็นคนทั่วไป ผู้หญิงที่ไหนคงไม่ชอบให้ถูกลูบหัวหรอก เผลอๆเป็นคนอื่นคงขัดขืนข้อเสนอนี้ ไม่ใช่เสนอให้ลูบหัวต่อ

แต่เผอิญเคสนี้ ยุยดันเป็นคนเสนอเองด้วย จะปฏิเสธก็ไม่อยากทำ เอาวะ มีโอกาสคนเสนอมาก็จัดไป

สุดท้านยูมะก็ตัดสินใจยื่นมือลูบหัวยุย โดยตอนแรกใช้แค่ปลายนิ้ว ก่อนที่จะค่อยๆแปะทั้งมือลุบหัวเธอ 

รู้สึกได้ถึงความนุ่มนิ่มของเส้นผมที่สัมผัสผ่านมือ ราวกับว่ากำลังลูบไล้ผ้าไหมเนื้อดี ยูมะลูบซ้ายชวาด้วยความรู้สึกดีลึกๆในใจ

zuttomo

ทางยุยเองตอนถูกลูบหัวก็หลับตานิ่ง แม้ว่าใบหน้าเธอจะแดงเพราะความเขิน แต่ภาษากายก็บอกชัดว่าเธอไม่ได้รู้สึกรังเกียจที่ยูมะลูบหัวแต่อย่างใด

 

กะแล้วเชียว เธอนี่น่ารักจริงๆ

ถึงกระนั้น ฟีลลิ่งที่ลูบหัวตอนนี้ ก็ยังคงเป็นความรู้สึกที่มีต่อเธอเหมือนน้องสาว ยังไม่ใช่ความเสน่หาเชิงชู้สาวต่างเพศ

 

ว่าไป ตอนนั้นเราก็ดันไปคุยกับยุยได้เนอะว่า สเป็คสาวที่ชอบต้องเป็นรุ่นพี่อกสะบึม

บางทีเพราะเหตุนี้ด้วยมั้ง ยุยเลยมั่นใจปล่อยให้ยูมะลูบหัว เพราะรู้ว่ารสนิยมยูมะไม่ใช่แนวแบบยุย

จะว่าไป ทำไมผมถึงมาคิดเรื่องแบบนี้ในขณะลูบหัวเธอนะ

“เป็นอะไร..รึเปล่า..ยูมะ”

“อ๊ะ เปล่า  ไม่มีอะไร ถ้างั้นเดี๋ยวชั้นขอตัวกลับก่อนนะ”

 

“อืม ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ”

“โอเช”

ถือว่าเหตุการณ์วันนี้ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี มีแววว่าโรคสื่อสารกับคนอื่นไม่เก่งน่าจะหายได้ในเร็วๆนี้  ถ้าเหตุการณ์ยังดำเนินไปในทางนี้เรื่อยๆ ถือว่าสวยงาม

 

แต่โชคร้ายว่าวันถัดไป มีเหตุการณ์บางอย่างไม่คาดคิด

 

จบCH3

อ่าน Zuttomo This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend  『ずっと友達でいてね』と言っていた女友達が友達じゃなくなるまで  CH3 (เสริม) เมฆฝนตั้งเค้า

หลังกินข้าวกลางวันเสร็จ ยุยนั่งอยู่บนเก้าอี้ หน้าโต๊ะเครื่องแป้งที่มีกระจกบานใหญ่ตัั้งข้างหน้า

เธอกอดตุ๊กตาหมี บังหน้าส่วนหนึ่งตัวเอง แอบมองกระจก

ชั้น…น่ารักตามเขาว่า..จริงเหรอ..

ยุยกำลังลองคิดเรื่องนี้ซ้ำไปซ้ำมาอยู่หน้ากระจก

ปกติเธอเป็นคนที่เกลียดการส่องกระจกมาก เพราะทุกครั้งที่ส่องกระจก เธอจะคิดเสมอว่า “ชั้นมันไม่เหมือนคนอื่น ทุกคนถึงแกล้ง”

แต่ครั้งนี้เธอไม่รังเกียจเรื่องส่องกระจก เพราะยูมะบอกหลายครั้ง ไม่ใช่รอบเดียว ว่าเธอน่ารักจริงๆ

แน่นอนว่า บางทีเขาอาจจะอวยเกินจริงก็ได้ แต่กระนั้น คำชมของเขาก็ทำให้เธอรู้สึกดีใจจนยิ้มไม่หุบ

ถึงตอนแรกยูมะจะมีทีท่าตกใจเรื่องสีผม แต่สุดท้ายเขาก็ปฏิบัติตัวเป็นเพื่อนตามปกติไม่มีรังเกียจเดียจฉันท์

เขาพยายามที่แก้ปัญหาให้ชั้นจริงจัง พยายามที่จะให้ชั้นมั่นใจและให้ความสำคัญกับตัวเองมากกว่านี้

“แฮะแฮะแฮะ”

แน่นอนว่าการปรับทัศนคติมันเหนื่อยมาก แต่มันก็ทำให้เธอดีใจมากที่มีคนช่วย

“ชั้นก็ต้องพยายาม…ให้มากกว่านี้..”

เธอรู้สึกดีที่มียูมะอยู่เคียงข้าง แต่ก็คิดว่าการพึ่งพาเขาตลอดไปไม่ใช่เรื่องที่ดี หากเรื่องไหนที่ตัวเองทำได้ ก็ควรจะทำให้ดีกว่านี้

ยุยเกลียดผมสีขาวของตัวเอง แต่วันนี้เธอส่องกระจก  ท่องประโยคล่างในใจซ้ำไปซ้ำมา

“ชั้นน่ารัก…ชั้นน่ารักที่สุด…เพราะยูมะบอกว่าชั้นน่ารักจริง…ชั้นน่ารักไม่มีใครเทียบได้”

วันนี้ยูมะสัญญาว่าจะมาเล่นด้วยกันเหมือนเดิม และนี่ก็ใกล้ได้เวลาแล้ว

ปกติทุกครั้งที่ออกไปข้างนอก เครื่องแต่งกายประจำตัวคือชุดฮาก้ามีฮู้ดคลุมผม แต่วันนี้เธอตั้งใจแล้วว่าจะไม่ใส่

การไม่ใส่ฮุ้ดมันก็กังวลสายตาคนรอบข้าง แต่อาจจะได้คำชมจากยูมะ ก็น่าจะคุ้มนะ 

กริ๊ง- เสียงเตือนว่าแชทมีข้อความเข้าดังขึ้น

ยุยมองโทรศัพท์ คนส่งแชทคือยูมะ เนื้อหาว่าวันนี้อาจจะเลทนิดหน่อย

ยุยพิมพ์ตอบว่า “รับทราบจ้า” กระนั้น เธอรู้สึกว่าการรอคอยช่างยาวนานเหลือเกิน

“งั้นเป็นฝั่งเราเองลองเดินไปหาเขาบ้างจะดีกว่ามั้ยนะ?”

ความคิดนี้ลอยเข้าหัวยุยแว่บหนึ่ง

ตั้งแต่วันที่พบกันครั้งแรกถึงปัจจุบัน ยูมะจะเป็นฝ่ายออกมารับยุยถึงที่บ้านตลอด เธอเลยคิดว่าครั้งนี้ลองเป็นเธอบ้างที่ออกไปหาเขาดูดีกว่า

ที่อยู่แมนชั่นยูมะ เธอก็จำได้ว่าอยู่ตรงไหน ใกล้ๆนี่เองไปไม่ยาก

“ถ้าเราเป็นคนออกไปดักรอเขาที่หน้าประตูแมนชั่น เขาจะตกใจ..หรือดีใจรึเปล่าน้า”

ยุยนึกถึงเรื่องเมื่อวาน

เธอกลับบ้านพร้อมยูมะด้วยท่าควงแขนเขาจนมาถึงบ้านตัวเอง พอถึงหน้าบ้านปุ๊บ เขากล่าวชมเธอ บอกว่าเธอพยายามได้ดีมาก 

ยุยคิดแล้วรู้สึกดีใจจนหลุดยิ้มออกมา

“…..ลองสักตั้งละกัน”

ยุยรวบรวมพลังใจ ตัดสินใจออกจากบ้านโดยไม่รอยูมะ

****

ทันทีที่ออกมาจากบ้าน เธอรู้สึกเสียใจกับคำว่าลองสักตั้ง

การเดินคนเดียวโดยไม่มีฮู้ดคลุมผม ไม่มียุมะเคียงข้าง จึงไม่มีที่ๆให้เธอหลบซ่อนตัว ต้องรับสายตาจากคนรอบข้างเต็มๆ

ตอนนี้เป็นช่วงกลางวันวันหยุดฤดูใบไม้ผลิ  ตามถนนหนทางมีเด็กวัยรุ่นราวคราวเดียวกับเธอเดินเต็มไปหมด

ปกติยูมะจะบอกเสมอว่า อย่าไปใส่ใจกับสายตาคนรอบข้าง ให้มีความั่นใจในตัวเอง สุดท้ายเธอพบว่ามันทำไม่ได้จริงๆ

ตอนนี้เธอรู้สึกว่ามีผู้คนทั้งโลกจับจ้องมองเธอ รู้สึกเหมือนผู้คนรอบข้างขยับปาก ราวกับจะพูดถึงเธอว่าอะไรสักอย่าง

“ไม่เป็นไร…ไม่เป็น..ไร”

ยุยท่องคำนี้กับตั้วเองในใจซ้ำไปมา เธอรู้สึกถึงเหงื่อซึมแผ่นหลัง  หัวใจปวดตุบๆ จึงพยายามหายใจเข้าลึก ค่อยๆลากขาทีละก้าว

“อีกนิดเดียวก็ถึงแมนชั่นยูมะแล้ว”

เธอท่องคำนี้ซ้ำไปมา

ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปรอเขาที่หน้าทางเข้าแมนชั่น สุดท้ายชั้นก็ฝืนไม่ไหว ติดต่อแชทบอกว่าให้ยูมะมาช่วยรับเธอหน่อย   ฉะนั้นจนกว่ายูมะจะมาถึง ชั้นต้องอดทนให้ผ่านพ้นสถานการณ์นี้ให้ได้

ทว่า สายตายุยพบกลุ่มเด็กผู้หญิงสามคนกำลังเดินมาหาเธอ

จู่ๆยุยก็รู้สึกกลัว สังหรณ์ใจว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่ดี แต่ว่าด้วยพละกำลังที่เธอมีตอนนี้ ไม่มีที่ให้เธอหนีพ้น สามสาวกำลังเข้ามาใกล้เธอเรื่อยๆ จนมาหยุดตรงหน้าเธอ ยุยรู้สึกได้ถึงสายตารังเกียจจากสามคนนั้น

“ว้าว ผมสีขาวของจริงรึเนี่ย”

“แปลกเนอะ!”

“น่าขยะแขยงจัง”

คำพูดที่ลอยเข้าหูยุยจากปากสามสาว ทำให้ยุยนึกถึงอดีตที่โดนแกล้ง 

เธอรู้ดีว่าคำพูดพวกนี้ไม่ควรมาใส่ใจ สมองพยายามคิด แต่ร่างกายกับหัวใจไม่ยอมทำตามที่เธอคิด ตอนนี้เธอรู้สึกปวดแปล๊บที่หัวใจ

คำพูดของสามสาวทำให้ยุยนึกย้อนไปสมัยประถม เมื่อก่อนก็มีคนพูดแบบนี้ และเธอก็โดนเด็กพวกนั้นแกล้ง ความทรงจำเลวร้ายทุกอย่างวิ่งผ่านสายตายุยไม่หยุด

“ฮ้า….ฮ้าาาาา.”

ลมหายใจติดขัด หายใจไม่ออก

นี่คืออาการ โรคหายใจเกิน (Hyperventilation Syndrome) สาเหตุกำเริบเกิดขึ้นจากความเครียดหรือรู้สึกกังวลถึงขีดสุด

**หมายเหตุจากผู้แปล อ่านรายละเอียดโรคเพิ่มเติมด้วยการ คลิกที่นี่ 

โรคนี้เกิดขึ้นสาเหตุเกิดจากร่างกายยุยอ่อนแอแต่เด็ก +โดนคนอื่นแกล้ง

หากใช้ชีวิตเหมือนที่ผ่านมา อาการโรคจะไม่แสดงผล แต่เมื่อกังวลหรือเครียดจัด อาการจะกำเริบได้ง่าย

“เห็นอาการไม่กำเริบมานาน คิดว่าหายขาดแล้วซะอีก”

ยุยพูดตะกุกตะกักออกมา  เธอรู้สึกหน้ามืดตาลาย ยืนไม่ไหว ก่อนที่เข่าเธอจะทรุดลงกับพื้นอย่างควบคุมไม่ได้ 

“ด…เดี๋ยวนะ ท่าทางไม่สู้ดีแล้วไง”

“พวกชั้นไม่เกี่ยวนะ”

สายตาพร่าเลือนของเธอเห็นสามสาวพวกนั้นวิ่งหายไป

“หายใจ..ไม่ออก..ไม่ไหว…แล้ว”

ยุยรู้สึกทรมานไปทั้งตัว มือเท้าเริ่มชา

“ช่วย..ชั้น..ที…ยู…มะ..”

จิตสำนึกวูบสุดท้ายของยุยคือเรียกชื่อยูมะ ภาพรอบข้างดำมืดลง

“ยุย!”

เสียงเรียกดึงสติเธอกลับมา คือคนเรียกชื่อเธอ ไม่ใช่ใคร พระเอกของเรายูมะนั่นเอง

“ยู…มะ..”

ยูมะรีบประคองยุย กอดเธอไว้แน่น

เขาเป็นหนึ่งในคนที่เข้าใจเรื่องโรคหายใจเกินอย่างแจ่มแจ้ง ไม่ว่าจะสาเหตุหรือวิธีรักษาเฉพาะหน้า

ยูมะดึงหน้ายุยเข้ามาซบที่อกเขา ให้หูเธอได้ยินเสียงหัวใจเต้น ยูมะสูดลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะ ใช้มือหนึ่งข้างลูบหลังยุยอย่างอ่อนโยน เป็นภาษาทางร่างกายล้วนๆเพื่อใช้ปลอบคู่สนทนาให้ผ่อนคลาย

ทั้งสองคนอยู่ในท่านี้อยู่หลายนาที จนกระทั่งยูมะเห็นว่าอาการของยุยน่าจะดีขึ้นเรียบร้อยแล้วจึงสอบถาม

“ไหวมั้ยครับ”

“ข..ขอบคุณ…”

ยุยฝืนดันร่างตัวเองออกห่างยุมะ  ยูมะมองดูเธอด้วยสายตาเป็นห่วง

..น่าอายเหลือเกิน ชั้นไม่อยากให้เขาเห็นชั้นในสภาพน่าสมเพชเยี่ยงนี้

“โอ๊ย!”

ยุยรู้สึกเจ็บที่หัวเข่า สายตาเหลือบมองลงไปเห็นเลือดไหลที่เข่า คาดว่าน่าจะเป็นตอนที่เข่าทรุดชนกับพื้นแล้วเผอิญตรงนั้นคงมีกรวดเล็กๆอยู่พอดี

“เลือดออกด้วยนี่นา อย่าเอามือไปจับนะ”

“…ม..ไม่เป็น..ไร..แค่นี้เรื่องเล็ก..น้อย”

“ไม่เล็กน้อยหรอก ถึงแผลจะนิดเดียวแต่ถ้าเป็นบาดทะยักขึ้นมาจะทำไง”

ยูมะดุยุย ก่อนจะประคองเธอพาไปสวนสาธารณะใกล้ๆ

ยุมะใช้น้ำจากก๊อกน้ำดื่มในสวนสาธารณะล้างแผล พาเธอไปนั่งที่ม้านั่ง  ล้วงกระเป๋าตัวเองหยิบพลาสเตอร์มาปิดแผลให้

“พกพลาสเตอร์..ติดไปมา..ด้วยเหรอ”

“เนเน่บ่นชั้นตลอดอะนะว่าในกระเป๋าต้องมีพวกทิชชู่ พลาสเตอร์ปิดแผล แล้วก็ผ้าเช็ดหน้า ติดตัวไว้ตลอดห้ามลืมเด็ดขาด”

“นายเหมือนเป็นแม่..เลยนะ…”

ยุยพยายามจะฝืนเล่นมุกเพื่อหลอกยูมะว่า ตัวเองสบายดีไม่เป็นอะไร  แต่ดูแล้วเป็นการแสดงที่ห่วยแตกสิ้นดี  เพราะเสียงเธอสั่นเทา น้ำเสียงก็ขาดช่วงตอนท้ายอีก

ไม่อยากให้ยูมะเห็นชั้นในสภาพนี้เลย

ความตั้งใจของยุยคือไปถึงแมนชั่นก่อน เพื่อแสดงให้ยูมะเห็นว่าอาการดีขึ้นแล้วเพราะความช่วยเหลือของเขา อยากให้ยูมะชม อยากให้ยูมะและตัวเธอเองดีใจ เพื่อยืนยันเป็นหลักฐานว่าที่ยูมะออกมาเล่นกับเธอทุกวัน ช่วยให้อาการป่วยเธอดีขึ้นจริง

แต่สุดท้าย ทุกอย่างก็พังไม่เป็นท่า พอเหลือตัวเธอแค่คนเดียว ทำอะไรก็ไม่ขึ้นสักอย่าง ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนเลย

ยุยคิดถึงตรงนี้จบ รู้สึกสมเพชตัวเองจนอยากจะร้องไห้ออกมา

“..มีเรื่องอะไรไม่สบายใจรึเปล่า”

“…เปล่าไม่มีอะไร”

ปากพูดไม่มีอะไร แต่เสียงสี่นเทาที่หลุดจากปากก็บอกชัดแล้วว่ามีแน่ๆ ยูมะมองยุยด้วยความเป็นห่วง

ยุยอยากจะแสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรด้วยการบอกว่า ขอชั้นอยู่คนเดียว แต่หากทำแบบนั้น ถ้าขากลับบ้านตามลำพัง ถ้าเธอตกอยู่ในสถานการณ์แบบเดียวกับตะกี้ คราวนี้อาจถึงตายได้

ยิ่งคิด ความรู้สึกสมเพช ความรู้สึกว่าตัวเองช่างด้อยค่าไหลเวียนตามร่างกายไม่หยุด

“ถ้านายยังไม่พร้อมจะพูดชั้นก็ไม่เร่งรัดให้นายต้องบอกตอนนี้หรอก ไว้วันหลังนายอยากบอกเมื่อไรก็ค่อยบอกตอนนั้นก็ได้”

ยูมะดูจะเข้าใจความรุ้สึกของยุยตอนนี้ดีกล่าวปลอบโยน

ยุยไม่ได้ตอบกลับ ยูมะเลือกที่นั่งข้างๆเธอเงียบๆ

ยูมะคิดว่าถ้าเธอไม่พร้อมจะพูดตอนนี้ งั้นกลับไปใช้วิธีเดิมเหมือนที่ผ่านมาคือพิมพ์แชทอาจจะช่วยได้ คิดจบปุ๊บหยิบโทรศํพท์พิมพ์ข้อความหายุยบอกว่า “อยาคิดมากนะ”

“ไม่ต้องเป็นกังวลนะครับ”

พิมพ์จบปุ๊บ กดส่ง

สักัพกนึง เสียงแจ้งเตือนแชทดังขึ้นที่โทรศํพท์ยูมะ เขาหยิบขึ้นมาอ่าน มันเขียนว่า

“ผมเล่าเรื่องให้ฟังตอนนี้ได้ใช่มั้ย”

ยูมะพิมพ์ตอบกลับว่าได้สิ

ยุยพิมพ์กลับว่า

“ผมพยายามจะไปรอที่หน้าแมนชั่นยูมะ แต่ว่าระหว่างทางเจอกลุ่มเด็กผู้หญิงยืนอยู่”

“ห๊ะ!”

“หลังจากนั้นทั้งสามคนพูดว่า “แปลกดีเนอะ” “น่าขยะแขยงจัง” แล้วก็หัวเราะ เลยทำให้นึกถึงอดีตขึ้นมา”

ยุยพิมพฺ์ต่ออีก

“ผมรู้ทั้งรู้ว่าสังคมภายนอกยังไงก็ต้องมีคนแบบนี้ แต่พอเจอพูดอีกรอบในชีวิตจริง ภาพรอบตัวกลายเป็นสีขาวไปหมด รู้สึกหายใจไม่ออก”

“ผมเจ็บใจมาก อยากจะเถียงกลับเด็กพวกนั้น แต่สุดท้ายพูดอะไรไม่ออก  รู้สึกทรมานและสมเพชตัวเองเหลือเกิน”

อะเร้ะ?

หน้าจอโทรศัพท์ยุยมีหยดน้ำตกใส่ เธอคิดว่าตอนแรกฝนตก ก่อนจะรู้สึกตัวว่าไม่ใช่ฝน แต่เป็นน้ำตาของเธอเองที่ไม่รู้ว่าไหลออกมาตั้งแต่เมื่อไร และแม้จะพยายามกลั้นแต่น้ำตาเธอก็ยังคงไหลออกมาไม่หยุด

ยูมะเห็นสภาพยุย อยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็ตัดสินใจไม่พูด เลือกที่จะลูบหลังปลอบใจเธอเงียบๆ

『ずっと友達でいてね』と言っていた女友達が友達じゃなくなるまで

***

หลังจากนั้นสักพัก ยูมะพายุยมาส่งที่บ้านเธอ

ยูมะห่วงยุย คิดสภาพว่า ถ้าเป็นเพื่อนกัน แล้วเพื่อนมาเห็นสภาพที่น่าอายชวนสมเพชแบบนี้จะรู้สึกยังไง สุดท้ายการเดินกลับด้วยกันเงียบๆน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีสุดละ

เมื่อเดินมาถึงหน้าบ้านยุยเรียบร้อย ยูมะกล่าว

“เรื่องวันนี้ไม่ต้องเก็บไปคิดมากนะ”

เจตนาของยูมะคืออยากให้ยุยสบายใจเพราะยูมะเห็นสภาพยุย เขาก็รู้สึกเจ็บในหัวใจไม่แพ้กัน

ทว่าคำตอบกลับของยุยคือ

“พูดจาเพ้อไปเรื่อย ก็เห็นกันอยู่ว่าชั้นมันไอ้งั่งคนหนึ่ง จะให้ไม่เก็บไปคิด คิดว่าทำได้รึไง”

ยุยรู้ทั้งรู้ว่ายูมะพูดจาด้วยความหวังดี แต่หลายสิ่งที่สะสมในวันนี้ทำให้เธอระเบิดตัวเองอย่างห้ามใจไม่ไหว

“อย่าพูดจาเหมือนเข้าใจความรู้สึกของชั้นดีนักเลย”

“ย..ยุย”

“ชั้นมันตัวประหลาด ส่วนยูมะเป็นคนปกติ แล้วคนปกติจะมาเข้าใจความรู้สึกของตัวประหลาดได้รึไง”

ความรู้สึกยุยที่พรั่งพรูหยุดคำพูดตัวเองไม่ได้แล้ว ทว่าพอเริ่มตั้งสติได้ ยุยก็เริ่มรู้แล้วว่าตัวเองพูดในสิ่งที่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายมากกว่าเดิม

“…ขอโทษด้วย”

ยูมะสีหน้าเป็นทุกข์ พูดขออภัยเบาๆ

(ไม่ใช่นะ ยูมะไม่ใช่เป็นคนผิดสักหน่อย ฝั่งที่ต้องขอโทษคือชั้นต่างหาก)

หัวสมองยุยคิดถึงเรื่องยูมะไม่ใช่คนผิด เธอนี่แหละผิดเองและอยากขอโทษ แต่ทว่าเหมือนตอนนี้เธอลืมวิธีการพูดไปดื้อๆเมื่อเห็นสภาพยูมะ  แม้แต่ว่าคำว่า ชั้นขอโทษ ยังพูดออกมาไม่ได้

“วันนี้ชั้นขอตัวกลับก่อนนะ”

ยูมะพูดจบหันหลังเดินออกไป

รอเดี๋ยวก่อน ยุยอยากจะพูดคำนี้ออกไปให้ได้ มีคำพูดมากมายที่อยู่ในหัว แต่ไม่รู้ทำไม ร่างกายถึงไม่ฟังคำสั่ง เธอไม่สามารถพูดอะไรออกไปแม้แต่คำเดียวจนยูมะหายลับไป

จบCH3 (เสริม) เมฆฝนตั้งเค้า

อ่าน Zuttomo This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend  『ずっと友達でいてね』と言っていた女友達が友達じゃなくなるまで  CH4-1

“อ้าว? กลับมาแล้วเหรอยูคุง”

เนเน่วันนี้ไม่ได้ไปทำงาน หยุดอยู่บ้านเพราะเป็นวันหยุด แปลกใจเล็กน้อยที่เห็นยูมะกลับมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดี

“กลับมาแล้วครับ…”

“..เกิดเรื่องอะไรขึ้น ทะเลาะกับชวาร์สมารึเปล่า?”

“ไม่ครับ จะว่าทะเลาะก็พูดได้ไม่เต็มปาก ขอโทษนะครับ ตอนนี้ผมอยากอยู่คนเดียว”

“อ..อืม”

ยูมะขอโทษเนเน่ในใจ แต่จะให้ยูมะอธิบายสถานการณ์ด้วยสภาพจิตใจตอนนี้ เขาไม่มีความมั่นใจเลยว่าจะอธิบายทุกอย่างได้ชัดเจนมั้ย

ทันทีที่ถึงห้องตัวเอง ยูมะล้มตัวลงนอนกับเตียง สายตาเหม่อมองเพดาน

ชั้นไม่อยากเห็นสภาพยุยที่ทุกข์ทรมานแบบตะกี้

ข้างในเหมือนมีอะไรทิ่มแทง แต่ร่างกายกลับหนักจนขยับไปไหนไม่ได้  เขานึกไม่ถึงว่าการเห็นยุยในสภาพเป็นทุกข์จะทำร้ายจิตใจได้ขนาดนี้

ความคาดหวังของยูมะที่คิดว่าโรคสื่อสารไม่เก่งหรืออาการขาดความมั่นใจในตัวเองจะทุเลาได้ในเร็ววัน แต่วันนี้บทสรุปมันชัดเจน 

ทุกอย่างพังหมดสินะ

จะบอกว่าชั้นเร่งเกินไปเหรอ แต่ถ้าไม่รีบตอนนี้ เกิดโรงเรียนเปิดเทอมแต่เธอยังปรับตัวไม่ได้จะทำยังไง ชั้นจะช่วยเธอยังไงต่อดี

“แม่งเอ้ย….”

เจ็บใจชะมัด

กะอีแค่สีผมต่างกันนิดหน่อย พวกมันจะหัวเราะยุยทำบ้าไรวะ 

  ทั้งที่ยุยไม่ได้ทำอะไรผิดสักอย่าง ทำไมเแค่เธอออกมาเดินข้างนอกแล้วต้องเจอเหตุการณ์ส้นตีนแบบนี้แม่งบ้าไปแล้ว เจ็บใจ เจ็บใจโว้ย

ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่สร้างบาดแผลใจให้ยูมะอีกอย่างคือยุยร้องไห้แต่ตัวเขาไม่สามารถทำอะไรเพื่อเธอได้สักอย่าง

ความคิดยูมะตอนนี้คือยุยคือเพื่อน เป็นเหมือนน้องสาวของเขาอีกคนหนึ่ง  แล้วทั้งที่เธอมีความสำคัญขนาดนี้แต่ตัวเองกลับไม่มีปัญญาทำอะไรได้สักอย่าง

ยูมะกำหมัดแน่นทุบเตียงระบายความอึดอัดในใจที่ถาโถม

อะไรคือสิ่งเขาควรทำต่อจากนี้

นี่เท่ากับว่าเขาไม่เข้าใจความรู้สึกนึกคิดของยุยสักอย่าง

หากคบกับเธอต่อไป ชั้นจะกลายเป็นคนที่สร้างแผลทางใจให้เธอซะเองรึเปล่า?

ยุยอยากจะรักษาโรคสื่อสารไม่เก่งก่อนโรงเรียนเปิดเทอม  แต่ผลลัพธ์ความพยายามดันออกมาในรูปแบบนี้ ชั้นควรจะทำไงต่อไป

ยูมะปล่อยสายตาเหม่อลอยมองเพดานอย่างไร้จุดหมายสักพักจนกระทั่งมีเสียงดัง ก๊อก ก๊อก หน้าประตู  จากนั้นเนเน่ก็เปิดประตูเข้ามาในห้องก่อนที่ยูมะจะตอบซะอีก

“…เนเน่ ผมบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าตอนนี้อยากอยู่คนเดียว”

“ไม่รู้ไม่สนจ้า”

เนเน่ยิ้มตอบคำพูดผม

ถึงรู้ว่าตอนนี้เนเน่กำลังกวนโอ๊ยผมแต่ผมก็ไม่มีเรี่ยวแรงจะตอบกลับ

เนเน่เดินขึ้นมานั่งคุกเข่าบนเตียงผม  มือหนึ่งเคาะเตียง อีกมือเคาะที่เข่า

“ยูคุง มานี่สิ เดี๋ยวให้นอนบนตัก”

“…หา?”

ยูมะตะลึงในคำพูดเนเน่ เหลือบตามอง  ท่าทีของเนเน่แม้หน้าจะยิ้มแต่ยูมะรู้ว่าเธอจริงจังกับคำพูดตะกี้

ถึงเนเน่จะไม่ได้เป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกันแต่ก็นับว่าเป็นพี่น้องกับเขา ผมรู้ว่าเนเน่ไม่ได้มีเจตนาร้ายจะแกล้งผล กลับกัน เธอเป็นห่วงผมมากด้วยถึงเข้ามาในห้อง

“ยูคุงตอนนี้เหมือนแบกรับบางสิ่งไว้มากมาย ไม่รู้สึกเหนื่อยบ้างเหรอ”

“คือว่า…”

“ถ้าอยู่คนเดียวในสภาพหมกหมุ่นอย่างนี้  ยิ่งคิดสถานการณ์ยิ่งมีแต่เลวร้ายลงเปล่าๆ  เวลาแบบนี้สิ่งที่ควรทำคือหันหน้าปรึกษาคนในครอบครัวนะ  ถ้ามีเรื่องอยากจะพูดละก็ ไม่ว่าอะไรพี่รอรับฟังอยุ่นะ”

เนเน่กล่าวจบ ทุบเข่าตัวเองอีกรอบเป็นภาษากายบอกชัดว่าให้มานอนหนุนตักพร้อมเล่าเหตุการณ์มาซะ

“เอ้า อย่าเอาแต่มอง รีบลุกมาได้แล้ว ไม่งั้นถ้าไม่พูดปฏิเสธให้ชัดเจน พี่ก็จะนั่งคุกเข่ารอตรงนี้เรื่อยๆไม่ออกไปจากห้องนะ”

ยูมะหัวเราะขื่นๆ ถอนหายใจหนึ่งเฮือก เอาเหอะ ก็ไม่ใช่ว่าจะรู้สึกแย่ที่มีคนเป็นห่วง อย่างน้อยก็รู้สึกเหมือนได้ระบายบางอย่าง   

สรุปว่ายูมะขยับตัวเอง เอนหัวนอนตักเนเน่

เนเน่ส่งยิ้มให้อย่างอ่อนโยน วางมือปิดตายูมะ

“ฮะฮะ ไม่ได้สกินชิพกับยูคุงมานาน น่าคิดถึงเหมือนกันนะ”

เนเน่กล่าวพลางยืดนิ้วนวดขมับยูมะ ทำให้ยูมะรู้สึกดีขึ้นมาพอควร

“เน่ ยูคุง ถ้าไม่พร้อม ก็เล่าแค่เรื่องที่คิดว่าเล่าได้ก็พอ อันไหนไม่อยากก็ไม่เป็นไร มีเรื่องอะไร ไหนเหลาให้ฟังซิ”

“คือว่า…”

“ม่า เอาจริงๆนะถึงบอกว่าให้ปรึกษาพี่ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าพี่จะสามารถแก้ปัญหาให้ยุคุงได้หรอก กระนั้นถ้าได้พูดอะไรออกมาบ้างมันเป็นการระบายแล้วจะรู้สึกดีขึ้นนะ”

เนเน่

เนเน่กล่าวพลางเลื่อนมือดึงแก้มยูมะเบาๆ

ให้ตายสิ ยูมะคิดว่าตอนนี้ฟีลลิ่งไม่รู้จะเปรียบเนเน่ว่าเธอเป็นพี่หรือเธอเป็นแม่ที่อ่อนโยนดูแลผมกันแน่

 

“ผมไม่รู้ว่าจะเริ่มเล่าจากตรงไหนก่อนดี”

“หือ?”

“เนเน่…ไม่รู้สิ ในช่วงเวลานี้ ผมว่าพี่เป็นผู้ใหญ่ที่เจ้าเล่ห์มากเลยนะ”

“ฮะฮะ แต่สุดท้ายชั้นก็เป็นพี่สาวอยู่ดีนะ  ถ้าน้องชายตกที่นั่งลำบาก พี่สาวก็ต้องออกหน้าช่วยเหลือสิ”

สรุปว่ายูมะก็เริ่มเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นตั้งแต่ที่เป็นเพื่อนกับชวาร์สทางเน็จจนถึงเหตุการณ์ปัจจบัน ยกเว้นเรื่องเดียวที่ไม่บอกเนเน่คือชวาร์สเป็นผู้หญิง

“ยูคุงให้ความสำคัญกับชวาร์สมากจนพี่รู้สึกหึงนิดๆเลยนะ”

“ถึงบอกให้ความสำคัญ แต่สุดท้ายเพราะผมเป็นคนเร่งมากไปเลยสร้างบาดแผลทางใจให้ชวา.. อุ๊บ?”

เนเน่ใช้สองนิ้วบีบปากยูมะไม่ให้พูดต่อ

 

“ห้ามพูดเหมือนว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของตัวเองสิ  พูดจาไม่คิดต้องโดนลงโทษแบบนี้”

 

“ก็นะ ถึงพูดจาทำร้ายจิตใจกัน แต่พี่คิดว่ายูคุงไม่ควรใส่ใจเรื่องนี้เกินไป  ขอสรุปว่าเหตุการณ์ที่เกิดเป็นเพราะชวาร์สพยายาม แต่ล้มเหลว พอใจเย็นทั้งคู่ก็เริ่มทะเลาะกัน พี่เข้าใจถูกต้องนะ”

“อืม..”

“เท่าที่ฟัง ยูคุงชอบชวาร์สมากๆเลยนะ”

เนเน่วเราะเล็กน้อย กล่าวต่อ

“งั้นขอถามกลับกันนะ คิดว่าตอนที่ทะเลาะกัน ชวาร์สอยู่ในสภาวะปกติมั้ย คิดว่าใจจริงชวาร์สอยากจะจบความสัมพันธ์กับยูคุงเหรอ… ชวาร์สที่ฮึดสู้จนออกมาพบยูคุงด้วยตัวเองคนนัั้นอะนะ”

คำพูดของเนเน่กระแทกใจเต็มๆ ใช่แล้ว ยูมะลืมไปซะสนิท

 

คนที่พูดว่า อยากรักษาโรคสื่อสารไม่เก่ง  อยากจะเป็นเพื่อนกับเขา ทุกอย่าง ยุยเป็นฝั่งเอ่ยปากก่อนทั้งนั้น

ยุยเป็นคนมีความกล้าหาญ ล้มแค่นี้อาจจะท้อ แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอต้องยกธงขาวยอมแพ้ซะหน่อย

 

“ถ้ายูคุงคิดว่าเขาเป็นเพื่อนคนสำคัญ อยากให้ยูคุงเชื่อมั่นในตัวเพื่อนมากกว่านี้นะ”

“…อืม”

“ชวาร์สเป็นเด็กที่กล้าหาญ  ตอนนี้อาจจะมีล้มบ้าง แต่เดี๋ยวเขาก็ฮึดสู้เดินไปข้างหน้าต่อได้แน่  ยูคุงไม่คิดแบบนี้บ้างเหรอ”

“…อืม”

“ฉะนั้นยูคุงควรจะเป็นคนจับมือดึงเขาเวลาล้ม แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง ถึงต่อจากนี้อาจจะต้องเจออะไรๆอีกมากในอนาคต แต่ถ้าทั้งสองคนยังเป็นเพื่อนกันมันต้องฝ่าไปได้แน่”

“…ครับ”

คำพูดของเนเน่ช่วยปัดเป่าความทุกข์ที่ยูมะแบกรับไว้หมด แต่ว่าพอคิดถึงเรื่องที่ยูมะนอนบนตักเนเน่ ไม่รู้ทำไม จู่ๆรู้สึกหน้าร้อนผ่าวนิดหน่อย

 

“ขอบคุณนะครับเนเน่ เพราะเนเน่ ผมเลยรู้สึกดีขึ้นมาหน่อยละครับ”

“ไม่เป็นไรจ้า นานๆทีชั้นจะได้แสดงบทพี่สาวให้ยูคุงบ้าง ฮะฮะ หวังว่าคงไม่ตกหลุมรักชั้นนะ”

“จะบ้าเรอะไง ดูอายุพี่กับผมก่อนเหอะ”

“อ้าวๆ ยูคุง… พูดเรื่องอายุต่อหน้าผู้หญิง สงสัยอยากจะมีเรื่องสินะ”

เนเน่พูดจบ ทั้งคู่ต่างหัวเราะ  เสียงหัวเราะของยูมะชัดเจนว่าเขาสบายใจขึ้นมากจริงๆ

“ทีนี้จะเอาไงต่อละ จะไปบ้านชวาร์สเพื่อขอคืนดีมั้ย”

“ก็ว่าจะทำแบบนั้นนะ …หือ?”

ยูมะคิดอยู่ว่าจะเดินทางไปตอนไหน เริ่มพูดยังไงดี ทว่าเขาได้ยินเสียงน้ำหยดหลังคารัวๆ

 

“..ฝนตกรึ”

“เอ๋ พยากรณ์อากาศบอกว่าวันนี้ฝนไม่ตกนี่นา”

ดูจากเสียงที่กระทบหลังคา ดุท่าว่าฝนน่าจะตกหนักในไม่ช้านี้

“ซ..ซวยแล้ว ชั้นตากที่นอนไว้บนระเบียงด้วย”

“งานหยาบของจริง รีบไปเก็บกันเถอะครับ”

ยูมะสปริงตัวออกจากเตียง วิ่งไปที่ระเบียง

ฝนเริ่มตกหนักขึ้น ที่นอนที่ตากไว้บนระเบียงเลยดูดน้ำฝนไปเล็กน้อย แล้วไอที่นอนนี่ก็น้ำหนักไม่ใช่เบาซะด้วย

 

ถือว่าโชคดีที่วันนี้อยู่บ้าน เพราะถ้ามีแค่เนเน่คนเดียว คงไม่น่าแบกที่นอนจากระเบียงไหว เพราะหนักเอาเรื่อง ….เฮ้ย นั่นมัน

 

จังหวะที่ยูมะดึดที่นอนลงมาจากระเบียง สายตาเขาเหลือบมองไปที่ชั้นล่างสุด  หน้าแมนชั่นมีเด็กสาวผมขาวยืนอยู่

“…ยุย”

ยุยยืนตากฝนโดยที่ไม่ได้กางร่ม ดูเหมือนว่าเธอจะเดินทางมาหาเขาที่แมนชั่นด้วยตัวเอง

 

“มีอะไรรึเปล่า”

“โทษทีนะเนเน่ ฝากที่นอนด้วย”

“เอ้า?”

ยูมะยกที่นอนให้เนเน่ถือ รีบวิ่งออกจากห้องไปกดลิฟท์ แต่ปรากฏว่าลิฟท์ใช้การไม่ได้ อยู่ในระหว่างการซ่อม

 

ยูมะตัดสินใจรีบวิ่งลงบันไดแทน  ในใจคิดว่าบ้าเอ๊ย กะจะเป็นคนออกไปหาเธอก่อนแท้ๆแล้วทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ยูมะรีบวิ่งลงบันไดแบบลืมตาย  จนในที่สุดก็ถึงชั้นล่าง เขาเปิดประตูแมนชั่นออกมา

 

ยุยยังคงยืนอยู่ที่เดิม พอเห็นยูมะ เธอทำหน้าตกใจ

“เอ๊ะ…ยูมะ?”

“ยุย..ทำไมเธอมาอยู่ที่นี่”

 

 

 

อ่าน Zuttomo This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend  『ずっと友達でいてね』と言っていた女友達が友達じゃなくなるまで  CH4-2

“ชั้น…ชั้นขอโทษนะ”

ยังไม่ทันที่ยูมะจะถามเหตุผลที่เธอมาที่นี่จนครบประโยค ยุยก็ชิงพูดมาก่อนพร้อมก้มหัวด้วยท่าทีขอโทษสุดพลัง

 

“ชั้นขอโทษที่พูดจาแย่ๆออกไป ชั้นขอโทษที่ให้ยูมะรู้สึกไม่ดี ทั้งที่ยูมะไม่ได้ทำอะไรผิดแท้ๆแต่ชั้น….”

สำหรับยูมะ นี่เป็นน้ำเสียงยุยที่เปล่งออกมาจากก้นบึ้งหัวใจ เขารับรู้แล้วว่าเธอพยายามสุดชีวิตที่จะพูดขอโทษเขาในทุกเรื่องที่ผ่านมา

 

“ม..ไม่เป็นไรหรอกครับ เงยหน้าขึ้นเถอะ”

ยูมะกล่าวอย่างอ่อนโยน ยุยค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาช้าๆ

“…มาถึงที่นี่ด้วยตัวคนเดียวรึครับ”

“..อืม”

“เดินทางมาถึงนี่ด้วยตัวคนเดียวไม่เป็นไรจริงๆเหรอ..?”

“ชั้นพูดจาไม่ดีใส่ สีหน้ายูมะตอนนั้นเจ็บปวดจากคำพูดแย่ๆของชั้น ดังนั้นชั้นต้องขอโทษให้ได้..”

  “ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้ จริงๆแชทมาก็พอแล้ว”

“ช..ชั้นอยากพูดโดยตรงต่อหน้ายูมะจากปากตัวเอง ได้โปรด ชั้นขอความกรุณาให้ยูมะช่วยอีกสักครั้งนะ”

“ขอความกรุณาเรื่องอะไรครับ”

ยุยสูดลมหายใจเข้าลึกกล่าวต่อ

“เรื่องรักษาโรคสื่อสารไม่เก่ง รวมถึงเรื่องใช้ชีวิตสนุกสนานในโรงเรียนเมื่อเปิดเทอม”

ยุยกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังและพยายามสุดชีวิต

“เพราะว่า…เพราะว่าชั้นชอบยูมะที่สุด… ยูมะเป็นเพื่อนคนแรกของชั้น เป็นพี่ชาย เวลาที่ได้ทำกิจกรรวมร่วมกันกับยูมะชั้นมีความสุข  เพราะงั้นชั้นอยากจะใช้ชีวิตม.ปลายด้วยกัน  ลงทะเบียนเรียนด้วยกัน เรียนคาบเดียวกัน กินข้าวกลางวันด้วยกัน ไม่ว่าจะเวลาไหน ชั้นก็อยากจะอยู่ด้วยกันกับยูมะตลอดไป ชั้นเชื่อว่าถ้าอยู่ด้วยกัน ชีวิตตอนนัั้นจะต้องสนุกมากๆ  แล้วก็ถ้ายูมะอยู่กับชั้นด้วยกันแล้วรู้สึุกสนุกด้วย ชั้นจะดีใจมาก…เอ๋ อะเร๊ะ?”

น้ำเสียงของยุยปนไปด้วยเสียงสะอื่น แต่เธอก็สารภาพความในใจออกมาทุกอย่าง ก่อนจะโดนขัดจังหวะตอนท้าย เพราะยูมะกอดเธอโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว

 

ยูมะรับรู้ถึงความเจ็บปวดของยุยผ่านน้ำเสียงที่กล่าว แต่กระนั้นเขาก็รู้สึกดีใจ

“ยุย”

“ฮิย้า”

ยุยชะงักส่งเสียงร้องเบาๆเพราะถูกยูมะกอด ถึงแม้จะตกใจ แต่อ้อมกอดของยูมะก็ไม่ทำให้รู้สึกแย่ เธอขยับมือลูบหลังยูมะ

“ตอนนี้ชั้นดีใจมากๆครับ”

“ทำไมยูมะถึงดีใจเหรอ”

“ชั้นดีใจเพราะนายบอกว่าชั้นคือเพื่อนคนสำคัญไงล่ะ”

“….แฮะแฮะ”

คำพูดของยูมะเป็นน้ำเสียงของคนที่ดีใจจนร้องไห้เสียน้ำตา ยุยรับรู้ถึงความจริงใจตรงนี้จึงหัวเราะเล็กน้อยดีใจนิดๆ

 

(ดูท่าว่าชั้นจะหลงยัยนี่หัวปักหัวปำแล้วล่ะ ชั้นต้องทำไงก็ได้ให้ยัยนี่ได้ใช้ชีวิตในม.ปลายที่ดีที่สุด คอยดูสิ) 

 

สิ่งที่ยูมะคิด ก็ตรงกับที่ยุยคิดเหมือนกัน  ต่างคนต่างอยากจะมอบ อยากจะทำสิ่งที่ดีสุดเพื่อให้อีกฝ่ายใช้ชีวิตในม.ปลายได่้คุ้มค่า เรียกว่าเกิดมาได้ใช้ชีวิตครั้งนี้ถือว่าไม่เสียชาติเกิดแล้ว

 

“…..”

“….”

“เรา..หยุดกอดกันก่อนดีมั้ย”

“น..นั่นสินะ”

พอทั้งคู่ใจเย็นถึงเริ่มรู้สึกอาย กอดกันกลางสายฝนเป็นละครช่องหลังข่าวเลย 

ยูมะคลายอ้อมกอด จะปล่อยให้ยุยเป็นอสระ แต่ทันทีที่สายตายูมะปะทะบางอย่าง ยูมะรีบรวบตัวยุยกอดเธออีกรอบทันที

 

“เอ๊ะ..ป..เป็นอะไรยูมะ”

“ส..เสื้อ..เสื้อเธอ”

“เสื้อเหรอ?”

ยุยกระเถิบห่างจากยูมะเล็กน้อยพอมีช่องให้มองเสื้อตัวเอง วันนี้เธอไม่ได้ใส่เสื้อพาร์ก้า เป็นเสื้อผ้าเนื้อบางกว่าปกติ เมื่อเปียกน้ำฝน ผลคือเห็นชุดชั้นในสีขาวสะอาดผ่านเสื้อที่เปียก

“……..งือ”

เมื่อยุยเห็นชุดชั้นในตัวเอง เธอรีบกอดยูมะทันที

“ท..ทำไงต่อดี”

“ทำไงต่อเหรอ?..”

ชุดชั้นในของยุยนี่สมเป็นเธอจริงๆที่เลือกสีขาวเรียบๆไม่ฉูดฉาด

ยูมะเองก็เพ่งแตกเนื้อหนุ่มขึ้นม.ปลาย เห็นเสื้อชั้นในของยุยก็มีอารมณ์พลุ่งพล่านพอสมควร

ภาพที่เห็นมันต่างกับในมังงะ2มิติลิบลับ การเห็นชุดชั้นในสาวน้อยผ่านชุดเปียกแนบเนื้อ ทำแดเมจใส่ได้มหาศาล เพียงแค่เห็นครั้งเดียวก็ภาพติดตาอยากจะจ้องไปนานๆ

 

kamishiro yui

(เอาไงต่อดีวะ)

จะให้ยุยกลับบ้านในสภาพนี้ก็ใช่เรื่อง ต้องหาที่หลบฝนก่อน แต่จะไปที่ไหนดี ร่างกายยุยก็อ่อนแอด้วย จะให้ตากฝนต่อไปคงไม่ดีต่อสุขภาพเธอ

หลังจากคิดสักพัก ข้อสรุปของยูมะคือควรพาเธอไปที่แมนชั่นจองเขา ให้เธออาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วค่อยพาเธอกลับบ้านน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

ปัญหาคือตอนนี้ลิฟท์เสียซะด้วย จะให้เธอเดินขึ้นบันไดไปด้วยกันก็เกรงว่าร่างกายเธอจะฝืนสังขารไม่ไหว

งั้นก็เหลือทางเดียว

“ยุย เดี๋ยวชั้นให้เธอขี่หลัง แล้วชั้นจะพาเธอไปที่ห้องของชั้นก่อน เธอคิดว่าไง”

“เอ๋”

“ตอนนี้ลิฟท์แมนชั่นเสีย และถ้าเดินตัวเปล่า คนอื่นที่สวนทางอาจจะเห็นเสื้อในเธอ ชั้นเลยกะจะให้เธอขี่หลัง รังเกียจรึเปล่า ปัญหาคือตอนนี้ชั้นนึกหาหนทางอื่นไม่ออก และคิดว่าเดินกลับบ้านในสภาพตากฝนอย่างนี้ไม่ใช่ความคิดที่ฉลาดแน่”

“..อ…อืม..ถ้ายูมะว่าดีชั้นก็ไม่รังเกียจหรอก ขอความกรุณาด้วยนะคะ”

ยุยผละร่างออกจากยูมะ ขึ้นไปขี่หลัง ส่วนยูมะก็เลี่ยงมองไปทางอื่นเพื่อจะได้ไม่เห็นชุดชั้นในยุย

ยุยขยับตัวให้เข้าที แขนคล้องคอยูมะ…

จะว่าโชคดีหรือโชคร้าย ด้วยความที่เสื้อเปียก ถ้าให้ขี่หลัง ยังไงร่างกายทั้งคู่ต้องมีการสัมผัสแนบเนื้อ แต่หน้าอกยุยนี่มันแบนแต๊ดแต๋จริงๆ  แค่เธอขยับห่างนิดเดียวก็ไม่รู้สึกว่ามีอะไรมาโดนหลังแล้ว

“โอเค เกาะให้แน่นๆนะ”

“อ..อืม”

ยูมะลุกขึ้น สองมือประคองก้นยุยคนละข้าง

แงงง

ยังไงขี่คอก็เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องแตะโดนก้นยุยอะนะ

(เขร้ อย่างนุ่มเลยเว้ย….!”

ก้นเธอนุ่มกว่าที่คิดซะอีก มองด้วยสายตาภายนอกไม่นึกว่าจะนุ่มนิ่มได้ขนาดนี้

ยิ่งตอนนี้ด้วยความที่อุ้มยุยด้านหลัง ยูมะสูดได้ถึงกลิ่นกายหอมอ่อนๆของเธอลอยเข้าจมูก

(สัส อดกลั้นโว้ยยยย อย่าให้กิเลสครอบงำสิวะ) 

“เป็นอะไรรึเปล่ายูมะ ไม่หนักใช่มั้ย”

“…ไม่หนักครับ สบายๆ”

“จริงเหรอ เห็นตัวสั่นไม่ขยับเลย นึกว่าหนักซะอีก”

“ไม่หนักจริงๆครับ”

หนักอะ หนักเรื่องอื่นมากกว่าอีก 

ยูมะรวบรวมสติ ประคองยุยเดินขึ้นบันไดแมนชั่น

เอาจริงๆนะ ยุยน่ะ ตัวไม่หนักหรอก ไอ้ที่หนักอะ หนักใจกับความคิดตัวเองนี่ล่ะที่ฟุ้งซ่านไปเรื่อยๆ

“อ๊ะ จริงสิ”

ยูมะหยิบมือถือโทรหาเนเน่รายงานสถานการณ์ให้ฟังคร่าวๆ

“…เหตุผลก็ตามที่ผมว่า เลยจะขอให้ชวาร์สอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อหลบฝนในห้องเราก่อนครับไ

“ไม่มีปัญหา สบายมาก แล้วก็ถ้าเจอชวาร์สห้ามพูดจาอะไรเกี่ยวกับสีผมเขาเนอะ”

“ใช่ครับ”

จริงๆก็อธิบายไปคร่าวๆนะ แต่เหลือเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งที่ยุมะยังไม่กล้าอธิบายเนเน่ เอาเป็นว่าให้เนเน่เจอด้วยตาตัวเองละกัน

“พี่คิดว่าอยากพบชวาร์สสักครั้งอยู่แล้ว  น่าสนุกจัง พี่รออยู่ที่ห้องนะ”

“..อืม”

หลังจากเดินขึ้นบันไดสักพัก ในที่สุดก็ถึงห้องตัวเอง

“กลับมาแล้วครับ”

“ขอรบกวนด้วย”

เนเน่รออยู่หน้าประตู ส่งยิ้มให้ยูมะ

“ยินดีต้อนรับกลับมาจ้า ยินดีต้อนรับชวาร์สนะ ทำตัวตามสบาย……..หือ?”

คำพูดเนเน่หยุดชะงักกลางคันทันที่เห็นยุยชัดเจน เบิกตากลมโต ส่วนยูมะแสร้งทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ ให้ยุยลงจากหลังของเขา

“ห้องอาบน้ำเดินไปตรงทางเชื่อมฝั่งโน้นนะ เรื่องเสื้อผ้าเดี๋ยวพี่จัดการให้ เข้าไปอาบน้ำก่อนได้เลยนะ”

“..ค..ค่ะ”

ยุยค้อมศีรษะให้กับคำตอบของเนเน่ กล่าวเสียงเบา  เดินไปที่ทางเชื่อม

พอยุยหายลับไปจากสายตา เนเน่หันขวับมาหายูมะ

“เดี๋ยวนะเดี๋ยวนะเดี๋ยวนะ ยูคุง ไม่เห็นได้ยินมาก่อนว่าชวาร์สเป็นผู้หญิง!?”

“..แหงสิก็ผมไม่ได้บอกไง” 

จบ CH4-2

สรุป

หนึ่งในค่ายเกมสล็อตที่หากใครไม่เคยเล่นสักครั้งหนึ่งในชีวิตจะเสียใจสุดๆ ต้องมีชื่อ Slotxo อยู่ในนี้แน่ ฉะนั้นหากท่านจะหาเว็บพนันที่มีเกมๆนี้อยู่ จ่ายจริงไม่โกง ไม่ผ่านเอเย่นต์ กดคลิกสมัครกับเราได้เลย คุ้มแน่นอน โอนไวไม่มีเบี้ยวหาย รับประกันความพอใจในการเล่นกับเรา

Share this

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
สันทนาการ
สำหรับผู้ต้องการอ่านนิยายได้เงินล่าสุด ตามมาจากเฟส kurakon
อ่านก่อนใคร
5/5 - (2 votes)