น้ำเต้า ปู ปลา 1

น้ำเต้า ปู ปลา น้ำเต้าปูปลาออนไลน์ ได้เงินจริง แห่งแรกในไทย

น้ำเต้าปูปลา คือ เกมพนันพื้นบ้านสไตล์ไทยแท้ดั้งเดิม หนึ่งในเกมที่เรียกว่ายอดฮิต เล่นกันอยู่คู่บ้านคู่เมือง  จำนวนคนเล่นก็เล่นได้ตั้งแต่2-10คนขึ้นไป  ระบบวิธีการเล่นก็ง่ายดาย  เพราะเป็นการพนันที่หาซื้อตามร้านขายของชำในชนบทง่ายๆ  ยิ่งยุคสมัยใหม่ ถามว่า  ซื้อที่ไหน  เข้าเว็บ shopee  พิมพ์คีเวิด ก็มีสินค้าขาย แบบ กระดาษ 

น้ำเต้าปูปลา ออนไลน์ พร้อม วิธีการเล่น

สมัยอดีตอาจจะเลือกใช้เป็นลูกเต๋าในการเล่น แต่ด้วยความใหญ่ของลูกเต๋าที่ชัดเจนว่าเป็นการพนันแน่ๆ และถ้าค้นกระเป๋านักเรียน ความชิบหายก็บังเกิด ทำให้คนนิยมลดลง

 ปัจจุบันจะเล่นแบบง่ายๆ แทนที่จะขายด้วยลูกเต๋า 3 ลูก  ก็จะมีขายเป็นกระดาษกาวแปะตัวละคร ทำให้การพกพาและลักลอบเล่นง่ายกว่าเก่ามาก  ส่วนวิธีเอามาเล่นในโรงเรียนก็อยู่ที่หัวคิดเจ้ามือแล้วว่าจะเอาเข้าโรงเรียนทางไหน เล่นกันขำๆ 10 บาท  20 บาท 50 บาท หรือ 100 บาท ก็ตามแต่ศรัทธาผู้เล่นเลย

เล่นพนันออนไลน์ ฝากถอนฉับไว ดูคลิปจบ20วินาที ทำเป็นทันที

สารบัญ

สูตรน้ำเต้าปูปลา  สูตรโกงใช้งานจริง

สมัครกับเรา น้ำเต้าปูปลาออนไลน์ เล่นผ่านเว็บได้แล้ววันนี้ ส่วนวิธีการเล่นก็เรียบง่าย ไม่ยุ่งยาก สมัครฟรีไม่มีขั้นต่ำเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์  ใครจะเล่นอะไรก็แทง เสร็จแล้วเจ้ามือก็บอกผลด้วยการแกะกระดาษกาว ถ้าทายถูกก็เอาเงินไป ทายผิดก็จ่ายให้เจ้ามือ เป็นการพนันที่แพร่หลายในนักเรียน เพราะมันง่าย เล่นสนุกได้ฟีลมากกว่าปั่นแปะ ที่เลือกได้แค่หัวก้อย แม้ว่าเปอร์เซ็นเล่นได้จะน้อยกว่าเสีย แต่ถ้าวัดกันที่บรรยากาศ และความสนุกในเรื่องลุ้นตัวละคร นี่เป็นการพนันที่เข้าใจง่ายอีกอันเลยทีเดียว  ถามว่าง่ายชนาดไหน เด็กมัธยมบ้านๆยังเล่นเป็นเจ้ามือกินเงินเพื่อนสบายๆ  หรือโดนเพื่อนวางยา แอบเอากระดาษกาวที่เขาฉีกเอากาวมาทาซ้ำแล้วไปแปะปนในซองเพื่อโกงเจ้ามือคืนเลย 

แน่นอนว่า การพนันที่ฮิตข้างนอกแบบนี้ เว็บพนันออนไลน์ที่มีคุณภาพ ย่อมไม่พลาดที่จะไปหาเกมชนิดนี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเว็บเพื่อดึงดูดนักพนันให้ลองมาเล่นแบบออนไลน์ดูครับ

เกมนี้มีฟีลลิ่งการเล่นเหมือน ไฮโล ฉะนั้นวิธีการเล่นอาจจะเข้าใจยากกว่าปั่นแปะทอยเหรียญ หรือ บาคาร่า ที่เลือกแค่หัวก้อย เจ้ามือหรือคนแทง  แต่ถ้าเทียบกับพนันอื่น ผมถือว่าเข้าใจง่ายกว่าบอลชุด บอลสเต็ป  หรือ คาสิโนออนไลน์เกมอื่น ฉะนั้นถ้าคุณอยากหาการพนันที่มีฟีลลิ่งไฮโล รูเล็ต หรืออยากรำลึกความหลัง ก็ควรลองเล่นดูสักครั้งครับ

 วิธีเล่นเกมก็ง่ายมาก เพียงแค่ทายแต้มลูกเต๋าสามอันว่า หน้าที่ลูกเต๋าออกมานั้นมีอะไรบ้าง ถ้าทายถูกก็กินเงินจากเจ้า ถ้าทายไม่ถูกก็เสียเงินให้เจ้า โดยทั่วไปจะมีอัตราตอบแทนที่ 1 ต่อ 1  หรืออยากได้ผลตอบแทนเพิ่ม ก็ระบุตัวละครให้ชัดๆ เช่นแทงเต็งล้วนๆว่ามันจะออก น้ำเต้า ปู ปลา เสือ ไก่ กุ้ง เน้นอย่างใดอย่างหนึ่งจะยิ่งเพิ่มอัตราตอบแทนมากกว่าเดิม

ถ้าแทงสี ระบบจะมี 3 สี ความหมายจะแบ่งดังนี้ 

ปลาและไก่ คือ สีแดง

กุ้งและปู คือ สีเขียว

น้ำเต้าและเสือ ได้แก่ สีน้ำเงิน

ถ้าเลือกเล่นแบบสี แทงเต็ง จะมีอัตราจ่าย แทง1 ได้ 2 

ถ้าอยากแทงแบบทีเดียวเอารวย ก็แทงแบบคู่ เช่น ออกสีแดงสองอัน  ก็จะได้อัตราตอบแทนที่เพิ่มไปอีก อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับเว็บพนันแต่ละเจ้าว่าจะให้ผลตอบแทนกันยังไงบ้าง

ถ้าเป็นการแทงพนันแบบเล่นกันเองในหมู่เพื่อน อย่างง่ายๆก็แอบเอาของที่เพื่อนฉีกลงถังขยะ คัดเลือกกระดาษสวยๆหน่อย จำหน้าให้ดีว่ามันออกอะไรบ้าง แล้วเอากาวทาปิดซ้ำอีกรอบ จากนั้นช่วงพักกลางวันหรือตอนเขาไม่อยู่ก็เอากระดาษพวกนี้ เทไปปะปนลงในถุง   เพราะพวกนี้เวลาเอาเข้ามาเรียน ถ้าเอามาทั้งกระดาน มันโดนครูจับ ก็ต้องแกะมาเป็นชิ้นเล็กๆใส่ถุง  ถ้าปะปนได้ก็เรียบร้อย เน้นแทงสีคู่ น้องๆหนูๆก็กำไรแน่นอน 

ถ้าแบบแอดว้าน เผื่อเล่นในงานศพก็ต้องฟังเสียงเจ้ามือ เขย่า ลูกเต๋าว่าเสียงออกมาแบบไหน  ถ้าใครเล่นเกมนี้ในงานศพ พวกเดินสายแทงสายมีฝีมือจริงๆ ที่เป็นผู้เล่น พวกนี้จะฟังเสียงเต๋าได้โดยต้องรู้ก่อนว่าลูกเต๋าที่ใช้เป็นยี่ห้อไหน ง่ายๆว่า ก่อนไปเล่นที่งาน เขาต้องสืบให้แน่ใจก่อนว่างานศพที่จะถึงนี้ ใครเป็นเจ้ามือ จัดงานกี่วัน ใช้ลูกเต๋าเป็นยี่ห้อไหน และงานควรต้องจัดยาวหน่อยสักสามวันขึ้นไปถึงจะคุ้ม

ถ้าเป็นลูกเต๋าร้านขายของชำง่อยๆราคาถูก และเจ้ามือเป็นมือใหม่ คนพวกนี้จะวางจัดหน้าเต๋าไม่เป็นจากความขี้เกียจ + เขย่าเต๋าแล้วลูกกลิ้งนิดเดียว  ขอเพียงเสียงเต๋ามันกระทบถ้วยแล้วเสียงที่ได้ยินมันเป็นตามที่ซ้อมหู เซียนสายนี้จะรู้ว่ามีลูกเต๋าหนึ่งในนั้นแที่ออกแต้มมากหรือน้อยตามจุดศูนย์ถ่วงเต๋า ฉะนั้นการพนันชนิดนี้ เซียนสายหูทิพย์จะชอบมากเป็นพิเศษ เพราะมันแทงและมีโอกาสกินได้ง่ายกว่าไฮโลมาก ด้วยเหตุนี้มั้ง งานศพยุคหลัง นักพนันถึงเลิกจัดเกมชนิดนี้กัน

     

ถ้าใครรู้จักเซียนสายหูทิพย์ จะรู้ว่า ฟังเสียงเต๋า มันคือการหาข้อมูลก่อนแทงและซ้อมการได้ยินจนช่ำชอง ยิ่งขยันเก็บข้อมูลยิ่งได้เปรียบ เพราะข้อเสียของสายฟังเต๋าจะไม่มีทางสู้เจ้ามือที่เล่นด้วยวิธีโกงลูกเต๋า หรือใช้แม่เหล็กขยับลูกเต๋า  อันนี้สู้ไม่ได้ทุกประการ

   

จบสูตรการโกงแบบออฟไลน์ละ ทีนี้ เมื่อเกมพนันชนิดนี้มาเป็นระบบออนไลน์ เราเล่นสูตรฟังเสียงเต๋าไม่ได้ แล้วเราจะทำยังไงถึงจะรวย

 ถ้าว่ากันง่ายๆก็พึ่งค่าสถิติ โหลดโปรแกรม  แล้วไปคำนวณดูว่ามันจะออกแบบไหน นี่ก็เบสิคที่สุดแล้ว

สูตรเกมพวกนี้ ล้วนมีให้โหลดตามเว็บต่างๆ  หลายเว็บก็ทำเป็นแอปพลิเคชั่นขึ้นมาไว้ใช้ค้นหาสถิติความเป็นไปได้ของลูกเต๋า  บางเจ้าก็จะใช้การค้นโดยสืบผลล้อนหลัง 35-50เกมที่ผ่านมา จากนั้นดูผลที่ออกมาในรูปแบบต่างๆ เช่น ดูผลลูกเต๋าสถิติ สัก 2 ลูก ก็จะได้ รายละเอียดเช่น แถวซ้ายแนวตั้งล่าสุดว่าผลเป็นยังไง   หรือ แถวบนสุดแนวนอน หรือบางที ก็ใช้วิธีดูแนวแทยงมุม นับจากมุมซ้ายบนสุด

หรือบางเจ้าก็เลือกมุมขวาย้อนหลัง นับรูปดาว ขึ้นอยู่กับผู้เขียนโปรแกรมว่าจะใช้แบบไหน  แต่… ข่าวดีคือเรามีคำแนะนำจากเซียนผู้เชี่ยวชาญในวงการ เว็บพนัน naza789  รวยระดับถอนเงินซื้อรถมือสองได้สองคัน  (ก็ไม่เข้าใจเซียนว่าทำไมซื้อมือสอง ไม่ซื้อมือหนึ่งเนอะ55)  มีข้อแนะนำง่ายๆดังนี้ 

น้ำเต้า ปู ปลา 2

สูตรโกง เล่นน้ำเต้า ปู ปลา ออนไลน์ได้เงินจริง คือ รอออกตองแล้วค่อยแทง

แต่ละสูตรที่นักเขียนโปรแกรมทำขึ้นมาก็ล้วนคิดคำนวณมาจากความน่าจะเป็นด้วยกันทั้งสิ้น  เกมนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับสล็อต หรือ ไฮโล  คือใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์คีย์ข้อมูล จากนั้นแรนด้อมสูตรออกมา   

ทีนี้ ถ้าจะเอาแบบคำนวนสวยๆตามสูตรสัก 2 ตัว แบบเอารวย เซียนพนันมองว่า วิธีที่เซฟที่สุด  ให้ดูความน่าจะเป็นของเว็บที่จ้างคนคีย์ข้อมูล เพราะระบบเกมน้ำเต้าปูลาคือออกตองเท่ากับเจ้ากินเรียบ เขาจะรีเควสผู้เขียนโปรแกรมเลยว่าอย่าสุ่มให้เลขตองออกมาซ้ำกันบ่อยเกิน เพราะถ้าออกบ่อย พวกที่แทงคู่เน้นเอารวยก็คงไม่อยากมาแทงกับเว็บเรา  ฉะนั้นข้อควรจำคือว่า ยิ่งเว็บเป็นมืออาชีพและรวยพอเท่าไร จะยิ่งรีเควสโปรแกรมเมอร์ให้เขียนโปรแกรมให้ล่อผู้แทงมากยิ่งขึ้นเท่านั้น 

ฉะนั้น  หลักการง่ายๆในเรื่องของความน่าจะเป็นคือ ให้คุณแทงหลังจากตัวเกมมันออก ตอง  จากนั้นแล้ว ดูค่าสถิติว่า สิบเกมล่าสุดมีสีไหนหรือตัวละครไหนออกเยอะสุด ให้เลือกแทงตัวนั้นไปเลย  ฟลุคเข้าจังๆ ก็กินกำไรเกิน 2 เท่า แบบไม่ยากเย็น

อยากรวยจากการพนัน ยิ่งต้องมีน้ำอดน้ำทน  และจำไว้ว่า บางวันที่ดวงไม่เป็นใจมันก็มี คุณต้องทำใจยอมรับแล้วเล่นวันถัดไป เชื่อเถอะว่า เล่นตามสูตรนี้ ได้กำไรแน่นอน กดสัก 50 ได้ กำไร 1 เท่า หรือ 3 เท่า  แค่นี้ก็ชิวมีค่าข้าวกลางวันฟรีแล้ว

 

น้ำเต้า ปู ปลา 06

ขั้นตอน การสมัครเล่นเว็บ rocket789

ถ้าคุณมีสูตร มีดวง แต่ยังไม่มีเว็บที่จะทดลอง และกล้าที่จ่ายเงินเมื่อคุณถูกหลักหมื่นหลักแสน โอนไวด้วยระบบฝากถอนอัตโนมัติ คุณลองสมัครเว็บพนันออนไลน์ น้ำเต้า ปู ปลา ไก่ กุ้ง และ เสือ กับเราสิ 

สมัครเล่น กับ rocket789 มีขั้นตอนง่ายมากๆ เพียงกรอกรายละเอียดแค่ 3 วิธีดังต่อไปนี้

1.คลิกกดปุ่มสมัครสมาชิก หรือคลิกที่ ลิ้งนี้

2.พิมพ์ทักแชทบอกว่า สมัครสมาชิก จะมีเจ้าหน้าที่บริการตอบวิธีสมัครให้คุณทราบ

**แหล่งข้อมูลอ้างอิงต่างชาติ national-lottery.co.uk

***แหล่งข้อมูลอ้างอิงไทย soccersuck.com

เรามีเกมและสูตรต่างๆอีกเพียบ สนใจคลิกเลย

อ่าน Zuttomo This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend  『ずっと友達でいてね』と言っていた女友達が友達じゃなくなるまで  CH5-3 นักรบสาว

สองพี่น้องยืนข้างหลังยุย เริ่มลงมือตัดผม

ยุยที่โดนสวมผ้าคุลมกันผมร่วงเปื้อนเสื้อ ตอนนี้เกร็งจัด นั่งตัวแข็งบนเก้าอี้

“..ถ้าตื่นเต้นขนาดนั้น แชทคุยกัยยูคุงไปด้วยก็ได้นะ ว่าไปยูคุงเองก็เกร็งเหมือนกันนิ แบนี้น่าจะดีกว่านะ”

เนเน่หยิบที่วางโทรศัพท์สำหรับให้ลูกค้าเล่นไลน์หรือแชทได้เลื่อนมาหน้ายุย ยุยหยิบโทรศัพท์มาวาง หันไปดูยูมะ ยูมะพยักหน้าเล็กน้อย หยิบโทรศํพท์ขึ้นมาถือเช่นกัน ทั้งสองคนเริ่มแชทคุย

“ไม่ได้เข้าร้านเสริมสวยนานมากกกตื่นเต้นสุดๆเลย”

หลังส่งข้อความจบ ยุยส่งสติกเกอร์ตัวละครอนิเมะร้องไห้ตบท้าย

“โทษทีนะ ชั้นฝืนนายมากไปรึเปล่า”

“ไม่หรอก ..จะว่าไปทำไมนายถึงพาผมมาที่ร้านเสริมสวยเหรอ”

“เหตุผลมีเยอะอยู่นะ อย่างแรกเลย ชั้นเจ็บใจเรื่องที่ชั้นยังมีพลังช่วยเธอไม่มากพอ”

“พลังไม่มากพอ?เจ็บใจ?”

“นายบอกชั้นว่าคนธรรมดาจะไปเข้าใจความรู้สึกของตัวประหลาดได้ไง จำได้มั้ย”

“ยังเก็บมาใส่ใจอีกเหรอ ตอนนั้นผมหลุดปากเพราะสถานการณ์หลายอย่างกดดัน  ทางผมต่างหากที่เป็นคนผิดชนิดที่ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆด้วย”

“ไม่หรอก ชั้นตีค่าสถานการณ์ด้อยกว่าความเป็นจริงเอง ชั้นไม่รู้ถึงความลำบากของนาย ลากนายให้ออกมาข้างนอก เผชิญกับสายตาคนรอบข้าง  แต่..ตอนนั้นชั้นคิดว่านายควรจะรักตัวเองให้มากกว่านี้เลยเลือกกดดันนายมากไป”

“เข้มงวดกับตัวเองมากไปรึเปล่ายูมะ”

“ไม่หรอก ให้พูดอีกหลายครั้งก็ได้ ที่ชั้นอยากให้นายรักตัวเองเพราะ นายอะโคตรน่ารักเลยรู้ตัวมั้ย”

ยูมะที่ยืนข้างยุย ได้ยินยุยที่นั่งอยู่ส่งเสียงแสดงความดีใจหลังอ่านข้อความยูมะจบ  

ทางยูมะเองก็หน้าแดงที่พิมพ์แบบนั้นลงไป  เขาเริ่มพิมพ์ต่ออีก

“นายเป็นคนที่น่ารักและน่าสนใจ แล้วไปโดนพวกปากหมาที่ไม่รู้ห่าอะไรเลยด่าเนี่ย  ชั้นรู้ว่านายต้องเจ็บใจ เกิดแผลใจกับเรื่องนี้  แต่แน่นอนว่า ต่อให้พูดอีกกี่ครั้งชั้นก็ไม่ยอมรับที่ใครบอกว่าสีผมนายแปลก เพราะนายสวยและน่ารัก ชั้นอยากให้นายยอมรับความจริงเรื่องนี้แหละ”

ยิ่งพิมพ์มากเท่าไร ยูมะยื่งหน้าแดงมากกว่าเดิม

(ไม่ไหวละโว้ย พิมพ์เองเขินเอง แถมพิมพ์ไปยังรู้สึกน้ำเน่า เล่นเอาไม่กล้าอ่านสิ่งที่ยุยจะตอบกลับต่อจากนี้เลย)

ยูมะส่งสติกเกอร์ตัวละครที่ยกสองมือปิดหน้าที่เขินจนแดงแป้ด เพื่อแทนความรู้สึกในใจของเขา 

ทีนี้ยุยดันเงียบ ไม่ตอบอะไรกลับมาเลย ยูมะเลยเหลือบไปมองยุย  สักพักหนึ่ง ยุยส่งสติกเกอร์ตัวละคนยกมือปิดหน้าที่เขินจนแดงแป๊ดตอบกลับหายูมะก่อนพิมพ์แชทต่อ

“ผมน่ะนะ เกลียดตัวเองมากเลย”

ยูมะแอบใจแป้วคิดว่าที่พูดไปไม่เวิร์ก แต่ยุยพิมพ์ต่ออีก

“แต่ว่าตั้งแต่สมัยก่อนยูมะเล่นเกมกับผมด้วยกันทุกวัน ผมเลยเริ่มรู้สึกรักตัวเองขึ้นมาหน่อยนึง บอกได้ว่าผมอยากเจอยูมะในชีวิตจริง อยากเป็นเพื่อนกับยูมะด้วย”

คำพูดที่ยุยแชทมาทำเอาหัวใจยูมะ รู้สึกอบอุ่น เขาเหลือบมองยุยอีกรอบ  ยุยเองก็หน้าแดงแป๊ด แต่เธอก็พยายามพิมพ์แชทหาผมอย่างตั้งใจเต็มที่

“มีเรื่องราวในอดีตหลายอย่างเกิดขึ้นจริง  ผมเคยคิดว่าทำไมถึงต้องเกิดมาเจอเรื่องแบบนี้  แต่ว่าตอนนี้ผมมีความกล้ามากขึ้นเมื่อได้เป็นเพื่อนคนสำคัญกับยูมะ  ตอนนี้ผมรักตัวเองแล้ว และผมก็รักยูมะที่สุดด้วยเช่นกัน”

หลังพิมพ์จบ ยุยส่งสติเกอร์ตัวละครที่พูดว่า “รักเธอที่สุดเลยจ๊ะ”ให้ยูมะตบท้าย

…ยูมะรู้สึกดีใจมากที่ยุยมีความคิดแบบนี้ ตั้งใจจะพิมพ์ตอบกลับว่า (ชั้นเองก็ดีใจมากที่เป็นเพื่อนกับนาย) แต่ว่ายูมะรุ้สึกแปลกๆว่าเนเน่แกไม่ตัดผมยุยเลยนี่หว่า

“…เนเน่?”

“…เขินแทนยูคุงเลย อบอุ่นหัวใจมากกกก”

“ผมไม่ตัดแล้วมาแอบดูแชทที่คนอื่นเขาคุยกันเนี่ยนะ เอ้า เหวออ?

เนเน่คว้ายูมะไปกอดจากด้านหลัง  ด้วยความที่ยูมะโดนกอดโดยไม่ทันตั้งตัวเลยตกใจจนส่งเสียงร้องออกมา

หลังกอดยูมะเสร็จ เนเน่ไปกอดยุยต่อ ด้านยุยที่โดนกอดก็ตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก

“เฮ้อออ ไม่ไหว  ไม่นึกว่าชั้นจะอ่อนไหวขนาดนี้ ไม่นึกเลยว่ายูคุงจากเมื่อก่อน คนที่เป็นโรคสื่อสารไม่เก่ง  มาตอนนี้จะพัฒนากลายเป็นเด็กผู้ชายที่พาแฟนสาวสุดน่ารักเข้ามาบ้าน และพยายามเพื่อช่วยเธอ”

“.ดดด…เดี๋ยวก่อนเนเน่ ผมกับยุยไม่ได้มีความสัมพันธ์เป็นแฟนซะหน่อย”

“อ๊ะ โทษทีโทษที  ตอนนี้ “ยัง” เป็นแค่เพื่อนเนอะ ดีแล้ว พี่สาวชอบความสัมพันธ์กุ๊กกิ๊กแนวนี้แหละ”

เนเน่ดูจะเข้าโลกส่วนตัวคิดเองเออเองไปซะแล้ว

หลังจากนั้น เนเน่กลับมาตั้งใจตัดผมยุยตามปกติ  ไม่รู้ว่าเพราะทำตัวเหลวไหลตะกี้รึเปล่า สีหน้าเนเน่คราวนี้ดูจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“ขอโทษนะจ๊ะยุยจังที่พี่คิดไปว่าเธอเป็นแฟนเขา”

“เอ…เอ่อ…แต่ว่า”

“แต่ว่า?”

“พี่เข้าใจว่าหนูกับยูมะมีความสัมพันธ์ที่ดีถึงขนาดนั้น..ก็รู้สึกดีใจนิดหน่อยค่ะ”

“..ตายแล้ว นี่ยุยจังมาที่นี่เพื่อเอาน้ำตาลมาฆ่าพี่ใช่มั้ย น่ารักเกินไปแล้ว ใจเย็นก่อนตัวชั้น! ใจเย็นก่อน!”

ถึงแม้น้ำเสียงเนเน่จะดูล้อเล่นแต่มือเธอยังไม่หยุดตัดผมยุย

ถึงจะมีนิสัยที่ดูเพี้ยนไปนิด แต่เรื่องฝีมือเนเน่ก็ต้องยอมรับเจ๋งตามคำคุย 

“อุตส่ามีผมที่สวยขนาดนี้ แต่ไม่รู้ว่าตัวเองมีของดี ไม่คิดว่ามันน่าเสียดายเหรอ หน้าตาก็ดีเซนส์เรื่องแต่งกายก็ไม่แย่  พี่อาจจะพูดล้ำเส้นนิดนึง แต่ไม่คิดว่าเราเกลียดตัวเองในเรื่องที่ไม่เป็นจริงเหรอ”

“อ๊ะ..เอ่อ…ค่ะ”

“อย่าเกลียดในสิ่งที่ไม่เป็นจริงดีกว่านะ สาวน้อยบริสุทธ์อย่างเราเข้มแข็งมากกว่าที่คิดนะ”

“แต่ว่า..หนูแปลก..จริงๆนะ”

ยุยพูดจบสักพัก เนเน่กอดยุยจากด้านหลัง

หากสัมผัสตอนแรกที่เนเน่กอดเป็นความรู้สึกทะเล้นเอาฮา สัมผัสตอนนี้ของเนเน่เป็นสัมผัสอ้อมกอดที่สื่อถึงความเป็นแม่ที่ปลอบประโลมลูกน้อยอย่างอ่อนโยน

“เน่ ยุยจัง? จากสายตาของยุยจัง เห็นพฤติกรรมพี่ที่ผ่านมา หนูคิดว่าพี่เป็นคนแปลกมั้ย”

“เอ๋..เอ่อ…คือ…”

“ตอบมาตรงๆได้เลยไม่ต้องเกรงใจ ไม่ว่าจะตอบอะไรพี่ไม่ว่าแน่นอน”

ยุยทำท่าลังเลพักหนึ่ง ก่อนค่อยๆเอ่ยปาก

“คิดว่า…เท่ไปเลย..มากกว่าค่ะ”

“จริงเหรอ”

“ใช่ค่ะ ทั้งความรู้สึกรักตัวเอง แถมเปิดกิจการเป็นของตัวเองด้วย พี่เป็นคนที่ยอดเยี่ยมมากค่ะ”

“ฮะฮะ ยุยไม่รู้อะไรซะแล้ว”

เนเน่กล่าวจบลูบหัวยุยอย่างอ่อนโยน

“ยุยจัง การเปลี่ยนแปลงตัวเองมันต้องผ่านอะไรหลายอย่าง คิดแบบนี้รึเปล่า”

“…”

คำพูดที่เข้มแข็งน้ำเสียงไม่มีความลังเล  ยุยรู้สึกได้ถึงน้ำเสียงนั้น

 เนเน่นึกถึงอดีตตัวเอง เมื่อก่อนไม่ได้เป็นคนขี้เล่นแบบนี้แต่แรก กลับกัน เธอถูกที่บ้านอบรบมาให้เป็นคนจริงจังกับชีวิต ทว่า เธอชอบคอสเพลย์มาก แต่ต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับไม่ให้ใครรู้

โชคร้ายมีวันหนึ่งความลับแดงออกมา พ่อแม่รู้เข้าเลยทะเลาะกันบ้านแตก  สุดท้ายเนเน่เลือกที่จะหนีออกจากบ้าน

เนเน่มีประสบการณ์แย่ๆจากครอบครัวมาแล้ว เธอถึงรู้ว่า เด็กจะพึ่งพาคนที่ไว้ใจได้ รับฟังได้ทุกเรื่อง ยิ่งเป็นคนที่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองมากเท่าไร เขายิ่งต้องมีผู้รับฟังที่ไว้ใจได้มากขึ้นเท่านั้น

..หลังจากหนีออกจากบ้านได้สักพักหนึ่ง เธอก็เริ่มทำงาน เปิดร้านเล็กๆด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวคนเดียว ผ่านมาหลายปี เธอถึงเริ่มประสบความสำเร็จ ขยายขนาดร้านและมีสาขาเพิ่ม

“อยากให้ยุยมีความมั่นใจมากขึ้นกว่านี้ มีผมที่สวยจนหลายคนอิจฉาแท้ๆ  อย่าไปคิดว่าเป็นปมด้อยนะ”

“อื..อืม”

“ยิ่งไปกว่านั้น ยุยยังมียูคุงเป็นเพื่อน  ฉะนั้นหนูต้องกล้าอวดตัวเองได้เต็มปากเต็มคำด้วยว่าชั้นเจ๋งจริงถึงมีเขาเป็นเพื่อนนะ”

“อืม..”

ยุยพยักหน้าเล็กน้อย เขินหน้าแดง ก้มหน้าหลบตาไม่ให้ยูมะเห็นสีหน้าเธอตอนนี้

แม้ว่าจะเขิน แต่เธอก็ยังส่งเสียงหัวเราะดีใจเล็กๆ

“โอ้ยยยตายแล้ว หัวเราะได้น่ารักน่าชังมาก  นานๆพี่จะเข้าโหมดจริงจังได้สักที แต่เจอยุยหัวเราะแบบนี่พี่คงสภาพไม่ได้ละ ฮะฮะ ขอบคุณยูคุงมากนะที่พามาให้เห็นของดีแบบนี้”

“ผมก็ต้องขอบคุณเรื่องวันนี้ด้วยครับ อุตส่าเปิดร้านจัดต้อนรับผมซะเล่นใหญ่โตเลย”

อ่าน Zuttomo This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend  『ずっと友達でいてね』と言っていた女友達が友達じゃなくなるまで  CH5-4 นักรบสาว

“โอ้ย  เพื่อน้องชายที่รักและพยายามทำเพื่อเพื่อน แค่นี้จิ๊บๆจ้า”

เนเน่กล่าวจบ มือหยุดตัดผม สบตามมองหน้ายูมะตรงๆ

 

“.ม..มีอะไรเหรอครับ”

“ไม่นึกว่ายูคุงตอนนี้จะกล้าสบตามองและพูดจาเหมือนที่คนทั่วไปทำได้ จำตอที่เราเพิ่งเจอกันครั้งแรก ยูมะมักจะหลบสายตาตลอด คนเรามันเปลี่ยนกันได้จริงๆนะ”

 

“…ไม่หรอกครับ ถ้าผมตัวคนเดียวคงทำอะไรไม่ได้  โชคดีที่มีพี่เนเน่ที่คอยพึ่งพาได้ โอ๊ย..”

ยูมะโดนเนเน่ยกนิ้วดีดหน้าผากกลางคันขณะพูด

 

“คนที่ตัดสินใจช่วยยุยคือเธอ คนที่ทำอะไรๆหลายอย่างก็คือเธอ  คนที่ประเมินตัวเองได้ว่าหากมีกำลังไม่พอ ก็พึ่งพาคนอื่นเพื่อทดแทนส่วนที่ขาด ยอมก้มหน้าขอร้องพี่ก็คือเธออีก คิดว่าคนทั่วไปเขาจะทำได้แบบเธองั้นเหรอ”

 

เนเน่กล่าวจบส่งยิ้มให้ก่อนลงมือตัดผมยุยต่อ

 

ยุยเอามือลูบหน้าผากป้อยๆตรงที่โดนเนเน่ดีดพลางคิดว่า “สู้พี่เนเน่ไม่ได้จริงๆแฮะ” ก่อนจะหัวเราะเบาๆ

 

****

 

เนเนลงมือตัดผมยุยต่อเรื่อยๆ

 

“ยุยจังอ่านการ์ตูนเรื่องจอมมารกลับชาติด้วยใช่มั้ย  พี่ชอบเรื่องนี้มากเลย ยุยชอบตัวละครตัวไหนเหรอ”

 

“ชอบ..ฟีจังค่ะ”

 

“ชอบฟีเหรอ ก็ดีนะ พี่ชอบตอนฟีอยู่ด้วยกันกับท่านเซร่า ดูมีออร่าเข้ากันมากเลยเนอะ”

 

“อ..อืม”

ยุยตอนแรกที่โดนตัดผมดูตื่นเต้น แต่เมื่อได้สนทนากับเนเน่เรื่องการ์ตูนก็ดูจะผ่อนคลายกว่าเดิม

ต้องบอกว่าสมแล้วที่เนเน่ฝีมือระดับโปร สกิลการพูดจาเพื่อให้ลูกค้าผ่อนคลาย ถือเป็นส่วนหนึ่งของช่างระดับเทพด้วย

 

หลังจากตัดผมเสร็จ เนเน่สระผม พร้อมแต่งหน้าให้ด้วย

 

“รู้สึกหัว….โล่งขึ้นเยอะเลย”

หลังจากตัดผมเสร็จ ยุยส่องกระจก พึมพัำกับตัวเอง

ยุยเอามือสางผมตัวเองที่ตัด ได้กลิ่มหอมอ่อนๆติดมือด้วย

“รู้สึกผมเราทั้งนุ่มและเบาสบายขึ้นเยอะ แถมกลิ่นยังหอมละมุมอีก..”

 

“ฮะฮะ ชอบที่ตัดให้มั้ยเอ่ย?”

“ค่ะ..”

  ยุยรู้สึกดีมากขึ้น ตอนเข้ามาในร้าน ส่องกระจกครั้งแรก เธอรู้สึกถึงความรังเกียจตัวเอง แต่ตอนนี้เธอจ้องมองกระจกได้อย่างไม่เบื่อ  สำรวรทรงผมด้านข้างซ้ายขวาไปมา

 

“ยู…ยูมะ”

ยุยหันไปหายูมะ 

 

ยูมะคิดว่าเดิมทียุยก็น่ารักอยู่แล้ว  แต่เธอในตอนนี้ ใช้คำว่าน่ารัก ยังน้อยเกินไป

 

ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มด้วยฝีมือช่างมืออาชีพ ทั้งที่รู้ว่าหน้าเธอผ่านการแต่งด้วยเครื่องสำอางค์ แต่ด้วยฝีมือระดับโปร ทำให้ดูไม่ออกเลยว่าหน้ายุยผ่านการแต่งแต้มเครื่องสำอางค์มาก่อน

ผิวเธอที่ขาวอยู่แล้วเมื่อเจอช่างมือโปรแต่งให้ ยิ่งขับความขาวกับริมฝีปากอมชมพูให้เด่นชัดกว่าเดิม  บวกกับทรงผมที่ผ่านการเซ็ทและกลิ่นแชมพูอ่อนๆที่ลอยเข้าจมูกอีก  

ก่อนหน้านี้ยูมะเคยเห็นตุ๊กตาพวกดอลล์ระดับไฮโซซื้อกัน ความน่ารักของยุยสูสีกับดอลล์พวกนั้นเลย

 

“คิดว่า…เป็นยังไงบ้าง”

ยุยถาม สีหน้ายุยครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อนที่มีความกังวล หน้าจาเธอคาดหวังชัดเจนด้วยความมั่นใจว่า คู่สนทนาต้องกล่าวว่า “น่ารัก”แน่นอน

 

ยูมะอยากจะพูดว่า น่ารัก แต่ว่าใจที่เต้นตึกตักไม่หยุด ทำให้คำว่าน่ารัก ไม่หลุดออกมาจากปากยูมะทันที ได้แค่เงียบและตะลึงพักหนึ่ง ถึงเอ่ยออกมาได้

 

“…มันก็ต้อง…น่ารักอยู่แล้ว”

ยุยฟังคำตอบยูมะ หัวเราะแฮะแฮะด้วยความดีใจ 

เนเน่เดินไปควานหาของบางอย่างพักนึงก่อนกลับมา

 

“เห็นพวกเธอชอบ ชั้นก็ดีใจยิ่งกว่าอะไรแล้ว อ้อ ยุย รับนี่ไปด้วยสิ”

เนเน่ส่งถุงพลาสติกให้ยุย ยุยทำหน้างง เครื่องหมายเควสชั่นมาร์กลอยมาชัดเจนว่าให้อะไรหนูมาเหรอ

 

“พี่แบ่งแชมพูให้กลับไปใช้ที่บ้านนะ ถ้าของหมดเมื่อไรแล้วอยากจะซื้อถูกๆก็แวะมาที่นี่ได้นะ”

 

“เอ๋..แต่ว่า..”

“ไม่มีแต่จ้า ไม่ต้องเกรงใจด้วย ยิ่งไปกว่านั้น วันนี่้พี่ก็ได้เห็นอะไรดีๆมากมาย ถือว่าเป็นการตอบแทนคุ้มค่าแล้ว เรื่องเงินที่จ่ายไปเทียบกับที่เห็นถือว่าไม่เสียดาย ฮะฮะ วัยรุ่นนี่ดีจริงๆเลยนะ”

“เอ้อ..คือว่า…วันนี้ขอบคุณมากนะคะ”

ยุยพยายามกล่าวพูดขอบคุณเนเน่ และกล่าวต่อว่า

 

“ปกติ หนูไม่ค่อยชอบมา…กิจกรรม…พวกนี้…แต่ว่าวันนี้..สนุกมากๆค่ะ..แล้วก็ยูมะ…บอกว่าหนู..น่ารักด้วย..รู้สึกดีใจมากค่ะ”

“หึหึ คิดว่าอีเว้นวันนี้จบแล้วถือว่าเข้าใจผิดใหญ่หลวงนะ”

“หา?”

“ที่ทำตะกี้แค่อีเวนท์เปิดงาน ของจริงมันต่อจากนี้ต่างหากล่ะ”

“เอ๋ ต่อจากนี้เหรอคะ”

“ตัดผมเสร็จต้องต่อด้วยแต่งหน้า จากนั้นขั้นถัดไปมันก็ต้องเรื่องเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย  ยิ่งได้คนสวยแบบยุยมาลองเสื้อซะด้วย ไหนๆก็อุตส่าหลุดมาถึงที่แล้ว พี่บอกเลยว่าเตรียมตัวใจให้ดีเถอะ”

 

“เอ๋..ด..เดี๋ยวก่อนค่ะ..ย..ยูมะ”

ยุยเรียกเสียงหลงในขณะที่โดนเนเน่ลากตัวไปหลังร้าน

 

“พี่เค้าฟีลลิ่งมาเต็มขนาดนี้ทำใจเหอะครับ”

ยูมะกล่าว พลางเดินตามหลังพวกยุยกับเนเน่

 

***

จบ CH5

 

 

 

 

 

อ่าน Zuttomo This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend  『ずっと友達でいてね』と言っていた女友達が友達じゃなくなるまで  CH6-1 ความเปลี่ยนแปลง

มีร้านขายเสื้ออยู่ข้างๆร้านตัดผมเวิร์ลเบรกเกอร์  ชื่อร้านคือ “รีเวิร์ส ออฟ เดอะ เวิร์ล”  ตรงท้ายป้ายมีรูปนักรบสาวในชุดเกราะเปล่งประกายร่างสุดยอดวาดติดไว้

แน่นอนว่าหากใครเพิ่งมาครั้งแรกคงคิดในใจแน่ว่านี่ตูมาร้านขายเสื้อใช่มั้ย

ยุยกับเนเน่ ทั้งสองคนเดินเข้าไปในร้านนี้

ร้านนี้แตกต่างจากร้านเสื้อทั่วไปคือมีขายทั้งเสื้อผ้าทั่วไปและเครื่องแต่งกายคอสเพลย์แยกโซนพิเศษอีกมุมหนึ่ง

เนเน่เดินเข้าโซนเสื้อผ้าโดยไม่ลังเล เลือกหยิบชุดออกมาหลายตัว

“ตัวไหนดีน้า ตัวนี้ละกัน อ๊ะตัวนั้นก็ดีเอาสักหน่อย สรุปว่าเอามันทุกตัวนี่ล่ะ”

“เอ๋… คือ…” 

ในโซนนี้ มีเสื้อที่ไม่เคยเห็นคนทั่วไปใส่แขวนอยู่  ยุยมองไปรอบๆด้วยความตื่นเต้น

“งั้นเริ่มลองจากตัวนี้ก่อนเลยละกัน  เปลี่ยนชุดได้เลยจ้ายุยจัง”

“ยู…ยูมะ…”

“คือว่า..เนเน่…รีบมากไปรึเปล่า”

“โอ้ย สบายๆ เชื่อชั้นซี่ เดี๋ยวจะเนรมิตยุยจังให้น่ารักกว่าที่เห็นตอนนี้อีก”

ยุยโดนเนเน่ลากไปห้องเปลี่ยนเสื้อ เธอส่งสายตาขอความช่วยเหลือยูมะ แต่ยูมะเชื่อมั่นในคำพูดเนเน่เลยเฝ้าดูเธอเงียบๆแทน 

“เริ่ดมาก เอาล่ะถอดเสื้อเลยซิ หูววว น่ารักสุดๆเลย นุ่มนิ่มเนื้อเนียนไปหมด”

“งือ….”

ยูมะได้ยินเสียงสองสาวดังจากในห้องเปลี่ยนเสื้อเลยเริ่มกังวล

“เฮ้ ยุย ไม่เป็นไรใช่มั้ย”

“อ..อืม..คิดว่านะ”

“เนเน่ ขอถามจากใจนะ ไม่ได้คิดจะทำอะไรแปลกใช่มั้ย”

“เออน่า เชื่อพี่สิ โอ้ยย เห็นผิวนุ่มๆของยุยละใจละลาย…. อยากจะหม่ำสามเวลา…โอย น้ำลายไหล”

“ท่าไม่ดีแบบนี้ ผมแจ้งตำรวจนะเฟ้ย”

“กรี๊ด  ล้อเล่นจ้า ขำๆหน่อยเดียวเอง”

“ยุย ถ้าคิดว่าฝืนบอกได้ตลอดนะ เดี๋ยวผมจะช่วยห้ามให้เอง”

“ม..ไม่ฝืนหรอก ขอแค่มียูมะอยู่ข้างๆ ชั้นไม่กลัว..แล้วก็..”

“แล้วก็…?”

“…อยากได้ยิน..ยูมะชม..ว่าน่ารักอีก”

คำพูดของยุยเล่นเอายูมะใจเต้น ส่วนเนเน่พอได้ยินคำพูดยุย  ส่งเสียงว้าวประหลาดๆออกมา

หลังจากนั้นในร้านเงียบกริบไร้เสียงพูดราวโกหก มีเพียงเสียงเนเน่วัดเสื้อ ช่วยเปลี่ยนเสื้อให้ยุยเท่านั้น

(ยุยกำลังเปลี่ยนเสื้ออยู่หลังผ้าม่านนี่สินะ)

ความคิดนี้แว่บขึ้นมาให้หัวยูมะ  เขารีบส่ายหัว

“เหลือเปลี่ยนตัวนี้ก็จบละ  เรียบร้อย น่ารักสุดๆเลยยุยจัง”

“ให้ออกไปเจอยูมะในชุดนี้เลยรึคะ”

“ใช่ รับประกันว่ายูมะบอกน่ารักแน่”

“ชุดมัน…น่ารักก็จริงแต่..”

“เชื่อมั่นในตัวเองว่าเราน่ารักสุดๆสิ มาๆ ได้เวลาโชว์ให้ยูมะเห็นแล้ว♥”

“อ๊ะ”

เนเน่เลิกผ้าม่านออก

น่ารักจริงๆด้วย

ยุยปรากฏตัวในสภาพชุดเมด กระโปรงขาวสดพร้อมลูกไม้ ถ้าไปอยุ่ในเมดคาเฟ่ เธอขายบัตรจับมือได้สบาย

ยูมะเองก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยไปเมดคาเฟ่มาก่อน แต่ว่ายุยที่กำลังอายในสภาพชุดเมด มันแตกต่างกันเยอะ เพียงแค่มอง  ก็รู้สึกน่ารักสุดๆจนพูดอะไรไม่ออก เสียงมันหายไปดื้อๆ  ทางยุยก็เหนียมอายเหลือบมองยูมะ 

สุดท้ายเธอทนความอายไม่ไหว จะพูดจากปากก็ไม่ถนัดเลยหยิบโทรศัพท์ออกมาพิมพ์แชท

“รีแอคชั่นยูมะมันอะไรกัน ทางนี้ข่มความอายโผล่หัวออกมาแท้ๆ แต่ทางนั้นไม่เห็นพูดอะไรสักคำ เสียใจนะ”

ยูมะไม่ได้พิมพ์แชทตอบ พูดออกมาด้วยปากตัวเอง

“โทษที.คือว่า…น่ารักดี”

ก่อนหน้านี้ยูมะเคยชมยุยว่าน่ารักหลายครั้ง แต่ยุยในชุดเมดมันต่างกัน มันเป็นความน่ารักที่ประทับใจคนละเรื่องเลย

พอยูมะพูดจบ ยุยหน้าแดงด้วยความเขิน ยกโทรศัพท์ขึ้นมาบังหน้าตัวเอง ยูมะเลยถาม

“ไม่เป็นไรใช่มั้ยครับ”

ยุยกล่าวว่า

“อ..อืม..รู้สึกแปลก..กับอายก็จริง…แต่..ก็ดีใจ…มากๆด้วย”

หลังจากนั้นทั้งสองคนเงียบไปทั้งคู่เพราะเขินจนพูดไม่ออก  ทางด้านเนเน่หัวเราะกับตัวเอง สีหน้าพึงพอใจ เฝ้าดูทั้งสองคนเงียบๆ

“ค…คือว่า…คุณเนเน่คะ”

คนที่เปิดปากทำลายบรรยากาศก่อนคือยุย

“หือ ว่าไงคะ”

“มีชุด..อื่น..อีกมั้ย”

“ชุดอื่น”

“อยากลอง..ชุดอื่นค่ะ..อยากให้…ยูมะดูหนูอีก…”

ยุยกล่าวเก้ๆกังๆด้วยความเขิน ส่วนเนเน่ตอนนี้หน้าแดงด้วยความตื่นเต้น

“ไว้ใจพี่ได้เลยน้องยุยจัง  รอตรงนี้ก่อนแปบนึงนะ ยุยจังน่ารักเกินไปแล้ว ต้องเลือกชุดที่มันเข้ากับความน่ารักน้อง ตัวไหนดี ตัวไหนดี โอ้ยตื่นเต้น ตื่นเต้น สงบใจสิตัวฉัน   ยูคุง ขอบคุณมากนะที่พาเด็กสุดน่ารักมาที่ร้านวันนี้”

เนน่ตะโกนบอกยูมะในขณะที่เธอเดินไปเลือกเสื้อตัวอื่นมาให้ยุยลอง

หลังจากนั้น ที่ห้องเปลี่ยนเสื้อก็ไม่ต่างอะไรกับงานแฟชั่นโชว์ โดยมียุยเป็นนางแบบ

ชุดที่ยุยลองมีทั้งชุดนางพยาบาล ชุดไปรเวท ชุดคอสโลลิ และอื่นๆอีกมาก

“ช..ชุดนี้..เป็นไงบ้าง”

ยุยที่กำลังเขินอายกล่าวถาม คราวนี้เธอโผล่มาในชุดกี่เพ้าผ่าสูง เห็นแก้มก้นเล็กน้อย  แม้ว่ายุยจะเขินมาก แต่เธอก็ตั้งความหวังกับยูมะไว้มากตามเช่นกันดูได้จากสายตาเธอ

 

คามิชิโร่ ยุย

“ถ…ถ้าอายจนทนไม่ไหวจะปฏิเสธไม่ต้องฟังเนเน่ก็ได้นะ”

“…อ..อายก็จริง..แต่แค่ยูมะชม…ชั้นก็ดีใจ..จนลืมอายแล้ว”

คำพูดจับใจยูมะอีกแล้ว ยูมะรู้สึกได้ว่าถ้าเธอพอใจ ก็ปล่อยเลยตามเลยละกัน

ทางด้านเนเน่แอบอยู่มุมหลังห้องเปลี่ยนเสื้อ แอบดูปฏิกริยาของทั้งคู่

เอาจริงๆยูมะก็ปลื้มและพึงพอใจมากที่ยุยเปลี่ยนเสื้อเป็นชุดน่ารักหลากสไตล์ให้เขาดู  ถึงแม้ว่าช่วงเวลายุยเปลี่ยนเสื้อ จะต้องเสียเวลารอบ้างก็ไม่ได้รู้สึกเบื่อ  กลับกัน ยิ่งรอนานเท่าไรเขายิ่งใจเต้นและตั้งตารอยุยในชุดถัดไปมากขั้นเท่านั้น

“คุณเนเน่คะ มีชุดอื่นให้ลองอีกมั้ยคะ”

“หึหึ ยุยจังเริ่มมีไฟแล้วล่ะสิ  ขอคิดแปบ อ้อ จะว่าไปยุยจังอ่านเรื่องจอมมารกลับชาติใช่มั้ย”

ยุยพยักหน้าตอบเนเน่

“แล้วก็ชอบฟีจังที่สุดในเรื่องใช่มั้ย”

ยุยพยักหน้าอีก

“ถ้างั้นรอตรงนี้แปบ”

เนเน่เอาเสื้อที่หยิบมาตอนแรกเดินกลับไปห้อง เลื่อนผ้าม่านปิด

สักพักหนึ่ง เนเน่หยิบถึงเสื้อ เข้าไปหายุยในห้องเปลี่ยนชุดอีกที

และคราวนี้ ยุยโผล่มาในชุดคอสเพลย์ตัวละครฟี

ทรงผมสีขาวของยุยเข้ากับกระโปรงทรงยุโรปมาก ตัวละครในเรื่องเป็นโลลิผมขาว พอยุยคอสเพลย์ก็ทำให้เหมือนตัวละครในมังงะโผล่มาในชีวิตจริงไม่มีผิด

“ว้าววว เหมาะมาก จริงๆชุดนี้พี่ตัดไว้นานละ พอดีว่าหน้าอกพี่ใหญ่เกินเลยใส่ไม่ได้”

เนเน่กล่าวด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน

“ฟีจังในมังงะเป็นตัวละครโลลิก็จริง แต่พอยุยสวม จะให้ความรู้สึกต่างกันนิดหนึ่ง เหมือนว่าฟีจังตรงหน้าพี่จะเติบโตขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ไม่แย่นะ ไม่สิ เหมาะกับยุยจังมากเลยต่างหาก  ดีใจมากๆเลยที่ยุยจังเหมาะกับชุดนี้สุดๆ  เอ้า ได้เวลาโผล่หน้าให้พระเอกเราได้รับชมแล้ว “

เนเน่กล่าวเหมือนตัวเองเป็นพิธีกร แต่ว่าคำพูดของเนเน่แทบไม่เข้าหัวยูมะเลย 

ยยุที่คอสเพลย์ชุดนี้ทำเอายูมะลืมหายใจ เพียงแค่เห็นชั่วพริบตาเดียวก็ต้องมนต์เสน่ เล่นเอาเหม่อตาค้าง

“.ป..เป็นไง…บ้าง…เข้ากับชั้น..มั้ย”

ยุยพูดตะกุกตะกัก เหมือนว่ายังไม่มั่นใจในความน่ารักตัวเองเต็มร้อย

ทางด้านยูมะก็เหมือนเดิม น่ารักจับใจเมื่อไร จะเกิดอาการปากอ้าตาค้างพูดคำว่าน่ารักออกจากปากไม่ได้ แต่มองได้สักพักเริ่มรู้สึกตัวว่ามองนานเกินแล้ว เลยเสสายตามองไปอีกด้านแทน

“”ว่าแล้วเชียว…แปลกใช่มั้ย”

“..ม…ไม่ใช่..ไม่ได้แปลกเลย”

ยุยเริ่มสลด เพราะเธอตั้งความหวังว่าจะถูกชมไว้สูง ทว่าเนเน่ที่ดูจากวงนอก รู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร เลยเสนอตัวกล่าวแทน

“ฮะฮะ เข้าใจผิดแล้วจ้ายุยจัง อาการแบบนี้ของยูมะเรียกว่า ยุยน่ารักจัดจนยูมะเขินสุดๆ ไม่รู้จะชมยังไงต่างหาก ลองดูตรงหูยูมะดีๆสิ เห็นมั้ยว่าสีแดงแจ๋เลย  ผู้ชายเวลาเขาเขินจัดจะมีอาการแบบนี้แหละ”

“จ…จริงเหรอ…”

ยุยถามยูมะเพื่อยืนยัน

“อืม..ใช่…น่ารัก..จริงๆ”

ในที่สุด ยูมะก็ใช้พลังชีวิตเกือบหมดเพื่อพูดคำว่าน่ารัก ยุยฟังจบหน้าเธอแดงถึงใบหู เป็นสีหน้าที่อายระคนดีใจปะปนกัน

“เน่ ยูมะ..อยาก..ลูบหัวมั้ย”

“ห๊ะ”

“ชั้นคิดว่า…ยูมะน่าจะ…อยากลูบหัวชั้น..ตอนนี้”

เป็นคำพูดของน้องที่ใสซื่อจนแทบจะบอกว่า อย่าไปพูดแบบนี้ให้คนอื่นฟังนะ ไม่งั้นเขาคงคิดเข้าข้างตัวเองทางอกุศลแน่  แต่ยูมะรู้ว่ายุยก็หมายความตามที่พูดนั่นแหละ และยูมะก็ตัดสินใจทำตามที่ยุยถาม

ผมของยุยนุ่มสลวบ เพียงแค่ลูบก็รู้สึกดีแล้ว ถามว่ารู้สึกดีขนาดไหน สมองบอกกับตัวเองว่าพอได้แล้วน่า แต่ว่ามือมันลูบไม่หยุดเพราะใจมันบอกว่า เอาน่า ลูบต่ออีกนิด

ทางยุยเองก็มีสีหน้ามีความสุขเมื่อถูกยูมะลูบหัว ปกติเวลาลูบหัว ยูมะจะมีความรู้สึกตื่นเต้น แต่ครั้งนี้กลับกัน การลูบหัวยุยให้ความรู้สึกพึงพอใจและมีความสุขมากกว่า

หลังจากนั้นสักพัก เนเน่กล่าวขึ้นมา

“ยุยจัง ไหนๆก็สวมชุดนี้แล้ว ถ่ายรูปเก็บไว้สักหน่อยมั้ย”

“ถ..ถ่ายรูปเหรอคะ”

“ใช่แล้วจ้า ยุยจังเป็นโรคสื่อสารไม่เก่ง ฉะนั้นถ้าถ่ายรูป และเห็นรูปนี้ของตัวเองเป็นแรงบันดาลใจอาจจะช่วยได้นะ เอเาสักหน่อยมั้ย”

“ถ้ายูมะถ่ายด้วยกัน หนูจะถ่ายค่ะ ถ่ายด้วยกันมั้ย”

โดนเชิญชวนขนาดนี้ก็ไม่รู้จะปฏิเสธทำไม ยูมะตอบตกลง ทางด้านยุยเองก็ยิ้มยินดีที่ยูมะไม่ปฏิเสธคำขอเธอ

“โอเค ตกลงตามนี้เนอะ ถ้างั้นยูคุงรีบไปเปลี่ยนชุดเลย เดี๋ยวพี่เตรียมชุดให้”

****

สรุปว่าชุดที่เนเน่เตรียมให้ยูมะเป็นชุดคอสเพลย์ตัวละครเอก เป็นจอมมารในเรื่องจอมมารกลับชาติ 

เนเน่เซ็ทผมให้ยูมะดูใกล้เคียงกับตัวละครในเรื่อง

หลังจากนั้นสักพัก ยูมะกับเนเน่เดินกลับมายุย

“..โย่”

ยูมะชิงทักทายด้วยภาษาแร็ปกลบความเขิน ทางด้านยุยเมื่อเห็นยูมะโผล่ในชุดนี้ เธอมองยูมะไม่วางตา

“ฮั่นแน่ ยุยจัง มองอย่างเดียวไม่พูดอะไรเลยมันเสียมารยาทนะคะ”

“อ๊ะ..อ..อืม..ถูกค่ะ.. ยูมะ..เข้ากับชุดนี้ดีนะ..หล่อมากเลย”

ยูมะคิดว่ายุยคงชมเขาตามมารยาทนั่นแหละ แต่ว่าการถูกยุยชม ก็ทำเอายูมะใจเต้นระรัว

“เดี๋ยวพี่ขอไปเตรียมเซ็ทอุปกรณ์ก่อนนะ”

เนเน่กล่าวจบ เดินหายไปทิ้งยุยกับยูมะไว้สองคน

“…”

“…”

“ชุดนี้…เข้ากับเธอมากนะ”

“อืม..ขอบคุณนะ…ยูมะก็…หล่อมากในชุดนีั้..เหมือนกัน”

“…”

“…”

เขินจัง

ปกติคนที่เอ่ยปากเลี่ยงบรรยากาศเงียบ มักจะเป็นยูมะ แต่ครั้งนี้เจอความน่ารักของยุยในชุดคอสเพลย์ เล่นเอาสมองคิดอะไรไม่ออกเลย มีเพียงสิ่งเดียวที่รู้สึกได้คือเสียงหัวใจที่เต้นเพราะความเขิน

อ่าน Zuttomo This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend 『ずっと友達でいてね』と言っていた女友達が友達じゃなくなるまで CH7-2 ความรัก

คอฟฟี่ช็อปที่พวกยูมะแวะมา เป็นร้านตกแต่งสไตล์คลาสสิกเงียบสงบ

พนักงานในร้านเชิญทั้งสองคนให้ไปนั่งโต๊ะมุมร้านข้างในสุด ไม่มีใครรบกวน

ยูมะคิดว่าร้านนี้เป็นร้านที่เหมาะกับการเดทมาก เพราะบรรยากาศร้านและคนรอบข้างที่ดูจะเป็นใจมาก

ยุมะสั่งเซ็ทแซนวิชย์กับพนักงานร้าน

ระหว่างที่ยูมะสั่ง ยุยเงียบตลอดไม่พูดจา หยิบเมนูมาดู ไม่สิ ยูมะดูออกทันทีว่าเธอแสร้งหยิบมาอ่านไปงั้นแหละ เพราะสายตาเธอล่อกแล่กแอบมองซ้ายขวาทันทีที่เธอสบตายูมะ

(วันนี้เธอ…แปลกจริงด้วย)

ยูมะไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ แต่ด้วยความที่เธอแปลกไป เขาก็ต้องใจเย็นมากกว่าเดิมรอรับสถานการณ์ในอนาคตที่ไม่รู้ว่าจะดีหรือร้าย

ระหว่างที่กำลังคิดอยุ่ พนักงานนำแซนวิชย์มาเสริ์ฟที่โต๊ะ

รสชาติแซนวิชย์ถือว่าอร่อยเลย แต่ปัญหาคือตอนนี้ยูมะกังวลกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นจึงแทบไม่รู้รสชาติ

ระหว่างที่กิน ยูมะกับยุยไม่พูดอะไรสักคำ นั่งเงียบกริ้บทั้งคู่

หลังจากกินเสร็จ ทัั้งสองคนก็ยังไม่ลุกไปไหน ยุยยังคงนั่งตัวแข็งมองดูสถานการณ์ด้วยสายตาลล่อกแล่ก ราวกับรอโอกาสอยากจะพูดอะไรบางอย่าง

ทางยูมะก็ตื่นเต้นเหมือนกัน เพราะเหมือนยุยอยากจะพูดแต่ก็ไม่พูดสักที จะเอาไงกันแน่นะ

(ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ อย่าบอกนะว่าเธอ…จะสารภาพรักกับชั้น)

ยูมะคิดจบกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่

ถ้าเธอสารภาพรักจริง ชั้นควรทำไงดี

ยูมะเป็นผู้ชาย  ส่วนลึกก็อยากได้ผู้หญิงน่ารักเป็นแฟนอยู่แล้ว

ปัญหาคือ ณ.ตอนนี้ ยุยจะพัฒนาความชอบจากเพื่อนเป็นแฟนจริงเหรอ  หรือเธอคิดยังไงอยู่ตอนนี้ 

ถึงตอนนี้ ยุยก็ยังไม่พูดจาอะไรสักคำ ยูมะตื่นเต้นใจเต้นตึกตักรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น

และแล้วในที่สุด ยุยก็เอ่ยปากขึ้นา

“คือว่า….ยู….ยูมะ”

“ค..ครับ”

“คือว่า..ขอถาม.อะไรแปลกๆ…สักเรื่องได้มั้ย”

“อืม”

“ยูมะ…ชอบชั้น..รึเปล่า”

ตอนนี้ยูมะรู้สึกได้ถึงเสียงหัวใจที่ดังไม่หยุด

“หมายถึงชอบใบฐานะเพื่อนเหรอ”

ยูมะพยายามค้นหาความหมายเบื้องลึกของคำถาม แต่ก็ไม่ได้คำตอบ

(แล้วมันใช่หรือไม่ใช่ฟะ อยากได้ความชัดเจนเฟ้ย)

ยุยกล่าวถามต่อด้วยน้ำเสียงติดอ่าง

“คือว่า…สมมติว่า…ยูมะชอบชั้น…เรามาลองคบกัน..มั้ย”

ยูมะตะลึงจนหยุดหายใจ

นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดที่มีสาวมาสารภาพรักกับเขา

อุตส่ามีสาวมาสารภาพรัก มันก็ดีใจนะ แต่ยูมะยังรู้สึกทะแม่งๆ มีบางอย่างตะหงิดใจอยู่

ไอ้คำว่า มาลองคบกัน  เขาเกรงว่ายุยจะเข้าใจไม่ตรงกับที่ยูมะคิดก็ได้

อย่าลืมว่าที่ผ่านมา ยุยเป็นคนที่สื่อสารกับคนอื่นไม่เก่ง ฉะนั้นมีแนวโน้มว่าสิ่งที่ยุยพูดอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ยุยต้องการจริงก็ได้

เพราะงั้น ยูมะจึงสังเกตท่าทีของยุยซ้ำอีกรอบอย่างละเอียด 

และแล้วเมื่อยูมะมั่นใจว่าเรื่องนี้มีความผิดปกติ เขาจึงเริ่มกล่าว

“ยุย”

“ค..คะ”

“นายชอบชั้นจริงๆเหรอ”

“เอ๋?”

ดูเหมือนว่าคำถามที่ยูมะถาม จะเป็นสิ่งที่ยุยคาดไม่ถึง  ยุยเลยเกิดอาการตระหนก ตอบกลับมา

“ช..ชอบสิ?ถ้าไม่ชอบ..จะชวนคบกันเหรอ”

“คำว่าชอบของเธอ คือชอบในควมหมายเชิงคู่รักใช่มั้ย”

“เอ๋..เอ่อ…คือ..”

ยูมะถอนหายใจ ถามต่ออีก

“สรุปว่าวันนี้ท่าทางนายไม่ปกติ เกิดเรื่องอะไรขึ้น”

“คือว่า..พ่อชั้นบอกว่าผู้ชายที่ใจดีกับผู้หญิง จริงๆแล้วส่วนลึกในใจมีเบื้องหลังแอบแฝง… ชั้นเลยอยากลองถามดู..”

“สิ่งที่นายทำกับสิ่งที่นายบอกมันดูไม่เกี่ยวข้องเลยนะ  ถ้างั้นทำไมนายถึงเลือกขอคบชั้นล่ะ “

“ก็มัน…ก็มัน…นี่เป็นรักแรกของชั้น  ชั้นไม่รู้ว่า..ต้องทำแบบไหนบ้าง…แต่ชั้นคิดว่า…ถ้าชั้นเป็นฝ่าย…ขอคบยูมะ…ยูมะจะดีใจ…”

 

“สรุปคือนายคิดว่าชั้นชอบนาย นายเลยเปิดฉากเลือกที่จะเป็นฝ่ายพูดขอคบก่อน ถูกมั้ย? บ้ารึเปล่านายนี่”

 

“แต่ว่า…ชั้นอยากตอบแทนบุญคุณ ที่ผ่านมาชั้นพึ่งพายูมะเยอะมาก..คือว่า…ยูมะ..โกรธชั้นเหรอ”

“โกรธสิ”

ถ้าคำตอบของยุย ตอบมาว่า “ชั้นรักยูมะเลยอยากขอคบเป็นแฟน”  ยูมะจะตอบโอเคแบบไม่ต้องเสียเวลาคิดเลย

 

แต่จากคำตอบของยุย มันชัดเจนว่า ไม่ใช่ชั้นรักยูมะ แต่เป็นคำว่า ชั้นอยากตอบแทนบุญคุณยูมะ ความหมายกับฟีลลิ่งข้างในมันคนละเรื่องเลย

 

ยูมะลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินไปหายุย ยุยก้มหน้าหลบตายูมะ ตัวสั่นนิดๆ

ยูมะยื่นมือสองข้างไปหายุย ดึงแก้มเธอเบาๆเป็นจังหวะตามคำพูด

“อุเนี้ย?”

“ทำ..ไม..นาย..ถึง…งี่เ..เง่า..อย่างนี้..ห๊ะ”

“ยู..ม้า..หยุดเดงเก้มได้แล้ว”

ยุยพูดจาไม่เป็นภาษาฟังไม่รู้เรื่องเพราะถูกยูมะดึงแก้มอยู่

 

 

 

“ชั้นคิดว่านายเป็นเพื่อนชั้น ชั้นก็ต้องอยากดูแลเอาใจใส่  แล้วไอ้ที่นายพูดตะกีี้มันหมายความว่าไงห๊า หัดให้ความสำคัญกับตัวเองมากกว่านี้สิฟะยัยนี่”

“ก็มัน..ชั้นคิดว่าทำแบบนี้แล้วยูมะจะดีใจ…อุเนี้ย”

“เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกันสักหน่อย งี่เง่ามาก ใครเขาขอคบเป็นแฟนด้วยความรู้สึกอยากตอบแทนบุญคุณห้า ยัยคนนี้นี่”

“อุเนี้ยยยยย”

“…และที่สำคัญนะ”

“….?”

ยูมะลดโทนเสียงตัวเองลง

“พูดจริงๆชั้นช็อคมากที่ได้ยินนายบอกว่า ชั้นใจดีกับเธอเพราะมีเบื้องหลังข้างในแอบแฝง”

ยูมะคิดว่ายุยคือเพื่อนคนสำคัญ เขาจึงทำดีกับเธอมาตลอด เขาอยากจะช่วยเธอเพราะเธอคือคนที่เป็นโรคสื่อสารไม่เก่ง ซึ่งยุมะเคยเป็นมาก่อน จึงเข้าใจความรู้สึกและอยากช่วยเธออย่างเต็มที่ 

 

ยูมะรู้สึกดีเวลาที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกับยุย เขารู้สึกถึงสายสัมพันธ์มิตรภาพที่ค่อยๆถักทอก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ

เวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน เขาสนุกมาก และคาดหวังในอนาคตว่าหากเดินไปโรงเรียนด้วยกันทุกวัน ชีวิตตอนนั้นจะต้องสุนุกไม่ต่างจากตอนนี้แน่

 

เอาจริงๆ ยูมะเข้าใจความรู้สึกทุกคน รวมถึงพ่อยุยด้วย ลองสวมแว่นตาบทบาทคนนอกดู จะเข้าใจง่ายๆเลย ยุยเป็นลูกสาวคนเดียวแล้วจะมีพ่อคนไหนที่ไม่ห่วงลูกบ้างล่ะ 

แต่นั่นแหละ เรื่องเข้าใจความรู้สึกมันก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่พอโดนฟังจากปากเจ้าตัวเองมันก็รู้สึกช้อคอยู่เหมือนกัน

“อ๊ะ…”

ยุยฟังคำพูดยูมะจบ หน้าเธอค่อยๆซีดเผือด

“ชั้นขอโทษนะ…”

เธอกล่าวคำขอโทษออกมา ส่วนยูมะถอนหายใจเล็กน้อย เห็นสภาพยุยสลดขนาดนี้ เขาคิดว่าต่อว่าแค่นี้คงเพียงพอแล้วล่ะ

“ชั้นเข้าใจเพราะฉะนั้นชั้นยกโทษให้ ครั้งต่อไปอย่าทำแบบนี้อีกนะ…อ้าวเฮ้ย..ยุย..?”

“ชั้นขอโทษ….ที่สงสัย..ยูมะ..ฮึก..ฮือ..ทั้งที่..เป็นเพื่อนกัน..แท้ๆ…แต่ชั้น…ฮือ”

ยุยน้ำตาไหล กล่าวเสียงสั่นเครือปนเสียงร้องไห้

“ย..ยุย? ไม่เป็นไรนะ  ชั้นบอกตะกี้ไงว่ายกโทษให้ …..นี่ชั้นยกโทษให้แล้ว…..ไม่ติดใจอะไร…แล้วจริงๆนะ”

คราวนี้ยูมะเป็นฝ่ายพูดติดอ่างบ้าง ยูมะรู้สึกแย่โทษตัวเองหนักกว่าเก่าว่าโคตรเลวเลย สรุปว่าคพูดเขาทำให้ผู้หญิงน่ารักแบบยุยเสียน้ำตาซะงั้น นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาทำผู้หญิงร้องไห้ จึงรู้สึกผิดกับตัวเองมาก

 

ยูมะหยิบผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาพลางลูบหลังปลอบใจเธอ ในที่สุดยุยก็หยุดร้องไห้

“ขอโทษนะ..”

ยุยยังคงขอโทษยูมะ ไหล่สั่นเล็กๆ

 

“ไม่หรอก เป็นฝ่ายชั้นต่างหากที่ต้องขอโทษ ชั้นพูดเกินไปด้วยแหละ”

“ไม่หรอก เรื่องตะกี้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของชั้นฝั่งเดียว แล้วก็นะ…จริงๆ..ก็รู้สึกดีใจอยู่นิดๆ”

“ดีใจ?เรื่องอะไรนิ”

“เพราะว่ายูมะเห็นชั้นเป็นเพื่อนคนสำคัญและเอาใจใส่ชั้นจริง  ยูมะถึงโกรธไง”

“ถึงตอนนี้ยังติดใจอะไรชั้นอยู่มั้ยล่ะ”

“ไม่แล้วล่ะ จะว่าไงดี  คืออธิบายไม่ถูกรู้แค่ว่าชั้นดีใจ แล้วก็รู้สึกผิดมากที่ไม่เชื่อใจยูมะ พอคิดแบบนี้แล้วน้ำตามันไหลออกมาเอง ต้องขอโทษด้วยนะ”

“ไม่ต้องขอโทษซ้ำหรอกน่าเรื่องนี้ช่างมันเถอะ”

 

ยูมะหัวเราะขื่นๆ เอาเหอะ สิ่งที่คาดกับความเป็นจริง สุดท้ายมันออกในรูปแบบนี้ ก็ได้แต่บอกตัวเองว่า อย่างน้อยเรื่องมันก็ไม่ได้แย่ไปซะหมด

ทว่าจู่ๆยุยลุกขึ้น เดินมากอดยูมะ อ้อมแขนเธอรัดยูมะแน่นมาก  หน้าผากเธอซบกับอกยูมะจนรู้สึกถึงเสียงหัวใจเต้นผ่านหน้าผาก

 

“ย..ยุย”

“ชั้น..สื่อสารกับคนอื่นไม่เก่ง…แต่ว่า..ชั้นอยากบอกความรู้สึกตอนนี้..ให้ยูมะรู้..และชั้นนึกออกแค่วิธีนี้อย่างเดียว”

ยุยพูด เงยหน้ามองยูมะในขณะที่สองแขนเธอยังกอดเขาอยู่

ถึงแม้ว่าเธอจะอาย แต่ด้วยวิธีนี้ทำให้เธอสามารถสบตากับยูมะได้สักที สายตาทั้งคู่ประสานกัน

“ยูมะ…ชั้นน่ะ..ชอบยูมะ..ที่สุดเลย”

คำสารภาพรักครั้งนี้ สำหรับยูมะมันคนละแบบกับก่อนหน้า

 

ความรู้สึกที่ยูมะสัมผัสได้ มันคือรักแบบเพื่อนที่สนิทแนบแน่นราวกับเป็นสมาชิกครอบครัวเดียวกัน ไม่ใช่ความรักเชิงหนุ่มสาว

แต่แม้ว่าจะเป็นการสารภาพรักในเชิงสมาชิกครอบครัวก็ตาม ยูมะก็ยังเขิน รู้สึกว่ายุยน่ารักและมีเสน่อยู่ดี

เขาอยากจะกอดยุย อยากจะสารภาพความรู้สึกที่เขามีต่อยุยในแบบของตัวเองคืน แต่ว่า

(เดี๋ยวสิ เดี๋ยวๆๆๆ ทำไมจู่ๆตะกี้เราถึงมีฟีลอยากสารภาพรักกับยุยฟะ)

ยูมะผลักยุยออกเล็กน้อยเป็นภาษากายว่า ให้หยุดกอดได้แล้ว ทางยุยเองกเริ่มถึงขีดจำกัดความอายแล้ว เลยถอนมือแต่โดยดี

 

พอคลายอ้อมกอด ยุยถึงรู้ตัวว่าตัวเองทำอะไรลงไป เล่นเอาใจเต้นโครมครามจนได้ยินเสียงหัวใจเลย

“ถ้างั้นก็ ยูมะ ขอฝากเนื้อฝากตัวอีกครั้งด้วยนะ”

“อ..อืม”

ยูมะหัวเราะกลบเกลื่อนความเขินตัวเองขณะตอบยุย

ยูมะมองหน้ายุย รู้สึกอายนิดหน่อย แต่ว่าตอนนี้เธอน่ารักมาก

(ก็คิดอยู่แล้ว คำว่าชอบต้องเข้าใจคนละความหมายกับที่เราคิดแน่ ยุยไม่มีทางคิดกับเราเกินไปกว่านั้นหรอก)

ในหัวยุมะ มีความคิดแบบนี้ตะโกนก้องข้างใน ทว่าเสียงหัวใจเต้นของเขาก็ยังไม่หยุดลงง่ายๆ

****

 

 

อ่าน Netoge no Yome ga Ninki Idol datta ネトゲの嫁が人気アイドルだった ~クール系の彼女は現実でも嫁のつもりでいる~ CH5-6 เน็ตเกมเมอร์ง่อยๆที่มีโอกาสไปบ้านไอดอล

“รินกะ?”

“ถูกต้องนะคร้าบบบบ”

นึกไม่ถึงแฮะว่ารินกะจะติดหวาน มันผิดกับภาพลักษณ์สาวคูลเลย

“พี่รินกะไม่ชอบของเผ็ดมากๆเลยค่ะ เมื่อวานนี้แค่พี่เผลอลิ้นไปแตะโดนพริกป่นในอุด้งนิดเดียว พี่เขาก็น้ำตาไหลพรากแล้วค่ะ”

“โอโห อาการหนักสุดๆเลยะนครับ เอาจริงๆรสชาติพริกป่นในอุด้งนี่มันแทบจะไม่รู้รสชาติความเผ็ดเลยนะ”

ก็แปลกใจดี กระนั้น ไอ้การที่เราได้รู้เรื่องในอีกด้านหนึ่งของรินกะที่ไม่เคยรู้มาก่อน ก็รู้สึกดีใจนิดหน่อย

“พวกชั้นน่ะอยากจะทานของเผ็ดจะตาย แต่คนทำอาหารเป็นตอนนี้มีแค่รินกะคนเดียว ไปจู้จี้เรื่องรสชาติกับแม่ครัวเดี๋ยวพวกชั้นก็ไม่มีของกินพอดี”

“โห คุณคาสึมิทำอาหารไม่เป็นเหรอครับ”

“อืม ใช้คำว่าไม่เป็นยังน้อยไป เอาง่ายๆแค่ชั้นกะจะลองทำไข่ต้ม ผลที่ได้คือไมโครเวฟระเบิดเลยนะ ฮะฮะฮะ”

“เย้  ระเบิดดังตูมค่าาาาา”

“เอ่อ มันไม่ใช่เรื่องน่าหัวเราะเลยนะครับ  นี่มันปัญหาหนักหนาสาหัสเลยนะครับ”

ยุคสมัยนี้ยังมีคนทำไข่ต้มแล้วไมโครเวฟระเบิดด้วยรึเนี่ย นึกว่าหลุดมาจากมุกสมัยอดีตชาติ

 

“คาสึโตะบอย จำคำพูดพี่ไว้อย่างหนึ่งนะไ

“…คำว่าอะไรครับ?”

“ชีวิตน่ะมันต้องระเบิด”

“หมายถึงศิลปะรึเปล่าครับ ถ้าบอกชีวิตต้องระเบิดนี่ แปลว่าคนเราไม่ต้องทำอะไรก็จบเห่เตรียมไปเกิดใหม่ต่างโลกได้เลยนะครับ”

คุณคาสึมิหัวเราะชอบใจจนตาหยี  ก่อนที่ผมจะได้ยินเสียงคนเปิดประตูห้องจากหน้าบ้าน คาดว่าคงเป็นคุณแม่ของพวกรินกะกลับมาแล้ว

“คุณแม่ขาาาา”

โนโนอะจังผุดลุกขึ้นส่งเสียงเรียกด้วยความดีใจ เดินไปหาแม่ น่ารักจริงๆน้องคนนนี้

แม้ว่าผมจะอยู่มอปลายตอนนี้ แต่ก็เริ่มมีฟีลอยากได้ลูกสาวแล้วล่ะ

ส่วนคุณแม่รินกะ เดินจูงมือโนโนอะเข้ามาในห้องรับแขกด้วยสภาพที่เรียกว่า….เมาทะลุบ้องชัดๆ

“ฮ่าาาาาา โอ๊ะ โอ๊ะ อันตราย อันตราย พื้นมันลอยได้ซะด้วย”

….สภาพแบบนี้ ไม่เสพก็ขายละครับ แต่คงไม่ใช่เล่นยาแน่ เพราะกลิ่นเหล้ามันชัดเจนเลย

 คุณแม่รินกะหน้าแดงก่ำ เดินตุปัดตุเป๋

เหมือนคุ้นๆว่าคุณคาสึมิบอกว่าแม่ออกไปดื่มกับเพื่อนนิดหน่อย  แต่สภาพนี้ ดูไปทางเสพมากกว่าดื่มนะ 

“โอ๊ย คุณแม่คะ หนูอายนะคะ ตั้งสติหน่อยได้มั้ยคะ”

“ฮะฮะ โทษทีนะรินกะ”

รินกะเดินออกมาจากห้องครัวพร้อมแก้วน้ำหนึ่งแก้ว ส่งให้แม่ตัวเอง  ส่วนคุณแม่ก็กระดกหมดแก้วรวดเดียว

….เห็นสภาพครอบครัวบ้านนี้ เล่นเอาจนคำพูดเลย

คือว่าอิเมจบุคลิกแต่ละคนนี่มั่วหมดไม่มีใครเหมือนใครสักคน ต่างจากภาพที่คาดการณ์ในหัวเลย

คนๆนี้คือคุณแม่ที่เลี้ยงดูรินกะจริงเหรอเนี่ย

ตอนแรกคิดว่าจะเป็นคนที่เข้มงวดจริงจังมากกว่านี้ซะอีก แต่ไม่สิ ถ้าลองพิจารณาบุคลิกนิสัยของคุณคาสึมิกับโนโนอะจัง ถ้าแม่เข้มงวด  นิสัยของสองคนนั้นไม่น่าออกมาแบบที่เห็นตอนนี้

แสดงว่า นิสัยสาวคูลเดเระของรินกะ เป็นความแปลกเฉพาะตัวงั้นเหรอ

แต่ไม่รู้สิ ถ้าเป็นรินล่ะก็ มันก็ไม่น่าแปลกก็ได้”

“เธอ-คือ-อายาโนะโคจิ….คาสึโตะคุงสินะะะะะะะะะะ?”

“ค..ครับ”

แม่ของรินกะเดินเข้ามาใกล้ผมพร้อมกลิ่นเหล้าหึ่งไปทั้งตัว เล่นเอาผมตอบกลับไม่รู้ตัว แถมเธอใช้สองมือคว้าใบหน้าผม

“อาร่า หน้าตาน่ารักดีจัง เด็กในสังกัดวงจอห์นนีส์รึเปล่าเอ่ย”

“ไม่ใช่ครับ”

*** วงจอห์นนี่เป็นชื่อบริษัทปั้นไอดอลผู้ชาย  อ้างอิงจาก ลิ้งนี้

 

“จริงเหรอ น่าเสียดายนะ ไม่ลองสมัครดูล่ะ”

นี่คุณแม่เขารู้ตัวมั้ยว่าพูดอะไรออกมาบ้าง เมาขนาดนี้ระวังเขาไม่ขายให้อีกนะครับ

“คุณแม่คะ อย่าไปรบกวนคาสึโตะคุงสิ”

“หือ รินก่า”

คุณแม่ถูกรินกะลากไปนั่งที่โซฟา

“หึหึหึ แปลกใจล่ะสิท่า คาสึโตะบอย”

“สุดๆล่ะครับ ว่าแต่ไอ้บอยข้างหลังนี่มันจะสื่อถึงอะไรค้าบ”

“คุณแม่พวกชั้นโดยปกติจะเป็นคนที่มีบุคลิกนิสัยจริงจังจนน่ากลัว แต่ถ้าเหล้าเข้าปากแม้แต่นิดเดียว นิสัยจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยล่ะ”

“ง.งั้นเหรอครับ”

..ใช่เหรอฟะ นึกภาพไม่ออกเลยว่าปกติจะเป็นแบบนั้น

จะว่าไป นี่ก็ไม่ใช่เวลามานึกอะไรหรอก เพราะอยู่ๆรินกะกับแม่เธอเห็นคุยอะไรกันพักหนึ่ง ก่อนที่รินกะจะเดินเข้ามาหาผม

“คือว่านะคาสึโตะคุง แม่ของชั้นบอกว่าอยากให้เธอรับเจ้านี่น่ะ”

“เอ๋?”

รินกะลังเลเล็กน้อยก่อนจะยื่นโทรศัพท์เธอมาให้ผม 

ผู้ใหญ่ขอมาก็ต้องรับอะนะ

แต่สุดท้าย ผมก็รู้สึกคิดผิดที่รับแล้วล่ะ

โทรศัพท์รินกะตอนนี้อยู่ในสถานะวีดีโอคอล ภาพที่ฉายบนโทรศัพท์เป็นผู้ชายใส่แว่นท่าทางเคร่งขรึมจริงจัง

 

อย่าบอกนะว่าผู้ชายคนนี้คือ….

“สวัสดี เธอคืออายาโนะโคจิคุงสินะ ชั้นเป็นพ่อของรินกะ มิสึกิ มิคิโอะ”

นั่นไง ไอ้สาสสส กูว่าแล้ว พ่อจริงๆด้วย

“ขอโทษนะที่ต้องคุยกับเธอในสภาพนี้ ชั้นยังกลับไม่ได้เพราะติดงานน่ะ”

“ไม่หรอกครับ ไม่เป็นไรครับ”

“จากที่ฟังผ่านๆ เหมือนว่าเธอกับรินกะกำลังคบหาดูใจอยู่ใช่มั้ย”

“เอ่อ…คือว่า…มันเป็นความเข้าใจผิดกันนิดหน่อยครับ”

“เข้าใจผิด?”

คุณพ่อรินกะดุนแว่นขึ้น ถามผมด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เล่นเอารู้สึกกดดันขึ้นมาทันที

“ความจริงแล้วผมกับรินกะเป็นเพื่อนกันในเกมส์ออนไลน์ก่อน แล้วพวกเราเพิ่งจะคบกันเป็นเพื่อน(?) ในชีวิตจริงเมื่อไม่นานนี้เองครับ”

ผมสารภาพความจริงออกไปทุกอย่าง

ในเมื่อเรื่องมันมาถึงจุดนี้ การสารภาพทุกอย่างให้คุณพ่อรินกะฟังน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดแล้ว เมื่อดูจากนิสัยและบุคลิกท่าทาง 

ถึงพูดความจริงแล้วมีความเสี่ยงจะโดนไล่ออกจากบ้านตอนนี้ แต่ก็ควรจะพูดแหละ

“อายาโนะโคจิคุง”

“ครับ”

“สรุปคือครอบครัวชั้นด่วนสรุปไปเอง นี่คือใจความสำคัญที่เธออยากบอกชั้นใช่มั้ย”

“ข..ขอโทษครับ..เป็นอย่างที่พูดครับผม”

ความจริงก็คือความจริง ไม่รู้จะปฏิเสธทำไมนี่นะ

“…….”

“……”

สุดท้ายผมกับพ่อรินกะต่างเงียบไปทั้งคู่ 

 

พ่อรินกะยกมือแตะคางในท่าใช้ความคิด

“….อายาโนะโคจิคุง”

“ครับ”

“ชั้นเข้าใจสถานการณ์ของเธอแล้วล่ะ บางทีสิ่งที่ชั้นคาดการณ์ไว้ไม่น่าจะหนีไปจากนี้แน่”

“…..?”

หมายความว่าไงหว่า ผมล้างหูรอคุณพ่อรินกะกล่าวต่อ

“อายาโนะโคจิคุง ชั้นเคยเดินบนเส้นทางที่เธอเดินอยู่ตอนนี้”

“ห๊ะ…เอ๋?”

“พยายามเข้านะ”

“หมายความว่าไงครับ แล้วทำไมแววตาคุณมันดูปลงตกยังไงชอบกลนะครับ”

“ชั้นมีคำแนะนำจะให้ในฐานะคนที่เคยผ่านเส้นทางนี้มาแล้ว  พยายามหางานที่เขาให้ออกต่างจังหวัดบ่อยๆได้จะดีที่สุดนะ”

“หา?”

คุณพ่อรินกะพูดกับผมด้วยน้ำเสียงจริงจังหนักแน่น มั่นใจได้ว่าไม่ได้เล่นมุกแน่ แต่มันหมายความว่าไงฟะ 

“ภรรยาของชั้น เธอรักชั้นมาก แต่ว่าการรับความรักจากภรรยาทุกวัน ทุกคืน46ชั่วโมงนี่มันเหนื่อยสุดๆ ขนาดว่าเช้าแล้ว ความเหนื่อยล้าก็ยังสลัดไม่หายเลย”

“ก็มันหมายความว่าไงล่ะครับ  ผมไม่เข้าใจความหมายที่คุณพูดเลย”

“ความรักน่ะ คือเส้นทางที่พาคนจมสู่ห้วงแห่งความสิ้นหวัง…… เธอสลักคำพูดนี้ไว้ในหัวได้เลย”

“เดี๋ยวครับ…”

ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด 

เสียงแจ้งว่าวีดีคอลจบลง ฝั่งโน้นวางสายแล้ว

“…..”

นี่กุจะต้องเจอคนประเภทไม่ฟังคำพูดผมให้จบแล้วชิงตัดสายดื้ออีกกี่ครั้งฟะ

“คุณพ่อมิคิโอะผ่านอะไรในชีวิตมาหนอ ถึงได้พูดกับผมอย่างนั้น”

นี่อาจจะเป็นความลี้ลับด้านมืดของครอบครัวรินกะล่ะมั้ง

บางทีพ่อของรินกะ อาจจะเคยมีเหตุกระทบกระทั่งกับพ่อแม่ของตัวเองหรือแม่ของรินกะก็ได้

แต่อย่างน้อย ไอ้ความรู้สึกของคุณพ่อที่อยากจะออกไปทำงานนอกสถานที่ เชื่อได้ว่าทุกวันนี้ก็ยังคงโดนเจ้าสิ่งนั้นตามหลอกหลอนไม่เปลี่ยนแปลงจนอยู่บ้านไม่ได้ เขาคงเลยเตือนให้ผมเลี่ยงสถานการณ์นี้ล่ะมั้ง

“คุยจบแล้วยัง คาสึโตะคุง”

“อ…อืม”

ไม่รู้มือขวาผมเป็นอะไร ตอนนี้ยังสั่นไม่หายในขณะที่ผมส่งโทรศัพท์คืนให้รินกะ

 

*****

จบ CH5-6

อ่าน Netoge no Yome ga Ninki Idol datta ネトゲの嫁が人気アイドルだった ~クール系の彼女は現実でも嫁のつもりでいる~ CH5-7 เน็ตเกมเมอร์ง่อยๆที่มีโอกาสไปบ้านไอดอล

“อุตส่ามาถึงขนาดนี้แล้ว ไม่ค้างคืนไปเลยล่ะ”

“เอ่อ ให้ค้างคืนเลยมันก็..”

“ฮะฮะ แค่หยอกเล่นเฉยๆ ขำๆจ้า”

คาสึมิที่กำลังขับรถ สองมือถือพวงมาลัย หัวเราะให้ผมได้ยิน 

หยอกของพี่ อาจจะชิบหายของผมเลยก็ได้สิครับ ไม่มั่นใจเลยว่าเจ๊แกเล่นมุกหรือเอาจริง

ผมกำลังนั่งอยุ่ที่นั่งข้างคนขับ สายตาเหม่อมองทิวทัศน์กลางคืนข้างนอกขณะรถวิ่งอยู่

หลังจากเสร็จสิ้นช่วงเวลาเฮฮาปาร์ตี้มื้อเย็นจบลง นาฬิกาตอนนั้นก็บอกเวลาชัดเจนว่าเลยเวลาที่เด็กมอปลายแบบผมควรอยู่ข้างนอกแล้ว 

ถึงแม้ว่าผมจะโดนครอบครัวมิสึกิชวนให้นอนค้างที่บ้านเพราะห่วงความปลอดภัยของผม แต่ผมก็เกรงใจเลยปฏิเสธ เพราะพรุ่งนี้เป็นวันจันทร์ มีเรียนตามปกติ แต่ต่อให้พรุ่งนี้เป็นวันหยุด ผมก็ไม่คิดว่าตัวเองจะอาจหาญขนาดนอนค้างบ้านมิสึกิอยู่ดี

พอผมบอกครอบครัวมิสึกิไปว่า ผมจะกลับบ้าน คุณคาสึมิก็เลยอาสาขับรถพาผมไปส่งที่บ้านให้

“ขับรถมาส่งก็ดี เพราะชั้นอยากจะคุยกับแฟนของน้องสาวชั้นสองต่อสองนี่แหละ”

“ยังไม่ใช่แฟนนะครับ”

“อ้อ  บอกว่า ยัง สินะ”

“ยังที่เป็นยังจริงๆนะครับ ไม่ได้มีความหมายแฝงว่าเหนือกว่านั้นนะ”

ผมรีบปฏิเสธอย่างลนลาน ส่วนคุณคาสึมิหัวเราะเยาะอย่างซุกซนกับคำตอบผม

“คาสึโตะคุงมีสาวอื่นที่ชอบอยู่เหรอ”

“ทำไมถึงถามเรื่องนี้เหรอครับ”

“ก็แค่ว่า ขนาดมีรินกะที่ออกจะสวยขนาดนี้ แต่เธอยังไม่มีทีท่าว่าจะพัฒนาความสัมพันธ์แบบเพศตรงข้าม ชั้นเลยสงสัยว่าจริงๆแล้วเธออาจจะมีสาวอื่นที่่ชอบอยู่แล้วรึเปล่าน่ะสิ”

“ไม่มีใครเลยครับ”

“อืม เนื้อหอมสุดๆเลยนะ แถมยังหล่อเลือกได้ขนาดสวยแบบรินกะยังไม่พอใจสินะ”

“ผมไม่ได้เนื้อหอมสักนิดเลยนะครับ”

“คาสึโตะุคงไม่รู้ตัวเลยสินะว่า ถ้าสมมติชั้นเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนเธอ ชั้นคงไม่ปล่อยเธอให้สาวอื่นไปครองแน่”

“ขอบคุณที่คุณคาสึมิพูดชมขนาดนั้นนะครับ ผมก็ดีใจ ถึงมันจะเป็นมุกก็เหอะ”

“ฮะฮะ ไม่ใช่มุกซะหน่อย ชั้นแอบอิจฉารินกะนิดๆเหมือนกันนะ”

“….”

คุณคาสึมิอิจฉาคุณรินกะนิดๆเหรอ?

คำพูดนี้ ผมจับความหมายแฝงในน้ำเสียงได้ว่า มันมีความนัยหลายอย่างในนั้น เล่นเอาไม่รู้ว่าจะตอบกลับไปยังไงดี ยิ่งผมเป็นคนที่ไม่ได้มีสกิลพูดเก่งด้วย ยิ่งเป็นเรื่องยากที่จะตอบด้วย

“วันนี้ได้คุยกันหลายเรื่อง ถ้าสมมติว่าเธอไม่ชอบรินกะ ชั้นก็อยากให้เธอสารภาพมาตรงๆนะ”

“ไม่ใช่ว่าผมไม่ชอบรินกะนะครับ เพียงแต่ว่าถ้าความรู้สึกผมยังไม่ชัดเจน ผมจะไม่พูดออกมาเท่านั้นครับ”

“งั้นเหรอ   ก็ลองทบทวนให้ดีละกันนะ  อย่างน้อยเรื่องคิดก่อนพูดก็เป็นสิ่งดี ชั้นดีใจที่เธอไม่ใช่เป็นผู้ชายประเภทพระยาเทครัวจีบไปเรื่อยนะ”

คุณคาสึมิชำเลืองมองผมด้วยหางตาก่อนจะหัวเราะอย่างเบาใจ

ถึงเธอจะดูเพี้ยนๆและเหลวไหลไปบ้าง แต่เนื้อแท้ก็มีส่วนที่จริงจังอยู่ไม่ใช่น้อย

แม้พวกเราจะได้คุยกันแค่ระยะสั้นๆ แต่ผมรู้สึกว่าเข้าใจคุณคาสึมิขึ้นมาหน่อยหนึ่งแล้วล่ะ

“ตอนนี้เห็นเธอดูร่าเริงก็เถอะ แต่รินกะก่อนหน้านี้เป็นคนที่พยายามจนตึงเปรี๊ยะเข้าขั้นน่ากลัวเลยล่ะ”

“หมายถึงก่อนหน้าที่รินกะจะเป็นไอดอลยอดนิยมเหรอครับ”

“ถูกต้อง ช่วงรินกะสมัยมัธยมต้นนั่นแหละ ตอนนั้นเธอลำบากมากๆเลยล่ะ”

คุณคาสึมิพูด สายตาเธอเหม่อมองไปไกลขณะขับรถ

ผมคุ้นๆว่าเรื่องนี้คุณคุรุมิซากะก็เคยพูดให้ผมฟังทีหนึ่งนะ

“สมัยนั้นวงสตาร์มายยังไม่ฮอต ขายไม่ออกเท่าปัจจุบัน ถึงเด็กพวกนั้นจะมีพรสวรรค์และความสามารถการแสดง แต่พอเจอความเครียดความกดดันก็เกิดอาการสติแตกกัน”

“ขนาดนั้นเลยเหรอครับ”

“อืม สมาชิกในวงแผดเสียงใส่กันเองกันอย่างบ่อยเลย”

“จริงเหรอครับ ดูสภาพวงปัจจุบัน ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่าสมัยก่อนรุนแรงขนาดนั้น”

“ตอนนี้สมาชิกในวงรักกันดีสุดๆแล้ว แตต่เมื่อก่อนมันมีช่วงที่เรียกว่าทีมแตกเลยนะ”

คุณคาสึมิขับรถพลางพูดต่ออีก

“อ้อ นานะจังอยู่ในวงใช่มั้ยล่ะ เด็กคนนั้นร้องไห้เสียใจทุกวัน เพราะรู้สึกว่าเป็นความผิดตัวเองที่พารินกะเข้ามาในวงการไอดอลน่ะ”

“เอ๋ คุณคุรุมิซากะคนนั้นน่ะนะ”

“ใช่ คุรุมิซากะคนนั้นแหละ”

คุณคุรุมิซากะที่ร่าเริงแจ่มใสเป็นนิจคนนั้น เมื่อก่อนร้องไห้หนักเลยเหรอ นึกภาพไม่ออกสักนิดเดียว

“แล้วคุณคาสึมิรู้เรื่องพวกนี้ได้ไงครับ”

“คุรุมิซากะจังโทรมาปรึกษาชั้นเรื่องพวกนี้บ่อยน่ะสิ  รินกะกับคุรุมิซากะจังรู้จักกันตั้้งแต่ตอนประถมแล้ว ชั้นก็เลยรู้เรื่องพวกนี้น่ะ”

….ปรึกษาคุณคาสึมิเนี่ยนะ พวกเธอหาคำปรึกษษผิดคนแล้วมั้ง

“อะเร๊ะ สายตาแบบนั้นคงคิดว่าว่าชั้นขาดความน่าเชื่อถือล่ะสิ  เห็นๆชั้นแบบนี้ แต่ชั้นก็เป็นพี่สาวที่พึ่งพาได้ของน้องๆนะ”

ผมคิดว่าคุณคาสึมิเป็นผู้หญิงสายเครซี่ ทะลุพิกัดมากกว่านี่สิ

“เ่อ่อ แล้วเรื่องคุณคุรุมิซากะร้องไห้น่ะ บอกให้ผมรู้เรื่องพวกนี้จะดีเหรอครับ”

“ชั้นคิดว่าเรื่องพวกนี้เป็นสิ่งที่เธอจำเป็นต้องรู้นะว่า เธอเป็นคนที่มีอิทธิพลต่อพวกสาวๆมากขนาดไหน”

“ทั้งที่ผมเป็นแค่เน็ตเกมเมอร์ง่อยๆเนี่ยนะครับ”

“แล้วไงล่ะ เด็กสาวพวกนั้นก็เป็นแค่ไอดอลเหมือนกันไง”

“เ่อ่อ ผมว่ามันไม่เหมือนนะครับ คำอ่านก็คนละแบบ น้ำหนักความรับผิดชอบในหน้าที่ก็ต่างกันลิบลับเลยนะครับ”

ไอดอลเป็นงานที่ต้องใช้ความพยายามขัดเกลาฝีมือ ส่วนเน็ตเกมเมอร์ง่อยๆวันๆไม่ทำห่าไรนั่งหน้าคอมล้วนๆ  

ถึงผมจะไม่ได้รู้รายละเอียดเชิงลึก แต่ผมก็พอจะรู้ว่างานไอดอลมันเป็นงานที่ลำบากมาก 

“สมัยก่อน รินกะคิดว่าเป็นความผิดของตัวเองที่ทำให้วงสตาร์มายไม่ประสบความสำเร็จ เธอจึงพยายามฝึกฝนตัวเองอย่างหนักมาก”

“ก็พอจะนึกภาพออกครับ”

“ช่วงนั้นแหละที่ชั้นเป็นคนบอกให้รินกะลองเล่นเกมออนไลน์ดู”

“เอ๋”

“เกมส์ออนไลน์มันไม่ต้องรู้จักชื่อหรือเคยเห็นหน้าก็สามารถเล่นด้วยกันได้  ชั้นเห็นข้อดีจุดนี้เลยเสนอให้เธอลองเล่นแม้ว่าชั้นจะไม่เคยเล่นเกมส์ออนไลน์สักครั้งเลยก็ตาม”

“ขนาดไม่เคยเล่น ยังรู้ซึ้งขนาดนี้ นับถือเลยครับ”

เพิ่งรู้ว่าที่รินกะมาเล่นเกมส์ออนไล์ ก็เพราะฝีมือคุณคาสึนี่เอง เป็นความจริงที่คาดไม่ถึงเลย

“ตอนแรกรินกะก็ไม่เล่นหรอก เธอเถียงกลับมาว่าถ้าชั้นมีเวลาว่างพอจะเล่นเกม สู้เอาเวลาไปฝึกซ้อมร้องเพลงจะดีกว่า… แต่พอผ่านไป อยู่มาวันหนึ่งเธอลองกดเกมดู แล้วพบว่ามันสนุกดีก็เลยติดลมยาว”

“….”

 “รินกะที่ปกติจะมีสีหน้าอมทุกข์ตลอดเวลา เริ่มจะมีรอยยิ้มมากขึ้น แค่นี้ชั้นก็ดีใจแทนน้องแล้ว”

นี่เป็นเรื่องของรินกะที่ผมไม่เคยรู้มาก่อน แต่พอดูสีหน้าโล่งอกของคุณคาสึมิที่พูดถึงรินกะเมื่อครู่ ทำให้ผมพอจะนึกภาพออกว่า เรื่องนี้สมัยก่อนไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลย

“พอรินกะเริ่มมีรอยยิ้ม ตั้งแต่วันนั้นวงสตาร์มายก็เริ่มพัฒนาแบบก้าวกระโดดเลย”

“ก้าวกระโดดเลยเหรอครับ”

“อืม พอสมาชิกแต่ละคนเริ่มคืนดีกัน งานก็ค่อยๆเข้ามาเรื่อยๆ จนไหลเข้ามาไม่หยุดแบบที่เห็นในปัจจุบันนี่แหละ”

“…”

“เด็กพวกนั้นพยายามมากๆเลยล่ะ”

  ผมพอเข้าใจแหละ เบื้องหลังใบหน้ายิ้มแย้มเปล่งประกายของไอดอล มีเบื้องหลังคือผ่านการทำงานและความพยายามมาอย่างหนักเลือดตากระเด็น

“ม่า สรุปง่ายๆ ที่ชั้นจะบอกคือ วงสตามายประสบความสำเร็จได้เพราะคาสึโตะคุงนี่แหละ”

“ไม่นะ ไม่น่าใช่ละครับ ผมไม่คิดแบบนั้น”

“เธอน่าจะเคยฟังมาจากคุรุมิซากะจังแล้วไม่ใช่เหรอว่า พอรินกะเริ่มเปลี่ยนทัศนคติ สมาชิกคนอื่นก็ได้รับอิทธิพลรินกะจากเรื่องนี้ หากไม่มีเธอ  ป่านนี้คงยุบวงไปแล้ว”

“หา”

“ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ คาสึโตะคุงเป็นเพื่อนเล่นเกมออนไลน์กับรินกะ เธอถึงเปลี่ยนทัศนคติได้ เธอเป็นคนช่วยวงสตาร์มายนะ”

“เอ่อ ผมว่าก็พูดเกินไปครับ”

“ไม่ได้พูดเกินไปหรอก ชั้นไม่ปฏิเสธเรือ่งความพยายามของเด็กพวกนั้น แต่ก็การันตีว่าหากไม่มีคาสึโตะคุง ยังไงวงก็ไม่ประสบความสำเร็จแบบที่เห็นปัจจุบันแน่”

….ผมที่แค่เล่นเกมออนไลน์ตามปกติเนี่ยนะ 

“นานะจังโทรศัพท์มาบอกชั้นเองนะว่า ซาบซึ้งกับสิ่งที่คาสึโตะคุงทำ”

อย่างนี้นี่เอง ผมเข้าใจเหตุผลที่คุณคุรุมิซากะซังบอกว่าผมเป็นคนที่เชื่อใจได้แล้วล่ะ

บางทีคุณคาสึมิก็คงคิดแบบเดียวกับคุณคุรุมิซากะสินะ

วงสตาร์มายประสบความสำเร็จได้เพราะมีอายาโนะโคจิ คาสึโตะ

ถึงจะเป็นการประเมินที่เวอร์วังในความรู้สึกผมก็เถอะ เพราะสิ่งที่ผมทำมันก็แค่เล่นเกมออนไลน์กับรินกะด้วยกันอย่างสนุกสนานแค่นั้นเอง ไม่ได้มีอะไรมากหรือน้อยไปกว่านั้น

“…..”

บรรยากาศกลับมาเงียบ เมื่อทั้งผมกับคุณคาสึมิไม่ได้คุยอะไรต่อ 

รถยังคงวิ่งต่อไปเรื่อยๆ ผมเหม่อมองไปยังกระจกรถ เห็นภาพใบหน้าตัวผมเองสะท้อน 

ดูยังไงก็แค่หน้าคนปกติธรรมดา หาได้ทั่วไป

…แล้วน้ำหน้าอย่างไอ้หมอนี่เนี่ยนะคือชายผู้ช่วยเหลือวงสตาร์มายให้ประสบความสำเร็จราวกับเป็นซุเปอร์ฮีโร่ผู้อยู่เบื้องหลัง

ฮะฮะ คิดแล้วก็ฮาดี

ความเป็นจริงว่า แท้ที่จริงแล้ว คนอย่างผมก็แค่คนธรรมดาทั่วไป มันกดดันความรู้สึกผมสุดๆจนไม่รู้จะเอ่ยปากบอกใคร

***

จบCH5-7

katsumi

อ่าน Netoge no Yome ga Ninki Idol datta ネトゲの嫁が人気アイドルだった ~クール系の彼女は現実でも嫁のつもりでいる~ CH6-1 บอกไปสิว่าชอบ

“คาสึคุง ชั้นชอบเธอนะ เรามาคบกันเถอะ”

ณ.ดาดฟ้าโรงเรียน อากาศแจ่มใส แสงแดดส่องทอประกาย ผม อายาโนะโคจิ คาสึโตะ กำลังถูก คุณคุรุมิซากะ นานะ สารภาพรัก

ใบหน้าเธอย้อมไปด้วยสีแดงก่ำ สองมือไขว้กุมกระโปรง สั่นเล็กน้อยเพราะความเขินอาย ทว่าสายตากลับเปี่ยมล้นด้วยความมุ่งมั่น บ่งบอกว่าสิ่งที่สื่อออกไปไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

“คุณคุรุมิซากะ..”

“ชั้นไม่อยากจะหักหลังรินกะ แต่ว่านะ ชั้นก็ไม่อาจหักห้ามความรู้สึกตัวเองได้”

คุณคุรุมิซากะสารภาพความจริง น้ำตาคลอ 

บางทีคงเกิดจากความลังเลและรู้สึกผิดในความรักของตัวเองและความรู้สึกที่มีต่อเพื่อนสนิทล่ะมั้ง

“ต่อให้ทุกอย่างจากนี้จะเป็นไงก็ช่าง ได้โปรดคบกับชั้นเถอะนะ

“…..”

ชิบหายละครับ ผมควรจะตอบยังไงดีหว่า

ตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลามานั่งอ้ำอึ้งอมทุกข์ด้วย

 

“คาสึคุง”

จู่ๆคุณคุรุมิซากะก็กระโดดเข้าหาอ้อมอกผม เล่นเอาผมเผลอรีบกอดรับเธอโดยไม่ทันตั้งตัว ช่างเป็นร่างกายที่เล็กและนุ่มนิ่มอะไรเช่นนี้

“ถ้าชั้นได้พบคาสึคุงเป็นคนแรกก่อนรินจัง เรื่องราวมันจะเป็นยังไงบ้างนะ”

“มันก็เป็น…”

คุรุมิซากะที่อยู่ในอ้อมอกผม เงยหน้าด้วยแววตาคลอเบ้า

เจอสีหน้าแววตาแบบนี้ เล่นเอาผมหมดคำจะพูดเลย

“คาสึคุง..”

คุรุมิซากะเขย่งเท้า ขยับปากเข้าหาปากผมราวกับตั้งใจจะจูบ

“….”

ผมควรจะเบนหน้าออกแท้ๆ แต่ว่าร่างกายมันไม่ฟังคำสั่ง  ภาพรินกะแว่บมาในหัว ก็เท่านั้น ผมก็ขยับไม่ได้ 

ขณะที่ริมฝีปากของคุรุมิซากะกำลังจะสัมผัสริมฝีากผม

ทันใดนั้นเอง

ติ้ดๆๆๆๆๆๆๆ

เสียงนาฬิกาปลุกผมให้กลับสุ่โลกความจริง

ภาพในสายตาผม เป็นเพดานห้องตัวเองที่คุ้นเคยดี

“…ฝันงั้นเหรอ”

****

“โห น่าเสียดายว่ะ สมเป็นอายาโนะโคจิจริงๆ”

“หมายความว่าไงวะ”

เช้าวันนี้ ผมมาถึงห้องเรียน เล่าเรื่องความฝันให้ทาจิบานะกับไซโต้ฟัง

ผมก็เดาไว้หน่อยหนึ่งว่าพวกนั้นจะพูดว่าไงบ้าง แต่ปฏิกริยาตอบรับถือว่าเหนือความคาดหมาย เพราะทาจิบานะเพียงแค่ส่ายหัวดิก

“ก่อนที่อายาโนะโคจิคุงจะจูบ ตอนนั้นก็เห็นภาพคุณมิสึกิแล้วคิดจะหนีแล้วใช่มั้ยล่ะ”

“ม่า อืม”

ผมพยักหน้าตอบ

“นี่ล่ะแปลกดี เป็นแฟนกันมันควรจะเบนหลบทันนะ”

“นั่นดิ”

“โอ้ยย เมิงก็คิดเยอะจริงจังเกิ้น โหย ถ้าฝันนั้นกุเป็นเมิงนะ กุจูบคุรุมิซากะจังเสร็จแล้ว กุไปขอคบคุณมิสึกิต่อเลยนะ 555”

“เหอๆ”

“ทำไมฟะ ผู้ชายมันมีความใฝ่ฝันแบบนี้แปลกตรงไหน ว่าปะ ไซโต้”

“ไม่อะ ถึงเป็นกุก็ไม่ทำอะไรชั่วช้าแบบนั้น ต่อให้เป็นในฝันก็ตาม”

“อ้าว ไอ้สาสสส หักหลังกุเฉ้ยยยยย”

ก็นะ เล่าให้ความฝันระบายให้พวกนี้ฟังก็ดี เห็นพวกมันทะเลาะกันแล้วคลายเครียดดี

ระหว่างคิดอะไรเพลินๆ ปรากฏว่ารินกะที่นั่งอยู่แถวข้างหน้า หันมามอง สบตาผม

ปกติเธอต้องมีปฏิกริยาโต้ตอบอะไรบ้าง เช่น โบกมือทัก 

แต่ครั้งนี้ไม่ใช่

“…….”

รินกะมองผมเพียงแว่บเดียวก่อนหันกลับไปมองหน้ากระดานดำต่อ… มันหมายความว่าไงหว่า

ผมอาจจะคิดไปเองก็ได้ แต่ว่า นับตั้งแต่วันที่ผมได้พบกับครอบครัวรินกะ ผมรู้สึกว่าเหมือนเธอรักษาระยะห่างกับผมไว้  แชทก็ไม่ค่อยได้ทักมาคุยบ่อยเหมือนปกติ

ขณะที่ผมกำลังกังวลเรื่องรินกะ ปรากฏว่ามีแชทเด้งมาจากคุณคุรุมิซากะ ใจความว่า

“ความสัมพันธ์กับรินจังเป็ํนไงบ้าง รายงานให้ชั้นฟังหน่อยสิ ในฐานะชั้นที่เป็นผู้บัญชาการมิชชั่นกระชับความสัมพันธ์ ชั้นอยากรู้ข้อมูลความคืบหน้า

วันนี้ตอนพักกลางวัน ขึ้นมาที่เดิมนะ”

ดูเหมือนว่าคุณคุรุมิซากะยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจวางแผนการเรื่องกระชับความสัมพันธ์อีกรึ 

ไม่แน่ว่าเธออาจจะถามเรื่องความสัมพันธ์จากรินกะแล้วก็ได้แต่ก็อยากมาถามผมอีกทีเพื่อความชัวร์ล่ะมั้ง

ผมพิมพ์แชทตอบกลับไปว่า “รับทราบครับผู้บัญชาการ” ก่อนจะรอให้ถึงเวลาพักกลางวัน

****

ผมมารอคุณคุรุมิซากะก่อนตรงหน้าบันไดทางขึ้นดาดฟ้า

“หมู่นี้ชักจะได้คุยกับไอดอลบ่อยจะเป็นเรื่องปกติไปซะล่ะมั้ง”

เอาจริงๆ ใครจะไปคาดคิดว่าคนอย่างผมจะมีโอกาสได้เล่นเกมออนไลน์ร่วมกับไอดอลทั้งสองคน

จะว่าไป โคโตโนะช่วงนี้เหมือนจะหายไปเลย ตั้งแต่เหตุการณ์วันนั้นผมก็ไม่ได้พบเธออีกเลย

“คาสึคุง”

“เหวออออ”

ขณะที่ผมกำลังคิดอะไรเพลินๆ  ไม่รู้ว่าคุณคุรุมิซากะมาตั้งแต่เมื่อไร เธอยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผมพลางส่งเสียงเรียก เล่นเอาผมตะโกนลั่นด้วยความตกใจ

 

ผมนึกถึงเหตุการณ์ความฝันเมื่อเช้าตอนคุณคุรุมิซากะกระโดดเข้ามาซบอกผมและจะจูบ…

“เป็นอะไรรึเปล่าคาสึคุง ทำไมหน้าเธอแดงจัง”

“สบายดีครับ ผมไม่เป็นไร”

 ใจจริงผมอยากจะบอกเธอว่าใกล้เกินไปแล้ว แต่เอาจริงๆระยะที่เธอยืนตอนนี้มันก็ระยะประจำปกตินั่นแหละ เลยไม่รู้จะบอกทำไม เดี๋ยวเสียเชิงเปล่าๆ

“แต่ว่าหน้าเธอแดงจริงๆนะ ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นไข้ก็ได้นะ”

คุณคุรุมิซากะกล่าวจบ ใช้มือเธอแตะหน้าผากผม

มือเธอนุ่มเป็นบ้าเลยโว้ย เล่นเอาใจเต้นตุ้มต่อม

“อืมมม เหมือนจะมีไข้นิดหน่อยนะ”

“เชื่อผมเหอะครับ ผมสบายดี”

“..ถ้าคาสึคุงยืนกรานตามนั้นชั้นก็จะเชื่อ แต่ว่าห้ามฝืนตัวเองนะ”

คุฯคุรุมิซากะกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน หารู้ไม่ว่าสาเหตุที่ผมตัวร้อนก็เพราะเธอนั่นแหละ แต่ผมพูดไม่ออก ได้แต่รอคอยพักหนึ่งจนเธอเอามือออกจากหน้าผากผม

“จะว่าไปที่เรียกผมมาเพราะมีเรื่องอยากจะฟังไม่ใช่เหรอครับ”

“อืม อาทิตย์ก่อนชั้นไปบ้านรินจังมาน่ะ”

เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงแจ่มใส ผมเลยกล่าว

“อ้อ งั้นก็น่าจะฟังเรื่องราวจากรินกะแล้วสินะครับ”

“ชั้นรู้จากคุณคาสึต่างหาก”

โถ เจ๊แกนี่ปากเบาชิบเป๋ง แต่ก็สมเป็นคนง่ายๆสบายๆนั่นแหละ

“เสร็จแล้วชั้นก็ฟังเรื่องราวต่างๆจากรินจัง ทีนี้ก็เหลือแค่ของคาสึคุงคนเดียวละ”

“เอาจริงๆก็ออกจะน่าอายนิดหนึ่งนะครับ”

“สบายมาก ชั้นกับเธอผูกพันเป็นพันธมิตรกันจากมิชชชั่นกระชับความสัมพันธ์ ชั่้นพร้อมรับฟังเรื่องราวความสัมพันธ์ของพวกเธอทั้งคู่ เอาล่ะ ไหนว่ามาซิ”

“เอางั้นเลยเหรอครับ”

เคยได้ยินมาว่าเด็กผู้หญิงมักจะชอบฟังเรื่องรักๆใคร่ๆ แน่นอนว่า คุณคุรุมิซากะก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

ผมเลยตัดสินใจเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดวันนั้นให้ฟัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโดนถามเรื่องนอกใจ โนโนอะเรียกผมว่าโอนี่จัง เรื่องคุณคาสึมิฝากฝังรินกะให้ผมดูแล เรื่องเจอคุณแม่รินกะที่เมาแอ๋ รวมถึงเรื่องที่ได้คุยกับพ่อเธอด้วย

จนถึงตอนนี้ผมก็ยังแกะความหมายคำพูดที่คุณพ่อรินกะพูดได้เลย ไม่เข้าใจสักนิด 

ไม่สิ…บางทีผมอาจจะเข้าใจทุกอย่างแล้วแต่แรก แต่ใจผมพยายามจะปฏิเสธไม่ยอมรับความจริงก็ได้

“เท่ากับว่าครอบครัวรินจังยอมรับในตัวคาสึคุง แต่ว่าทั้งสองคนก็ยังไม่ได้คบกันอยู่ดีสินะ”

“ม่า อืม ใช่ครับ แล้วช่วงนี้รินกะก็ดูเหมือนว่าเธอจะพยายามรักษาระยะห่างจากผมด้วยสิ”

“เรื่องรินจังน่ะเหรอ.. เรื่องนั้นเดี๋ยวชั้นบอกเหตุผลให้เธอฟังเอง”

คุณคุรุมิซากะกล่าวจบ ยกมือกระแทกหน้าอกตัวเองเป็นเชิงว่าให้ชั้นพูดให้ฟังละกัน

“รินจังกำลังเสียใจอยู่น่ะสิ”

“เสียใจ? เรื่องอะไรเหรอครับท่านผู้บัญชาการ”

“เรื่องชวนคาสึคุงไปบ้านไง”

ถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี จึงได้แค่รอให้คุณคุรุมิซากะกล่าวต่อ

“รินจังเป็นคนบอกเธอเองใช่มั้ยล่ะว่าจะรอจนกว่าคาสึคุงจะจัดการความรู้สึกของตัวเอง แต่สุดท้ายกลายเป็นว่าดันไปเปิดตัวเป็นทางการที่บ้านก่อน ก็เลยรู้สึกเสียใจ”

“เรื่องนี้ได้ฟังจากปากรินกะโดยตรงเหรอครับ”

“อืม เธอเล่าให้ฟังนิ่งๆแต่รู้เลยว่าข้างในเสียใจมากเลย”

“ไม่นึกว่ารินกะจะเป็นคนที่ใส่ใจกับเรื่องไม่คาดฝันนะครับ”

“รินจังเขาไม่อยากเผยด้านนี้ให้ใครเห็นไง  ดูเผินๆเธอเป็นคนมุ่งมั่น แต่ความจริงแล้วเธอเป็นคนใจดีและอ่อนไหวมากนะ”

อ่อนไหวเหรอ?รินกะคนนั้นเนี่ยนะ?   ผมส่ายศีรษะนิ่งๆแต่ในใจก็ยอมรับในคำพูดของคุณคุรุมิซากะ

สาเหตุเป็นเพราะว่า หากนึกย้อนกลับไป รินกะคือคนที่แต่งงานในโลกออนไลน์ แล้วลามมาถึงโลกความจริง  ถ้าบอกไม่อ่อนไหว คนๆนั้นจะไม่มีนิสัยแบบนี้แน่ เธอเป็นสาวคูลแต่ไม่ใช่คนเย็นชาด้วย

“ในเมื่อเป็นแบบนี้ ชั้นในฐานะผู้บัญชาการมีอะไรดีๆจะแนะนำ”

“คิดอะไรก็ว่ามาเลยครับ ท่านผู้บัญชาการ”

“เริ่มจากคาสึคุงชวนรินกะไปออกเดทซะ  ชั้นจะช่วยคิดแผนการเดทที่หวานโรแมนติกชวนจิ้นในเดทแรกนี่แหละ”

“ไม่ไหวแน่ครับ”

“คิดไปเอง เรื่องคิดแผนการเดทที่สมบูรณ์แบบ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ชั้นเอง”

“ไม่ไหว ไม่ไหว เรื่องเดทยังไงก็ไม่รอดแน่…ดูมือผมสิครับ เห็นมั้ยว่าเหงื่อเต็มฝ่ามือแล้วเพียงแค่คิดเท่านั้นยังไม่เดทจริงเลยนะ”

ผมแบฝ่ามือให้คุณคุรุมิซากะดู

เดทกับรินกะเหรอ แค่คิดก็รู้สึกเกร็งจนเหงื่อแตกละ

“นอกจากนี้ เรื่องเดทอาจจะสร้างปัญหาก็ได้ หากตอนเดท ผมกับรินกะอยู่ด้วยกันแล้วมีใครถ่ายภาพไปลงโซเชี่ยลขึ้นมาคงแย่แน่”

“อ้อ เรื่องนั้นแค่ปลอมตัวก็จบละจ้า”

“ต่อให้ปลอมตัวแต่ก็มีโอกาสความแตกนะครับ ออร่าของไอดอลที่ฮอตจริงมันเปล่งประกายจนคนภายนอกสัมผัสได้แน่ ขนาดตอนนี้ ผมยังมองเห็นคุณคุรุมิซากะกับรินกะมีออร่าไอดอลสุดฮอตแผ่ออกมาเลย”

“ฮะฮะ พูดเวอร์เกินไปแล้ว พวกชั้นเป็นแค่เด็กผู้หญิงธรรมดานะ”

ไม่ธรรมดาหรอก เชื่อผมเห้ออออ

**

จบ CH6-1

สรุป

ในเมื่อตอนนี้ คุณมีทั้งสูตร น้ำเต้าปูปลา มีทั้งเงินที่พร้อม มีทั้งใจที่พร้อมจะรวย มันก็เหลือแค่เว็บที่พร้อมจะตอบสนองคุณ ถ้ายังไม่มี ก็จัดเว็บนี้ไปเลย เพราะเราเป็นมืออาชีพ ไม่ได้กลัวเรื่องแทงถูกแล้วไม่มีตังค์จ่าย เราทุ่มค่าเขียนโปรแกรมที่จะแฟร์ๆให้คุณที่สุดแล้ว

Share this

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
สันทนาการ
สำหรับผู้ต้องการอ่านนิยายได้เงินล่าสุด ตามมาจากเฟส kurakon
อ่านก่อนใคร
4.8/5 - (17 votes)